xs
xsm
sm
md
lg

เครื่องปรับอากาศปี’ 50 : JTEPA ช่วยหนุนส่งออก…ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรง (จบ)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตลาดส่งออกเติบโต …..ระวังจีนแย่งส่วนแบ่งตลาด
ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การผลิตเครื่องปรับอากาศของไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 80 ของการผลิตทั้งหมด จนทำให้มูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากการย้ายฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศของผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียงหลายรายเข้ามาผลิตในประเทศไทย เพื่ออาศัยประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากข้อตกลงทางการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และข้อตกลงทางการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ โดยทำการผลิตและส่งออกตามความต้องการของบริษัทแม่และของลูกค้าในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่างหรือฝาผนัง ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากที่มีมูลค่าเพียง 1,430.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2546 เป็น 1,997.8 2,201.4 และ 2,289.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2547 ปี 2548 และปี 2549 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.7 10.2 และ 4.0 ตามลำดับ โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย มีสัดส่วนร้อยละ 11.9 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ร้อยละ 10.3 สเปน ร้อยละ 8.0 สหรัฐอเมริการ้อยละ 7.0 และตลาดอื่น ๆ อีกร้อยละ 62.8

สำหรับในปี 2550 คาดว่า มูลค่าการส่งออกเครื่องปรับอากาศของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการชะลอตัวลงของภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญของไทย เฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ขณะที่ เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ประกอบกับการเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากคู่แข่งที่สำคัญเช่น จีน ที่มีการผลิตเครื่องปรับอากาศทั้งจากผู้ผลิตภายในประเทศเองและผู้ผลิตต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตเข้าไปในจีนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการมีปัจจัยพื้นฐานพร้อมในการดึงดูดการลงทุน เฉพาะอย่างยิ่ง ด้านค่าจ้างแรงงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และมีศักยภาพพอที่จะผลิตได้ในปริมาณมาก อันจะมีผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาดการผลิต ทำให้จีนสามารถขยายการส่งออกเครื่องปรับอากาศไปยังตลาดต่าง ๆ ได้ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น(Japan –Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA ) จะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือน ตุลาคม ศกนี้ ทำให้อัตราภาษีนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่ญี่ปุ่นเรียกเก็บจากไทยลดลงเหลือร้อยละ 0 ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการส่งออกเครื่องปรับอากาศไทยไปยังตลาดญี่ปุ่นให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าของไทยที่ได้รับการยอมรับจากญี่ปุ่นสามารถตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่จะส่งออกไปญี่ปุ่นได้โดยญี่ปุ่นจะไม่ทำการตรวจซ้ำอีก ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นได้มากขึ้น

การนำเข้า…ยังคงมีต่อเนื่อง
แม้ว่า ประเทศไทยจะมีการผลิตเครื่องปรับอากาศได้เองก็ตาม แต่การนำเข้าจากต่างประเทศยังคงมีอยู่ เฉพาะอย่างยิ่ง การนำเข้าเครื่องปรับอากาศสำเร็จรูปที่ใช้ในครัวเรือน ชนิดที่มีฟังก์ชั่นพิเศษที่ประเทศไทยยังไม่มีการผลิต

ทั้งนี้ ในปี 2549 การนำเข้ามีมูลค่า 155.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 จากปีก่อนหน้า โดยมีตลาดนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เฉพาะอย่างยิ่ง การนำเข้าจากจีนซึ่งมีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.6 จากปี 2548 เนื่องจากเครื่องปรับอากาศจีนมีราคาไม่สูงนัก เพราะความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า

ขณะที่การนำเข้าเครื่องปรับอากาศจากมาเลเซียและญี่ปุ่น จะเป็นเครื่องปรับอากาศระดับบนที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องปรับอากาศจากมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.1 จากปี 2548 เพราะมีราคาถูกลง จากการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงเหลือร้อยละ 5 ตามข้อตกลงทางการค้าของสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศอาเซียนกับจีน ส่วนในปี 2550 คาดว่า การนำเข้าเครื่องปรับอากาศจะอยู่ที่ประมาณ 170.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 จากปีที่ผ่านมา

ปัญหาและอุปสรรค….กดดันการขยายตัวของอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศของไทยยังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่
* ต้นทุนการผลิตสูง จากการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ทองแดง เหล็กและพลาสติก อีกทั้งค่าจ้างแรงงานของไทยที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง และราคาน้ำมันที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณารับคำสั่งซื้ออย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่สามารถปรับเปลี่ยนราคาสินค้าขึ้นได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

* ความเข้มงวดในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลก ในเรื่องที่เกี่ยวกับสินค้าที่มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนซึ่งมีผลกระทบต่อมลพิษและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละประเทศ อีกทั้งมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกำหนดในเรื่องการประหยัดพลังงาน เหล่านี้ มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกีดกันทางการค้าอยู่เสมอ

* ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จากการที่อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกสูงถึงร้อยละ 80 ของการผลิตทั้งหมด หากเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงมีทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นในปัจจุบัน อาจทำให้มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมาก

แนวโน้มปี ’50
แนวโน้มการส่งออกเครื่องปรับอากาศของไทยในปี 2550 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่า มูลค่าการส่งออกจะอยู่ที่ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากเครื่องปรับอากาศของไทยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติมายังประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม การขยายส่วนแบ่งตลาดทั้งภายในและต่างประเทศยังคงเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งจากผู้ประกอบการภายในประเทศและจากต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันกับเครื่องปรับอากาศของจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ขณะเดียวกัน ยังต้องเผชิญกับการชะลอตัวลงของภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญของไทย เฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา อีกทั้ง เงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพสินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากข้อตกลงทางการค้าเสรีอาเซียนและข้อตกลงทางการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางตลาดให้มากขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...