xs
xsm
sm
md
lg

“อุตตม” ชง “บิ๊กตู่” มี.ค.ประกาศเขตส่งเสริมพิเศษอู่ตะเภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“อุตตม” เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียง ศก.ตะวันออก (EEC) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน มี.ค.ดันประกาศเขตส่งเสริมพิเศษอู่ตะเภา หวังเร่งพัฒนาสนามบินเชื่อมสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยง



นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมพร้อมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานใน 5 โครงการ และจะมีการนำเสนอต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบาย EEC ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานช่วงต้นเดือนมีนาคมพิจารณาอีกครั้ง

สำหรับความคืบหน้าใน 5 โครงการ ได้แก่ 1.แผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ที่จะมีการประกาศเป็นเขตส่งเสริมพิเศษอู่ตะเภาเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนต่างๆ ในการเอื้อให้เกิดขึ้น ซึ่งสนามบินอู่ตะเภาขณะนี้ได้รับรายงานว่ากำลังดำเนินการระยะแรกโดยจะเปิดอาคารผู้โดยสารที่ 2 ขนาด 3 ล้านคนต่อปีในกลางปีนี้ และจะเริ่มการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานกับบริษัท การบินไทย และพันธมิตรภายในกลางปีนี้เช่นกัน 2. การลงทุนรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ที่ประชุมได้รายงานที่จะเชื่อมต่อได้ทั้ง 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) โดยคาดว่าจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในปลายปีนี้

3. ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่ประชุมได้รับรายงานว่าเป็นไปตามแผนโดยตั้งเป้าหมายที่จะให้เชื่อมกับรถไฟไทย-จีนได้ในระยะต่อไป 4. การส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S Curve ที่ประชุมได้รับทราบแผนการลงทุนไบโอชีวภาพของกลุ่มประชารัฐและขอให้เร่งรัดการลงทุนรถไฟฟ้า โดยให้จัดทีมเพื่อนำบริษัทชั้นนำต่างๆ มาลงทุนในไทยทั้งการประกอบรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ 5. เห็นชอบการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดตั้ง One Stop Service ที่ท่าเรือแหลมฉบังที่แรก

นายคณิต แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก กล่าวว่า อู่ตะเภาจะพัฒนาเป็นสนามบินทีจะรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า และได้เตรียมพร้อมขยายเป็นรองรับ 60 ล้านคนไว้ในอนาคตแล้ว โดยเทอร์มินัลที่ 2 รองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปีจะเปิดให้เอกชนมาประมูลรับเหมาก่อสร้างได้ประมาณกลางปีนี้

ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พ.ศ. ... คาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน มี.ค. 60 และคาดว่าจะประกาศใช้ พ.ค. 60 โดยการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกคือ ส่วนขยายของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น “มหานครเต็มรูปแบบ” รองรับประชากรรวมกัน 25 ล้านคนในอนาคตซึ่งจะใกล้เคียงกับขนาดของเมืองโซล-อินชอน โตเกียว-โยโกฮามา

รัฐบาลคาดหวังว่าการลงทุนในพื้นที่ EEC ทั้งภาครัฐและการลงทุนระยะ 5 ปีแรกจากเดิมที่จะอยู่ระดับ 1.5 ล้านล้านบาทนั้นล่าสุดมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มจากการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เดิมวางการลงทุนไว้ทั้งหมด 5 แสนล้านบาท แต่เฉพาะอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพอุตสาหกรรมเดียวล่าสุดพบว่าจะมีการลงทุนถึง 4 แสนล้านบาทแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...