xs
xsm
sm
md
lg

“มิเชล เลอเคอแลค” ปั้นวอลล์สตรีทสู่ตลาดสอนภาษา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หลังจากชีวิตการเป็นนายแบงก์ทำงานจากหลายๆประเทศ “มิเชล เลอเคอแลค” หนุ่มจากเมืองน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส ได้ตั้งมั่นปณิธานไว้ว่า จะต้องทำงานที่ตัวเองชื่นชอบและมีหลักประกันของชีวิตที่มั่นคง แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า การได้รับเลือกเป็นถึงผู้บริหาร ธนาคารใหญ่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งมิเชลมีความสุขกับชีวิตการเป็นนายธนาคารอยู่นานถึง 10 กว่าปี จนเมื่อเวลา 5 ปีที่ผ่านมาได้ย้ายไปทำงานที่ประเทศสิงค์โปร์ที่ Development Bank of Singapore    ซึ่งสิ่งนี้เขาพบว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายที่จะได้รู้จักผู้คนมากขึ้น

กระทั่งจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งใหญ่เมื่อปี 2002 มิเชลได้มีโอกาสไปติดต่องานที่ประเทศฮ่องกงและได้เจอกับคนที่ทำแฟรนไชส์ซี ของสถาบันสอนภาษาวอลล์สตรีท อินสติติวท์ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาขาของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งเมื่อได้พูดคุย มิเชลจึงเกิดความสนใจและมีความคิดการขอซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์จากประเทศสหรัฐอเมริกาเอง

แล้วชะตาของนายแบงก์หนุ่มคนนี้ก็ได้ย้ายครอบครัวอีกครั้ง พร้อมกับการเข้ามาตั้งรกรากปักฐานอยู่ประเทศไทยอย่างจริงจัง ซึ่งสิ่งนั้นเปลี่ยนไปพร้อมกับความคิด หน้าที่และตำแหน่งที่เคยทำมากว่า 10 ปี มิเชลได้สานฝันของตัวเองด้วยการมุ่งมั่นทำธุรกิจสถาบันศึกษา ด้วยการขอซื้อแฟรนไชส์สถาบันสอนภาษาวอลล์สตรีท อินสติติวท์ จากสหรัฐอเมริกา ด้วยการส่งสารผ่านสื่อทั้งอินเทอร์เน็ตและการพูดคุยทางโทรศัพท์จากทางสำนักงานใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศแม่ของสถาบันดังกล่าว

ทันทีที่รับที่ได้รับการติดต่อ พร้อมกับคำปฏิเสธแบบไม่ทันตั้งตัว มิเชลได้พยายามหลายหนเป็นระยะเวลานานกว่า 4 เดือน ปัญหาใหญ่ติดตรงภาษาและสายเลือดที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่เด็ก สำนักงานใหญ่วอลล์สตรีท อินสติติวท์ ให้เหตุผลเช่นนั้น  

 แต่มิเชลไม่ได้สนใจต่างหารูปแบบการส่งแผนงานและปณิธานที่ตั้งไว้พร้อมกับผลงานด้านภาษาจึงประสบความสำเร็จได้เป็นแฟรนไชส์ซีสมหวัง ซึ่งนับจากนั้นเขาาเริ่ม มุ่งมั่นที่จะสร้างประวัติศาสตร์วงการการสอนภาษาหน้าใหม่ในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อช่วงปี 2546

ภายหลังจากได้ทำตลาดมาตั้งแต่ 4 ปีก่อน สถาบันฯมีสาขาเปิดบริการอยู่ 3 แห่ง  สาขาแรกที่ถนนสีลม ต่อด้วยการเปิดสาขา 2 ที่ถนนสุขุมวิท และสาขา 3 ที่ยูเนี่ยน มอลล์ ลาดพร้าว และสาขาล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ที่ได้เปิดคือที่สยามเซ็นเตอร์ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดสาขาที่ 5 ที่ปิ่นเกล้า ช่วงเดือนกันยายน ปี 2550 อีกด้วย

ทั้งนี้การขยายตัวดังกล่าวเขาเชื่อมั่นว่าน่าจะทำได้และสอดรับกับตลาดด้วย เมื่อดูจากตัวเลขความต้องการเรียนภาษาอังกฤษ  โดยรวมในกรุงเทพจะมีอยู่ประมาณ 50,000 – 80,000 คน แต่ถ้าเป็นตลาดทั่วประเทศมี 100,000 -120,000 คน

ในขณะเดียวกัน ที่วอลล์สตรีทในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 10,000 ราย แบ่งสัดส่วน 7 พันคน จะเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีอายุระหว่าง 28 – 35 ปี โดยวัตถุประสงค์ของการเรียนกว่า 50% ล้วนเกี่ยวกับเรื่องงานทั้งนั้น

สำหรับหลักการและกลยุทธ์ที่จะใช้บุกตลาด มิเชลได้เบนน้ำหนักให้กับลูกทีม คือ ค่อยๆเทรนนิ่งทีมงานสอนว่า ทิศทางธุรกิจต้องการให้เป็นแบบใด รูปแบบระบบการเรียนการสอนต้องเป็นแบบฟรีสไตล์และเป็นธรรมชาติผสมผสานกับความจริงจังมากที่สุด ซึ่งตรงจุดนี้มองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การมีทีมงานที่ดีก็เปรียบเสมือนนักรบฝีมือเก่งฉกาจในสงครามที่มีรุนแรง

จากการมุ่งมั่นและผ่านอุปสรรคมากมายกว่าจะได้รับลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาทำตลาดในประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผู้ชายอย่างมิเชลได้ผ่านบททดสอบไปเป็นที่เรียบร้อย สิ่งสำคัญต่อไปคือการใช้กลยุทธ์อย่างไรในการผลักดันให้เป็นผู้นำในตลาดนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...