xs
xsm
sm
md
lg

“ชบา” ทุ่ม 100 ล.เพิ่มผลิต รุกช่องทางร้านไอศกรีม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ชบา เทงบกว่า 100 ล้านบาท รุกสร้างแบรนด์ในรอบ 7 ปี ลุยเพิ่มกำลังผลิตโรงงานรับแผนขยายตลาดส่งออก ต่อยอดเป็นซัปพลายเออร์ป้อนผลไม้แห้ง หวังขยายช่องทางจำหน่ายร้านไอศกรีม ตั้งเป้าอีก 2 ปี กวาดรายได้ 1,000 ล้านบาท โกยแชร์ 10%  

นายสุชัย   ตันติยาสวัสดิกุล    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดด้านการตลาด บริษัท มาลีบางกอก จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ตราชบา เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทตั้งงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการตลาด 50 ล้านบาท และอีก 50-80 ล้านบาท เป็นงบลงทุนเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานและรองรับแผนการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ชบาในเชิงรุกมากขึ้นในรอบ 7 ปี เนื่องจากในช่วง 7-8 เดือน สินค้าสามารถกระจายได้อย่างครอบคลุม จากการเปลี่ยนบริษัทกระจายสินค้าใหม่

ส่วนแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ปีหน้าวางไว้ 3-4 รสชาติ โดยสิ้นปีนี้ได้เปิดตัวน้ำทับทิม 100%  2 รสชาติใหม่ ได้แก่ น้ำทับทิมผสมบูลเบอร์รี และน้ำทับทิมผสมแครนเบอร์รี และได้ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป เตรียมงบตลาดช่วง 3 เดือนแรก 15 ล้านบาท ทั้งภาพยนตร์โฆษณา ประชาสัมพันธ์ บูทแนะนำสินค้า และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

นายสุชัย กล่าวว่า ในปีหน้านี้บริษัทยังมีแผนขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านไอศกรีม ร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ 50 ล้านบาท  และยังมองช่องทางสถานที่ออกกำลังกาย เพราะพฤติกรรมของกลุ่มนี้ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ แต่บริษัทไม่มีแผนรุกตลาดน้ำผลไม้ระดับอีโคโนมี เพราะอข่งขันรุนแรงทั้งด้านราคาและปริมาณ

“จุดเด่นน้ำผลไม้ชบา คือ มีความหลากหลายทางด้านราคาและเซกเมนต์ของน้ำผลไม้ อาทิ น้ำผลไม้ทับทิมวางเป็นสินค้าพรีเมียม ราคา 65-75 บาท น้ำผลไม้ 100% ราคา 55-60 บาท น้ำผลไม้ 50% ราคา 35-40 บาท และน้ำผลไม้กระป๋อง ราคา 10-13 บาท ซึ่งหลังจากดำเนินการตลาดมา 7 ปี ชบามีส่วนแบ่ง 2.5% ส่วนสิ้นปีตั้งเป้าส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 3% จากมูลค่า 5,700 ล้านบาท และปีหน้าตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 5%”

แนวโน้มตลาดน้ำผลไม้ 5,700 ล้านบาท ในปีหน้านี้มีอัตราการเติบ 25% ใกล้เคียงกับปีนี้ แต่การแข่งขันจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยจะมีคู่แข่งขันเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น ส่วนเทรนด์ของน้ำผลไม้จะแข่งกันด้าน รสชาติเป็นหลัก ตามคุณประโยชน์ ราคา และแบรนด์  แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตลาดน้ำผลไม้ในแต่ละเซกเมนต์ด้วย  โดยปัจจุบันผู้นำตลาด ทิปโก้มีส่วนแบ่ง 41.2% ยูนิฟ 24.6% มาลี 18.2%

สำหรับผลประกอบการปีนี้บริษัทตั้งเป้า 600 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 40% แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ในประเทศ 75% ส่วนต่างประเทศ 25% ทั้งนี้ ในปีหน้านี้คาดว่าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% และภายในประเทศ 70% จากการมีรายได้ 800 ล้านบาท และในอีก 2 ปีข้างหน้า 10% หรือมีรายได้ 1,000 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น