xs
xsm
sm
md
lg

เจาะลึก! 5 กลุ่ม “เสี่ยงว่างงาน” - 15 สายงาน “สมดุลตลาด”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป”
ผู้จัดการรายวัน 360 - “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ประเมินความเสี่ยงตลาดแรงงานไทยสู่เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 10 - 20% ในปี 2560 จาก 3.5 พันล้านบาท ในปี 59 ระบุขึ้นอยู่กับความชัดเจนด้านนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล พร้อมกำหนดกลยุทธ์ “Manpower Innovator Model” และบริการ “HR Solutions” มุ่งช่วยกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัป บริหารจัดการ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก่อนเผยผลวิจัย 5 กลุ่มหลัก มีความเสี่ยงว่างงาน และ 15 สายงานที่ตลาดยังต้องการสูงต่อเนื่อง

น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมแรงงานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความต้องการของผู้สมัครงานผ่าน “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” จำนวน 7 หมื่นคน ในปี 2559 ซึ่งแม้จะพบว่าอัตราการว่างงานของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.0% จาก 0.9% ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนประมาณ 2.5 หมื่นคน แต่กลับแสดงให้เห็นแนวโน้มตลาดแรงงานไทยในปี 2560 ว่า มีทิศทางที่ดี และอยู่ในภาวะสมดุลมากขึ้น ระหว่างตำแหน่งงานที่แรงงานและตลาดมีความต้องการพ้องตรงกันถึง 12 สายงาน จาก 15 สายงาน

แม้ในภาพรวมของตลาดแรงงาน และตลาดงาน มีความสมดุลกันมากขึ้น และยังไม่มีปัจจัยบ่งชี้ว่าอัตราการว่างงานของแรงงานไทยจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงผกผันและสะท้อนถึงปัญหาแรงงานไทยทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ ที่ยังไม่สามารถผลิตบุคลากรให้มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้ในภาพรวมของบางสายงาน เป็นที่ต้องการ แต่ก็ยังขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง

15 อันดับที่ “แรงงาน” และ “ตลาด” ต้องการ
ผลสำรวจดังกล่าวพบว่า 15 อันดับแรกของสายงานที่ “แรงงาน” ต้องการ ได้แก่ 1. การตลาดและประชาสัมพันธ์ 15.70% 2. งานธุรการและทรัพยากรบุคคล 14.96% 3. การเงินและธนาคาร 11% 4. งานวิศวกร 8.16% 5. งานไอที 7.15% 6. งานขนส่ง และโลจิสติกส์ 6.99% 7. งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ 6.40% 8. งานระดับผู้บริหาร ร้อยละ 4.32% 9. งานการผลิต 3.54% 10. งานบริการเฉพาะทาง (งานกฎหมาย, ล่าม, ที่ปรึกษา, นักแปล) 2.89% 11. งานบริการลูกค้า 2.70% 12. งานบริการด้านการแพทย์ 2.41% 13. งานวิทยาศาสตร์ งานวิจัย 2.12% 14. งานราชการและงานบริการสาธารณะ 1.90% และ 15. งานพ่อบ้าน แม่บ้าน พนักงานอิสระ 1.30%

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า 15 อันดับแรกของสายงานที่ “ตลาดแรงงาน” ต้องการ ได้แก่ 1. งานบัญชีและการเงิน 20.74% 2. การตลาดและประชาสัมพันธ์ 12.91% 3. งานธุรการและทรัพยากรบุคคล 10.48% 4. งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ 9.42% 5. งานบริการลูกค้า 7.82% 6. งานวิศวกร 7.75% 7. งานการผลิต 6.30% 8. งานไอที 4.71% 9. งานท่องเที่ยว งานโรงแรม งาน F&B 4.10% 10. งานบริการด้านการแพทย์ 4.10% 11. งานขนส่งและโลจิสติกส์ 3.79% 12. งานระดับผู้บริหาร 1.89% 13. งานด้านอสังหาริมทรัพย์ 1.59% 14. งานบริการเฉพาะทาง (งานกฎหมาย ล่าม ที่ปรึกษา นักแปล) 1.44% และ 15. งานก่อสร้าง 1.13%

