xs
xsm
sm
md
lg

ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลปี’50 : เร่งปรับตัว...ปรับผลิตภัณฑ์เจาะขยายตลาด(จบ)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตลาดส่งออก...เผชิญปัญหานานัปการ ผลกระทบค่าเงินบาท
ปัจจุบันการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเผชิญกับปัญหานานัปการไม่ว่าจะเป็นปัญหาราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มาตรการของประเทศคู่ค้า มาตรการที่ส่งผลกระทบอย่างมาก คือ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้ากุ้งและระเบียบการวางพันธบัตรค้ำประกันการส่งออก รวมทั้งกฎระเบียบที่ประเทศคู่ค้ากำหนดเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในประเทศของตน โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้ามีแนวโน้มเข้มงวดในด้านสุขอนามัยมากขึ้น และในอนาคตการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลอาจต้องเผชิญปัญหาเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้า นอกจากนี้ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลยังต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันที่รุนแรง โดยคู่แข่งสำคัญยังมีข้อได้เปรียบ โดยเฉพาะจีน และเวียดนามมีความได้เปรียบในเรื่องค่าจ้างแรงงาน และศักยภาพในการขยายการผลิต สำหรับประเทศที่ประมาทไม่ได้คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากมีการพัฒนาระบบพร้อมดันศักยภาพของตัวเองในการผลิตวัตถุดิบและค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าไทย

ในช่วงครึ่งแรกปี 2550 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีมูลค่าส่งออก 2,545 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 อย่างไรก็ตามเมื่อคิดในรูปของเงินบาทแล้วมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลขยายตัวเพียงร้อยละ 1.8 เท่ากับว่าบรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลกระทบต่อกำไรของบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เนื่องจากการปรับขึ้นราคาสินค้า อาจจะส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหันไปสั่งซื้อสินค้ากับประเทศคู่แข่งโดยเฉพาะจีน และเวียดนาม

การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เนื่องจากต้องพึ่งพาตลาดส่งออกประมาณร้อยละ 50.0-90.0 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องพิจารณาประกอบกันไปด้วยคือ การพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบ โดยผู้ประกอบการที่พึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบจะได้รับอานิสงส์จากเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋อง

หากจะพิจารณาแยกประเภทของการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแล้ว ผู้ประกอบการที่ส่งออกอาหารทะเลแปรรูปนับว่าได้รับผลกระทบทั้งจากปัญหาการส่งออกที่มีแนวโน้มลดลงและการขาดทุนจากการแข็งค่าของเงินบาท กล่าวคือ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2550 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลแปรรูปเท่ากับ 663.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วลดลงร้อยละ 6.1 และในรูปของเงินบาทมูลค่าการส่งออกลดลงร้อยละ 15.2

ส่วนประเภทผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่การส่งออกยังคงขยายตัว อันเป็นผลมาจากปัจจัยเอื้อจากต่างประเทศและความสามารถในการปรับตัวของบรรดาผู้ประกอบการ ทำให้ผลกระทบของเงินบาทที่แข็งค่านั้นส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับรายได้จากการส่งออกในรูปของเงินบาทน้อยกว่าที่ควรจะเป็น คือ อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารทะเลกระป๋อง กล่าวคือ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2550 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งเท่ากับ 1,145.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 และในรูปของเงินบาทมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 ส่วนอาหารทะเลกระป๋องในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2550 มูลค่าการส่งออกเท่ากับ 735.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 และในรูปของเงินบาทมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5

ปัจจัยบวกที่ยังพยุงให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของไทยยังคงขยายตัว ได้แก่
-การลดปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเล

-การที่สหภาพยุโรปคืนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพีสำหรับสินค้ากุ้งและปลาทูน่ากระป๋องทำให้อัตราภาษีนำเข้าลดลงจากเดิม ซึ่งสิทธิพิเศษนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นมา และจะมีผลใช้บังคับเป็นเวลา 3 ปี

-กรณีข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่นทางญี่ปุ่นลดภาษีให้กับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลหลายรายการ เช่น ภาษีกุ้งแช่แข็งลดลงจากร้อยละ 1.0 เหลือร้อยละ 0 ทันที ปลาหมึกแช่แข็งลดภาษีจากร้อยละ 3.5 เป็นร้อยละ 0 ในปีที่ 6 และจากร้อยละ 5-15 เป็นร้อยละ 0 ในปีที่ 8 ปลาทูน่ากระป๋องจะลดลงจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 0 ในปีที่ 6 และกุ้งแปรรูปลดภาษีจากร้อยละ 5.3 เป็นร้อยละ 0 ทันที ซึ่งการปรับลดภาษีดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลไปยังตลาดญี่ปุ่น

ส่วนในด้านตลาดส่งออกผู้ส่งออกอาหารทะเลสำเร็จรูปแช่แข็งจะเจาะขยายตลาดโดยการเข้าร่วมโครงการลงทุนกับประเทศผู้รับซื้อ ปัจจุบันตลาดรับซื้อสำคัญถึงประมาณร้อยละ 65 คือ ตลาดญี่ปุ่น สินค้าอาหารทะเลสำเร็จรูปแช่แข็งที่ส่งออกในปัจจุบันมีมากกว่า 20 ชนิด สินค้ายอดนิยม คือ กุ้งเทมปุระ และข้าวปั้นหน้าอาหารทะเล

บทสรุป
แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2550 ผลกระทบค่าเงินบาทต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเลยังไม่ชัดเจน โดยมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารทะเลกระป๋อง อันเป็นผลมาจากปัจจัยเอื้อจากความต้องการในตลาดต่างประเทศ แต่สำหรับอาหารทะเลแปรรูปมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกลดลงอย่างชัดเจน อันเป็นผลมาจากปัญหาเดิมคือ การเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง และสหรัฐฯซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญลดการนำเข้า

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารทะเลยังคงต้องเร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ สำหรับตลาดต่างประเทศนั้นต้องเร่งขยายตลาดในสหภาพยุโรปที่มีปัจจัยเอื้อจากการคืนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี และตลาดญี่ปุ่นที่มีปัจจัยเอื้อจากข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งการหาตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ

ที่มา ศูนย์วิจัย ธนาคารกสิกรไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...