xs
xsm
sm
md
lg

ท่องเที่ยวไทย ปี’50 ยังถูกกดดันจากปัจจัยลบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นภาคบริการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากเป็นหนึ่งในภาคบริการหลักที่สร้างรายได้และนำเงินตราเข้าสู่ประเทศปีละจำนวนมหาศาล ทั้งผ่านทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยตรง และผ่านทางธุรกิจอื่นๆที่มีความเกี่ยวเนื่องอีกหลายประเภท อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สปา โรงพยาบาล ตลอดจนธุรกิจการบิน นำไปสู่การ จ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในประเทศตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับรากแก้วอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวยังมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่ภาวะส่งออกของไทยมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถขยายตัวได้ดังที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นจะสามารถเข้ามาทดแทนและมีส่วนช่วยในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวเติบโตได้ต่อไป ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย อันจะส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสามารถขยายตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ท่องเที่ยว ปี’49….เริ่มฟื้นตัวหลังเหตุการณ์สึนามิ
ภาวะการท่องเที่ยวของไทยในปี 2549 เริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติซึ่งก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทยเมื่อปลายปี 2547 โดยพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดท่องเที่ยวของไทย ทั้งนี้ การท่องเที่ยวไทยได้มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2548 ต่อเนื่องมาถึงในปี 2549 เนื่องจากการมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ เฉพาะอย่างยิ่ง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการรณรงค์และทำกิจกรรมตามประเพณีในช่วงเทศกาลและโอกาสสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะ การจัดงานเฉลิมฉลองในวโรกาสการ ครองราชย์ครบ 60 ปี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนมิถุนายน 2549 ซึ่งได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่และมีการเผยแพร่ไปทั่วโลก และมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ภายใต้แคมเปญ Thailand Grand Invitation 2006 รวมทั้งการจัดงานมหกรรมพืชสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 งานต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประตูสู่เอเชียแห่งใหม่ ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบหลายประการที่คอยฉุดรั้งการท่องเที่ยวของไทยในปี 2549 ให้ขยายตัวได้ ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์การก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ การชุมนุมทางการเมืองเพื่อขับไล่ผู้นำรัฐบาลในปี 2549 จนนำมาซึ่งการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินของคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตลอดจนภาวะน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางรวม 46 จังหวัด ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม จนถึงปลายเดือนตุลาคม ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยว เช่น สวนน้ำ น้ำตก และโบราณสถานในจังหวัดต่างๆ ได้รับความเสียหาย เฉพาะอย่างยิ่ง อุทยานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบรรจุเป็นมรดกโลก ทั้งที่สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และพระนครศรีอยุธยา นอกจากนั้น ภาวะน้ำท่วมยังทำให้บรรยากาศในช่วงเทศกาลลอยกระทงและการจัดงานพืชสวนโลกในระยะเริ่มแรก ไม่คึกคักเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม จากการรายงานและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มมีความเข้าใจและมั่นใจในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะเดียวกันการเร่งปรับปรุงและซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหาย ประกอบกับการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยว ส่งผลให้ภาวะการท่องเที่ยวของไทยมีการขยายตัวดีขึ้น โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในปี 2549 ทั้งสิ้น 13.68 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 18.8 จาก 11.51 ล้านคน ในปีก่อนหน้า และสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวน 485,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.25 จากปี 2548 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 400,000 ล้านบาท

ไตรมาสแรก ปี’50….ปัจจัยลบรุมเร้า
ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2550 ต้องเผชิญกับปัจจัยลบนับตั้งแต่ต้นปี เริ่มจากการลอบวางระเบิดในพื้นที่หลายจุดของกรุงเทพมหานคร ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 โดยไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่เหตุการณ์นี้ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ ของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงฤดูการท่องเที่ยวและเป็นช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวบางส่วนงดและ/หรือชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 20-30 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวกับข่าว ความไม่สงบที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เมื่อเทียบนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปที่ไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่มีความเคยชินกับเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว จึงไม่มีความวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นเท่าใดนัก นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยลบที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความไม่สงบภายในประเทศ รวมถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ส่งผลให้ ในไตรมาสแรก ปี 2550 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งสิ้น 3.78 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ อัตราเข้าพักโรงแรมลดลงจากร้อยละ 69.8 ในไตรมาสแรก ปี 2549 เหลือร้อยละ 62

หากพิจารณาสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรก ปี 2550 จำแนกตามภูมิภาคแล้ว พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออก แม้จะมีแนวโน้มชะลอลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีสัดส่วนลดลง แต่ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงสุด โดยมีสัดส่วนร้อยละ 43 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ขณะที่ ตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคยุโรปยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะเข้ามาชดเชยในส่วนของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่เริ่มชะลอลง โดยตลาดนักท่องเที่ยวประเทศในกลุ่มสแกนดิเวีย ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และ นอร์เวย์ ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆในแถบภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคยุโรปมีสัดส่วนมากเป็นอันดับสองรองจากตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยมีสัดส่วนร้อยละ 35 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด และหากพิจารณาในด้านของตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการขยายตัวค่อนข้างดีนั้น ปรากฏว่า ตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา เป็นตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย โดยมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 3.5 และร้อยละ 0.7 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทั้งหมด ตามลำดับ ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและมีการใช้จ่ายสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยแต่ละครั้งค่อนข้างสูง สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน ยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ ทำให้ยังมีโอกาสในการขยายตัวได้อีกมาก
กำลังโหลดความคิดเห็น...