xs
xsm
sm
md
lg

“ทีเอพี” ปรับแผนปั้นเมนสตรีม “ไฮเนเก้น” ส่งสลีคแคนลุยตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - แม่ทัพตลาดใหม่เครือไฮเนเก้นจัดแผนรุกใหม่ เบนเข็มปั้นเมนสตรีมใช้ 2 แบรนด์ “ไทเกอร์ และเชียร์” เป็นสองหัวหอกหลักปรับแผนครั้งใหญ่ ส่วนไฮเนเก้นเปิดตัวกระป๋องใหม่ หวังทั้งสามแบรนด์ดันส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มอีก 3.7%

นายเจฟ วู ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่ของกลุ่มบริษัท ทีเอพี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเบียร์ในประเทศไทยปี 2559 นี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 1.3% จากมูลค่าตลาดรวม 139,734 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม หากแยกเป็นเซกเมนต์แล้ว จะพบว่าเซกเมนต์เมนสตรีมเป็นเซกเมนต์เดียวที่เติบโตจากปีที่แล้วกว่า 2% หรือมีมูลค่าประมาณ 129,831.36 ล้านบาท นับเป็นสัดส่วนตลาดที่ใหญ่ที่สุด 96% ขณะที่เบียร์เซกเมนต์อีโคโนมียังลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปีที่แล้วที่ติดลบ มีมูลค่าประมาณ 3,365 ล้านบาท เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปดื่มเบียร์เมนสตรีมมากขึ้นเป็นการยกระดับตัวเอง

ทิศทางตลาดของบริษัทฯ จากนี้จะมุ่งเน้นเซกเมนต์เมนสตรีมมากขึ้นตามกระแสของตลาด โดยจะทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น จากเดิมก่อนหน้านี้เกือบ 10 ปีที่ผ่านมาที่บริษัทฯ มุ่งเน้นเบียร์เซกเมนต์พรีเมียมมาตลอดโดยมีไฮเนเก้นเป็นตัวนำก็ยึดตลาดเป็นผู้นำเซกเมนต์นี้ได้แล้วกว่า 96% จากตลาดที่มีมูลค่า 6,546 ล้านบาท หรือสัดส่วนแค่ 4% จากตลาดรวมนั่นเอง และที่ผ่านมาตลาดเซกเมนต์พรีเมียมไม่เติบโตเท่าใด

โดยตามแผนรุกเมนสตรีมนั้น ล่าสุดได้ปรับภาพลักษณ์เบียร์เชียร์ครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด “เชียร์ไทยไประดับโลก” และปรับตำแหน่งทางการตลาดใหม่จากเดิมเป็นเบียร์เซกเมนต์อีโคโนมีมาเป็นระดับเมนสตรีมแทน และเปลี่ยนแพกเกจจิ้ง ปรับรสชาติ เปิดตัวสินค้าใหม่ เชียร์ ซีเล็คชั่น หรือเบียร์ไรซ์เบอร์รี เพื่อสร้างสีสัน โดยจะวางจำหน่าย 5 เดือน เน้นกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เกตติ้ง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในตลาดแมส และจะขยายตลาดส่งออกไปในอาเซียนด้วย โดยตั้งเป้าหมายเบียร์เชียร์เติบโต 7-10% ในปีนี้
ส่วนเบียร์ไทเกอร์ใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เกตติ้ง เจาะกลุ่มคนทำงาน โดยที่เบียร์ทั้งสองแบรนด์นี้จะเน้นตลาดช่องทางออฟไลน์หรือโมเดิร์นเทรด โดยเฉพาะร้านค้าปลีกรายย่อย ซึ่งเบียร์ไทเกอร์ได้ปรับราคาลงมาจากเดิมจาก 58 บาท เหลือ 55 บาท ทำให้ราคาเท่ากับเบียร์ลีโอ โดยตั้งเป้าหมายเบียร์ไทเกอร์เติบโต 10% ในปีนี้

ทั้งนี้ ในตลาดเซกเมนต์เมนสตรีมปัจจุบันมีเบียร์ลีโอเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 66.4% ส่วนเบียร์ช้างอยู่ที่ 26.7%

นายวูกล่าวว่า สำหรับเบียร์ไฮเนเก้นก็ยังคงรุกตลาดเช่นกัน โดยทำการจัด
แคมเปญ Shape Your City และปรับบรรจุภัณฑ์ ชูนวัตกรรมบนแพกเกจจิ้งกระป๋องแบบสลีคแคน ครั้งแรกในเมืองไทย ขนาด 320 มล. ราคาจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป 44 บาท และจำหน่ายในซูเปอร์สโตร์ 42 บาท ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ 'City Edition' ซึ่งมี 5 เมืองในประเทศไทย และ 5 เมืองในต่างประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา โคราช ภูเก็ต อัมสเตอร์ดัม ฮ่องกง มาดริด โรม และซิดนีย์ ปรากฏอยู่ที่หน้ากระป๋อง ขณะนี้ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ประเดิมในช่วงสงกรานต์จัดงานเอสทูโอ-สงกรานต์ มิวสิก ปัจจุบันเบียร์ไฮเนเก้นทำรายได้หลักในสัดส่วน 80% ไทเกอร์สัดส่วน 10% และเบียร์เชียร์สัดส่วน 10% โดยคาดหวังว่าจากการรุกตลาดหนักในกลุ่มเมนสตรีมแล้วจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก และจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเบียร์โดยรวมอีก 3.7%



กำลังโหลดความคิดเห็น...