“งานไอที” ติด 5 อันดับ “เสี่ยงตกงาน” 
ผลสำรวจดังกล่าวยังพบว่า 5 อันดับแรกของสายงานที่มีแนวโน้ม “เสี่ยงตกงาน” ได้แก่ 1. งานธุรการและงานทรัพยากรบุคลากร ซึ่งแม้ในหลายๆ ธุรกิจ จะมีความต้องการบุคลากรธุรการจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากบุคลากรกลุ่มนี้มีผู้สมัครจำนวนมากกว่าตำแหน่งที่เปิดรับ ขณะเดียวกัน ยังพบว่า ในปี 2559 เทรนด์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) เป็นที่น่าจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีความตื่นตัวและปรับตัวได้ทันทำให้มีความสมดุลกันทั้งในฝั่งของนายจ้างและผู้สมัครงาน แต่ในกลุ่มงานทรัพยากรบุคคล (HR) กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM) แม้จะมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้สมัครงานก็ยังคงมีสูงกว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับเช่นกัน

2. งานขนส่งและโลจิสติกส์ ส่วนใหญ่เป็นอุปสงค์ในประเทศที่มีความต้องการบุคลากรในตำแหน่งดูแลคลังสินค้ามากกว่าการขนส่งสินค้า โดยส่วนใหญ่เป็นการทดแทนแรงงานในส่วนของแบ็กออฟฟิศ เช่น งานบัญชีและการเงิน งานขาย และงานทรัพยากรบุคคล (HR) เป็นต้น

3. งานการตลาดและประชาสัมพันธ์ เนื่องจากภาคการศึกษาผลิตบุคลากรด้านนี้มากกว่าความต้องการ ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็ไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทำให้ความต้องการแรงงานด้านนี้ไม่ขยายตัวตามไปด้วย จึงทำให้แรงงานกลุ่มนี้อยู่ในภาวะล้นตลาด

4. งานไอที เนื่องจากจำนวนผู้สมัครมีมากกว่าตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร ทำให้กลุ่มงานไอทีในระดับปฏิบัติการ และ IT Support อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ยกเว้นกลุ่มที่นายจ้างมีต้องการสูง ได้แก่ โปรแกรมเมอร์ รวมถึง System Developer, Software Developer, Application Developer และ Web developer

5. งานระดับผู้บริหาร เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปี 2559 ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ทำให้ธุรกิจต่างๆ มีการขยายงานไม่มากนัก แต่กลับมีการทดแทนแรงงานจากการที่ผู้บริหารงานบางกลุ่มลาออก เนื่องจากได้รับเป้าและความกดดันสูงซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งงานที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประกอบการ รายได้และเป้าหมายการขายขององค์กร ยกเว้นผู้บริหารในกลุ่มที่มีความสามารถเฉพาะ (Specialist) ที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า (Trading) และภาคธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการท่องเที่ยว (Hospitality)

“บัญชี-การเงิน” นำโด่งแรงงานที่ตลาดต้องการ
ผลการสำรวจยังพบว่า 5 อันดับแรก สายงานที่มีแนวโน้ม “ขาดแคลนบุคลากร” ได้แก่ 1. งานบัญชีและการเงิน ซึ่งตลาดมีความต้องการระดับสูง ทั้งพนักงานระดับปฏิบัติการ จนถึงระดับผู้บริหารอย่างต่อเนื่องในทุกธุรกิจ

2. งานบริการลูกค้า เพื่อรองรับใน 2 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกในด้านต่างๆ เช่น อาหาร สุขภาพ ความสวยงาม และ สินค้าแฟชั่น ส่วนอีกกลุ่มธุรกิจเป็นการให้บริการเฉพาะทางต่างๆ เช่น บริการด้านการเงิน การบัญชี รวมถึงประกันภัยและประกันชีวิต, บริการให้คำปรึกษาด้านต่างๆ และบริการทางด้านเทเลคอม และ Mobile Operator

