xs
xsm
sm
md
lg

เครื่องรับโทรทัศน์ปี ’ 50 : ทิศทางตลาดส่งออก…..หลังถูกสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP (จบ)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สหรัฐฯ ตัดสิทธิ GSP เครื่องรับโทรทัศน์ : ผลกระทบส่งออกไม่มาก
ในช่วงที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษ GSP จากสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดส่งผลให้การส่งออกสินค้าของไทยไปยังสหรัฐอเมริกาขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก สำหรับในปี 2549 ผู้ประกอบการไทยได้ใช้สิทธิ GSP คิดเป็นร้อยละ 19.0 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าโดยรวมไปยังสหรัฐฯ หรือมีการใช้ GSP คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 4,252.33 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ซึ่งถือว่าไทยเป็นประเทศที่ใช้สิทธิ GSP ในการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ มากเป็นอันดับ 3 รองจากแองโกลา และอินเดีย อย่างไรก็ตาม ในปี 2549 เครื่องรับโทรทัศน์ของไทยจัดเป็นสินค้าที่เข้าข่ายถูกตัดสิทธิพิเศษ GSP จากสหรัฐฯ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์สีที่มีเครื่องบันทึก/ถอดภาพวิดีโอ (HS 85287264) เกินเพดานขั้นต่ำที่สหรัฐฯ กำหนด คือ ที่ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในความเป็นจริงมีการส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์(HS 85287264) จากไทยไปเป็นมูลค่าสูงถึง 148.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์ไทยจะต้องถูกตัดสิทธิ GSP ในปี 2550 อนึ่ง การตัดสิทธิพิเศษ GSP ของสหรัฐฯ นั้น อ้างกฎความจำเป็นในการแข่งขัน (Competitive Need Limitations : CNL) ซึ่งภายใต้เกณฑ์ดังกล่าว สหรัฐฯ สามารถตัดสิทธิสินค้าที่ได้รับ GSP ทันที เมื่อ
* สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวสูงกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่ารวมของสินค้าประเภทนั้น ในตลาดสหรัฐฯ หรือ

* มูลค่านำเข้าสินค้าประเภทนั้นสูงเกินกว่าระดับเพดานที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ในแต่ละปีซึ่งในปี 2549 สหรัฐฯ กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเพิ่มขึ้นปีละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เครื่องรับโทรทัศน์สีของไทยที่มีเครื่องบันทึก/ถอดภาพวิดีโอในหมวด HS 85287264 ถูกตัดสิทธิ GSP ตามเงื่อนไขที่สอง โดยสหรัฐฯ ถือว่าสินค้านั้นมีความสามารถในการแข่งขันแล้วจึงไม่จำเป็นต้องได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ GSP อีกต่อไป ส่งผลให้ผู้ส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์สีของไทยจะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 3.9 แทนการเสียภาษีร้อยละ 0 จากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะถูกตัดสิทธิ GSP ในสินค้าดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนระหว่างมูลค่าการส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์ในหมวด HS 85287264 ในตลาดสหรัฐฯ กับ มูลค่าส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์ทั้งหมดของไทยแล้ว พบว่า เครื่องรับโทรทัศน์ในหมวด HS 85287264 ซึ่งมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 7.5 นั้น น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์ของไทยไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม การส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์สีแบบ High Definition ของไทยไปสหรัฐฯ กลับได้รับการคืนสิทธิพิเศษ GSP อันจะทำให้การส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสหรัฐฯมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ปัญหาและอุปสรรค….กระทบต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์ของไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัว ได้แก่
* ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งจากค่าจ้างแรงงานของไทยที่สูงกว่าของประเทศคู่แข่ง และจากราคาน้ำมันที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณารับคำสั่งซื้ออย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น* การกีดกันทางการค้ารุนแรงมากขึ้น โดยผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลกมักอ้างถึงมาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ โดยมีการกำหนดถึงการใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนซึ่งมีผลกระทบต่อมลภาวะและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงข้อกำหนดในเรื่องการประหยัดพลังงาน เป็นต้น เหล่านี้ มักถูกหยิบยกมาเป็นข้อกีดกันและ/หรือต่อรองทางการค้าอยู่เสมอ

* ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จากการที่อุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์เป็นการผลิตเพื่อส่งออกร้อยละ 70 ของการผลิตทั้งหมด หากเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าแข็งขึ้นมากเช่นในปัจจุบัน อาจทำให้มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาก

แนวโน้มปี ’ 50
การส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์ของไทยในปี 2550 คาดว่า จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 2,030 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญ เฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน การส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์สีของไทยในหมวด HS 85287264 ยังถูกตัดสิทธิ GSP จากสหรัฐฯ ทำให้การส่งออกเครื่องรับโทรทัศน์สีของไทยไปสหรัฐฯจะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 3.9 แทนการเสียภาษีร้อยละ 0 อีกทั้ง ยังได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การขยายส่วนแบ่งตลาดทั้งภายในและต่างประเทศยังต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันกับเครื่องรับโทรทัศน์จากประเทศที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เช่น จีน ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวทั้งการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการออกแบบรูปลักษณ์ของสินค้าให้ทันสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากข้อตกลงทางการค้าเสรีอาเซียนและข้อตกลงทางการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางตลาดให้มากขึ้น

ที่มา : ฝ่ายวิจัย ธนาคารนครหลวงไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...