xs
xsm
sm
md
lg

รองเท้ากีฬา : พิษค่าเงินบาท ต้นทุนเพิ่ม สู้จีนและเวียดนามไม่ได้ (จบ)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตลาดส่งออก...บริษัทแม่ย้ายฐานการผลิตและคำสั่งซื้อ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกรองเท้ากีฬาที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชีย อย่างไรก็ตามมูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง (ยกเว้นในปี 2548 ที่อินโดนีเซียเผชิญปัญหาการก่อการร้ายที่เกาะบาหลี ทำให้สหรัฐฯย้ายคำสั่งซื้อรองเท้ากีฬามาที่ไทยแทน) โดยมูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาในช่วงครึ่งแรกปี 2550 เท่ากับ 256.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วลดลงร้อยละ 8.6 ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทแม่ในต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยย้ายฐานการผลิตและคำสั่งซื้อไปยังจีนและเวียดนาม เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในเรื่องอัตราค่าจ้างแรงงานและต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่าไทย นอกจากนี้ทั้งสองประเทศนี้ยังเป็นตลาดรองเท้ากีฬาที่มีขนาดใหญ่รวมทั้งยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นฐานการผลิตและตลาดรองเท้ากีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

การย้ายฐานการผลิตและคำสั่งซื้อส่งผลกระทบต่อการส่งออกรองเท้ากีฬาของไทยไปยังตลาดสหรัฐฯเป็นอย่างมาก โดยตลาดสหรัฐฯนั้นนับเป็นตลาดส่งออกรองเท้ากีฬาอันดับหนึ่งของไทย ซึ่งเคยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 40.0 ของมูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาทั้งหมด แต่ปัจจุบันการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 30.0 เท่านั้น นอกจากนี้การส่งออกรองเท้ากีฬาไปยังตลาดสหรัฐฯยังมีแนวโน้มลดความสำคัญลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ อันเป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้รองเท้ากีฬาของไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาของผู้ส่งออกรองเท้ากีฬาของไทยโดยยังคงสามารถรักษาระดับมูลค่าการส่งออกไม่ให้ตกต่ำมากนัก คือการกระจายตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปที่การส่งออกรองเท้ากีฬายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกรองเท้ากีฬาของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปทวีความสำคัญ โดยมีสัดส่วนการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งแทนที่สหรัฐฯ กล่าวคือ มูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาไปยังตลาดสหภาพยุโรปในช่วงครึ่งแรกปี 2550 เท่ากับ 113.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 สัดส่วนการส่งออกรองเท้ากีฬาของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปในช่วงครึ่งแรกปี 2550 คิดเป็นร้อยละ 44.3 โดยมูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาขยายตัวอย่างมากในประเทศสเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เบลเยี่ยม นอกจากนี้ผู้ส่งออกรองเท้ากีฬายังเร่งหาตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งในปัจจุบันมูลค่าการส่งออกรองเท้ากีฬาไปยังประเทศเหล่านี้ยังไม่สูงนัก แต่เมื่อพิจารณาแนวโน้มตลาดแล้ว รองเท้ากีฬาของไทยยังสามารถเจาะขยายตลาดในประเทศเหล่านี้ได้อีกมาก โดยการเริ่มเข้าไปเจรจากับบริษัทเทรดดิ้งเพื่อหาตัวแทนจำหน่ายในประเทศต่างๆ การเข้าไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาคมรองเท้าของแต่ละประเทศ เยี่ยมชมโรงงานผลิตรองเท้ากีฬา โรงเรียนสอนออกแบบ และสำรวจย่านแฟชั่น ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และผลักดันการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมทั้งต้องสำรวจจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งของรองเท้ากีฬาของไทยในแต่ละตลาดด้วย

ปัญหาของอุตสาหกรรมรองเท้ากีฬา...เผชิญการแข่งขันสูง ขาดแคลนแรงงาน พิษค่าเงิน
จากคำชี้แจงของผู้ประกอบการรองเท้ากีฬาที่ต้องปิดกิจการและผู้ประกอบการที่ประกาศชะลอการจ้างงานนั้น นับเป็นการยืนยันถึงปัญหาของอุตสาหกรรมรองเท้ากีฬา ดังนี้
1.อุตสาหกรรมรองเท้ามีการแข่งขันสูงจากต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นตลาดของผู้ซื้อน้อยราย ทำให้มีโอกาสน้อยในการเจรจาต่อรองเงื่อนไขและราคาขาย ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาทั้งระบบการบริหารจัดการ และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ความสามารถในการทำกำไรก็ลดลงทุกปีและต้องประสบผลขาดทุนติดต่อกัน

2 อุตสาหกรรมรองเท้าเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเป็นจํานวนมาก แต่ต้องประสบกับสภาวะการขาดแคลนแรงงาน ทั้งๆที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีการปรับเพิ่มขึ้น ความพยายามแก้ไขปัญหาการขาดแรงงาน โดยให้บริษัทย่อยที่ทำชิ้นส่วนรองเท้าให้บริษัทไปประกอบกิจการในต่างจังหวัด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแรงงานได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตอย่างรุนแรง ประกอบกับแรงงานมีลักษณะการเข้าออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการฝึกอบรมสูงและส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต และการส่ง มอบสินค้าให้ลูกค้าได้ไม่ตรงตามกําหนดเวลา ทําให้ต้องรับภาระค่าขนส่งทางอากาศที่เป็นค่าใช้จ่ายสูงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจรองเท้าในจีนและเวียดนามซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก และมีอัตราค่าจ้างต่ำกว่าไทยทำให้ไม่สามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้

3.ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน อันประกอบด้วยค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งค่าวัตถุดิบสำคัญที่เพิ่มขึ้น

4.ผู้ประกอบการต้องลงทุนเพิ่มในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ขบวนการผลิต และการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้าที่มีการปรับเปลี่ยนความต้องการมากขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้จะก่อให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและไม่อาจผลักภาระให้กับคู่ค้าได้ทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้รายได้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการผลิต

5.ธุรกิจซื้อขายในรูปเงินตราต่างประเทศซึ่งเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯเป็นส่วนใหญ่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน และค่าเงินบาทมีแนวโน้มว่าจะแข็งค่าในระดับนี้ต่อไปในระยะยาว ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาประสบปัญหาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เมื่อผู้ประกอบการคำนึงถึงผลตอบแทนทางธุรกิจการแข่งขันทางการค้า ความเสี่ยง กับความจำเป็นที่จะต้อลงทุนในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของคู่ค้าแล้ว ผู้ประกอบการพิจารณาเห็นว่าธุรกิจนี้มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะขาดทุนต่อไป นับเป็นธุรกิจที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ทำให้ผู้ประกอบการบางรายตัดสินใจเลิกการผลิต เพื่อมิให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...