3. งานขายและงานพัฒนาธุรกิจ เนื่องจากเป็นสายงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจในการหารายได้และขยายงานในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้ทุกธุรกิจมีความต้องการสูง ในขณะที่บุคลากรในสายงานด้านนี้ต้องรับความเสี่ยงและความกดดันสูง จึงทำให้มีอัตราการหมุนเวียน (Turn Over) สูง จนแต่ละธุรกิจไม่สามารถหาบุคลากรทดแทนได้ทันต่อความต้องการ โดยเฉพาะงานขายที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทาง เช่น ไอที, วิศวกร และการแพทย์ ซึ่งแม้ธุรกิจที่มีความต้องการบุคลากรด้านนี้จะให้รายรายได้และค่าตอบแทนสูง แต่ยังมีผู้เข้าสู่สายงานน้อย เนื่องจากมีความกดดันสูงจึงเกิดความไม่มั่นใจในการเปลี่ยนสายอาชีพ

4. งานการผลิต ไม่ได้ขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อไม่ได้สูงมากทั้งการบริโภคในประเทศและส่งออก แต่เป็นความต้องการพนักงานประจำในด้านต่างๆ เช่น พนักงานขาย พนักงานบัญชี พนักงานฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ล่าม และผู้บริหาร

5. งานบริการด้านการแพทย์ เนื่องจากเทรนด์ผู้บริโภคทั่วไปที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการเกี่ยวกับสุขภาพมีการเติบโตอย่างมาก ทำให้บุคลากรด้านการแพทย์ ได้แก่ นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ผู้ช่วยแพทย์ และแพทย์ ต่างมีการเปลี่ยนสายงานมากขึ้น โดยประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ บุคลากรด้านนี้ส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนสายอาชีพไปเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้งแอร์โฮสเตส และ สจ๊วร์ต มากขึ้น เนื่องจากมีทักษะความรู้ความสามารถสูงในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่อาจเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน

ชูกลยุทธ์ “Manpower Innovator Model”
น.ส.สุธิดา กล่าวในตอนท้ายว่า จากผลสำรวจดังกล่าว “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” จึงกำหนดแผนกลยุทธ์ “Manpower Innovator Model” ซึ่งเป็นการปรับแนวทางรับมือกระแสเศรษฐกิจโลกและสนองนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ทั้งยังเป็นการก้าวสู่การวางรากฐานประเทศที่มั่นคง พร้อมผลักดันนวัตกรรมด้านแรงงานให้รองรับตลาดแรงงานทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและความต้องการของแรงงานที่แท้จริง โดยมีนวัตกรรมสำคัญ คือ “Smart HR Transformation” ซึ่งจะขับเคลื่อนการทำงานของ “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ในด้านบริหารจัดการในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยเน้นการใช้งบประมาณการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสัดส่วนสูงถึง 70% และ ออฟไลน์ 30% เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นายไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย, แถบตะวันออกกลาง และเวียดนาม “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป”
“แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” โชว์รายได้ปี 59 กว่า 3.5 พันล้านบาท มั่นใจปี 60 เติบโต 10-20%
นายไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย, แถบตะวันออกกลาง และเวียดนาม “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” กล่าวว่า ในปี 2559 “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ได้พัฒนานวัตกรรมด้านแรงงานให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และแรงงานทุกระดับในประเทศไทย จนประสบผลสำเร็จในตลาดแรงงานในประเทศไทยด้วยผลประกอบการกว่า 3.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนประมาณ 10% โดยคาดว่าในปี 2560 จะยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องประมาณ 10 - 20%

“แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” มีการวิเคราะห์ตลาดแรงงานประเทศไทย พบว่า มีความผันผวนยากที่จะคาดเดา จึงต้องมองทิศทางในตลาดแรงงานอย่างเป็นระบบ พร้อมวางแผนเตรียมรับมือให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งกระแสการเปลี่ยนแปลงจากตลาดโลก พฤติกรรมด้านแรงงานในประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตลอดจนการออกจากสหภาพยุโรป (EU) ของสหราชอาณาจักร (Brexit) และนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

มั่นใจตลาดแรงงานไทยเติบโตตามนโยบาย Thailand 4.0 
ในปี 2560 ตลาดแรงงานประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายสำคัญของประเทศ คือ Thailand 4.0 ซึ่งจะเป็นการต่อยอดและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางด้านต่างๆ ภายใต้โครงสร้างการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน จึงถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมซึ่งเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นใจในนโยบายของรัฐบาลและพร้อมที่ผลัดเปลี่ยนจากภาคอุตสาหกรรมเดิมเป็นอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้แรงงานต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม

“เรายังคงมั่นใจว่าตลาดแรงงานในประเทศไทยจะมีการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่กำลังมีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมี 3 ปัจจัยบวกที่เอื้ออำนวย ได้แก่ การขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศของภาครัฐ ภาวะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มลงทุนในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ มากขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น” นายไซมอน กล่าวในที่สุด
นายวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป”
เปิดแผน 3 ปี ชู 5 บริการใหม่
นายวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มแรงงานในประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนความต้องการตามทิศทางของกระแสการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมใหม่และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทั่วโลกและมีบทบาทมากขึ้น “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” จึงมีการปรับบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งของตลาดและผู้ใช้แรงงาน โดยมีการวางแผนทั้งระยะสั้นประจำปี 2560 และระยะยาว 3 ปี โดยเปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ คือ “HR Solutions”

ในปี 2560 “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” จึงมุ่งนำเสนอบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานในประเทศไทย โดยมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 20% จาก 5 บริการที่จะทำรายได้ในสัดส่วนต่างๆ กัน คือ 1. บริการด้านการสรรหาพนักงานประจำและแบบสัญญาจ้าง ด้วยสัดส่วน 35% 2. บริการบริหารจัดการแรงงานเชิงนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า (Business Solutions) 30% 3. บริการจัดหาแรงงานที่มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (Experis) 20% 4. บริการด้านนำเข้าและส่งออกแรงงาน (Borderless Talent Solutions) 10% 5. บริการอื่นๆ อาทิ บริการระบบจ่ายเงินเดือนพนักงาน บริการขอใบอนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศ บริการฝึกอบรม และการจัดกิจกรรมทางการตลาด 5%

เน้นพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัป ก้าวสู่เออีซี
นายวรรณชัย กล่าวด้วยว่า บริการดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มบทบาทในการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจเอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัป ที่อาจมีเงินทุนไม่มากนักในการทดสอบและพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์โดย “HR Solutions” จะสามารถตอบโจทย์ทุกกระบวนการด้านการบริหารจัดการบุคลากรได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีมาตรฐานในการดำเนินงาน การให้บริการ รวมถึงการบริหารจัดการประสิทธิภาพด้านบุคลากร ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการนวัตกรรมแรงงานที่จะส่งผลต่อหน่วยงานและองค์กรต่างๆ โดยตรง

“ตลอดการดำเนินงานในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา สามารถย้ำได้ว่า แมนพาวเวอร์กรุ๊ป พัฒนาบริการต่างครอบคลุมการสรรหาพนักงานประจำและแบบสัญญาจ้างครอบคลุมแทบทุกประเภทธุรกิจในประเทศไทย ในปี 2560 จึงจะชูจุดแข็งด้าน Experis เพื่อให้บริการจัดหาแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางจากความแข็งแกร่งของฐานข้อมูลที่มีโดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงให้ธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีสัญญาณบ่งชี้ว่า จะมีการควบรวมธุรกิจ หรือ M&A มากขึ้น”

นายวรรณชัย ย้ำในตอนท้ายว่า สำหรับบริการด้าน Business Solutions ถือเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทย เน้นตอบโจทย์ลูกค้าด้วยการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพซึ่งเหมาะกับธุรกิจแทบทุกประเภท ขณะที่ Borderless Talent Solutions และบริการอื่นๆ ถือเป็นส่วนผลักดันสำคัญในการพัฒนาตลาดแรงงานไทยอันเนื่องมาจากการเปิดเสรีตลาดแรงงาน 7 สาขาอาชีพในกลุ่มประเทศเออีซี ได้แก่ แพทย์, ทันตแพทย์, พยาบาล, วิศวกร, สถาปนิก, นักสำรวจ และ นักบัญชี



กำลังโหลดความคิดเห็น...