xs
xsm
sm
md
lg

คนอเมริกันเป็นเจ้าของรถยนต์มากที่สุดในโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จากผลการสำรวจของดัชนีการใช้สื่อตลอดปี 2549 จากบริษัทนีลเส็น พบว่าเศรษฐกิจที่ยังคงเฟื่องฟูในบางประเทศส่งผลให้ ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะจับจ่ายใช้สอย ผลการวิจัยชี้ความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ผลการวิจัยพบว่า นิวซีแลนด์ (82%) เป็นประเทศที่มีอัตราของคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ มากที่สุดในทวีปเอเชียแปซิฟิค อันดับต่อมาคือเกาหลีใต้ ( 74%) และออสเตรเลีย (70%) ตามลำดับ ส่วนในประเทศไทยพบว่าสามในสิบของชาวไทยที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปมีรถยนต์ในครอบครอง ซึ่งคิดเป็นจำนวนประชากรถึง 14 ล้านคนในประเทศ อันดับรองลงมาคือสิงคโปร์ (21%), ฮ่องกง(16%) และฟิลิปปินส์ (10%)

หากเปรียบเทียบทั่วโลกพบว่า ชาวอเมริกันเกือบเก้าในสิบคน (89%) มีรถยนต์เป็นของตนเองโดยคิดเป็นจำนวนผู้คนมากถึง 190.3 ล้านคน ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พบอัตราของคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์และจำนวนรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในโลก นอกจากนี้ยังพบการเพิ่มขึ้นของอัตราดังกล่าวในสหรัฐอเมริกา จำนวน 8% เมื่อเทียบกับห้าปีที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย (86%) คือประเทศที่ติดอันดับสองของโลกรองมาจากสหรัฐอเมริกาในอัตราของคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์

หากเปรียบเทียบทั้งในเอเซียแปซิฟิคและนอกเอเซียแปซิฟิคพบว่าอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ในนิวซีแลนด์ถูกจัดเป็นลำดับที่สามรองจากสหรัฐอเมริกาและซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ยังพบว่าออสเตรเลียและมาเลเซียมีอัตราผู้คนเป็น เจ้าของรถยนต์มากขึ้นเป็นจำนวน 7% เมื่อเทียบกับห้าปีที่ผ่านมาในขณะที่ประเทศอื่นๆในทวีปยังคงพบอัตราดังกล่าวอยู่ในระดับเดิม

เมื่อสำรวจจำนวนรถยนต์ในประเทศต่างๆ พบว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ห้าของโลกที่มีจำนวนรถยนต์มากที่สุดนำหน้าซาอุดิอาระเบีย ออสเตรเลียและมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์สูงกว่าประเทศไทยมาก

โอกาสที่ดีที่สุดน่าจะเป็นประเทศอินเดียและจีนซึ่งถือเป็นสองประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ถึงแม้ว่าอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ในสองประเทศยังมีอัตราที่ค่อนข้างต่ำ แต่อินเดียและจีนยังคงติดลำดับท็อปเท็นของโลกในจำนวนรถยนต์ภายในประเทศ

นางสาวศิริพร กิตติชัชวาล ผู้อำนวยการ นีลเส็น มีเดีย รีเสริช ( ประเทศไทย ) หนึ่งในธุรกิจของบริษัทนีลเส็น กล่าวว่า “ด้วยจำนวนตัวเลขดังกล่าวนี้ ตลาดของประเทศจีนสำหรับชิ้นส่วนของรถยนต์ และเครื่องประดับยนต์ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากอยู่แล้ว กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สามารถฉกฉวยศักยภาพดังกล่าว และด้วยอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ในประเทศจีนยังคงติดลำดับที่ต่ำที่สุดในโลก โอกาสที่จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่กำลังเติบโตอยู่ในขณะนี้เพื่อที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์นั้นมีมหาศาล และเนื่องจากขนาดของประเทศจีน การเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งหรือสองเปอร์เซ็นต์ของอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ของประชากรก็สามารถเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์”

จากข้อมูลทางด้านการใช้สื่อโฆษณาของนีลเส็นพบว่า กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ลงทุนทางด้านโฆษณาในประเทศไทยในปี 2549 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,145 ล้านบาท (119 ล้านเหรียญสหรัฐ) ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณทางด้านสื่อโฆษณามากถึง 1,856 ล้านเหรียญสหรัฐเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นจำนวนเกือบครึ่งของการใช้งบประมาณในด้านสื่อโฆษณาของทวีปเอเชียแปซิฟิค เพื่อที่จะเพิ่มส่วนแบ่งที่สำคัญของประเทศและการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดรถยนต์

“ความสามารถในการครอบครองรถยนต์นั้นเห็นได้ชัดในบางประเทศที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผู้คนในประเทศดังกล่าวจึงค่อนข้างที่จะสนองความต้องการของตนในการซื้อรถยนต์หรือเปลี่ยนรถยนต์รุ่นใหม่” นางสาวศิริพร กล่าวเสริม

กลุ่มบริษัทรถยนต์และบริษัทที่เกี่ยวข้องในทวีปเอเชียแปซิฟิคใช้งบประมาณในด้านสื่อโฆษณาเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น3,945 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าประเทศจีนกินส่วนแบ่งในทวีปถึง 47% รองลงมาคือ ออสเตรเลีย (17%) อินเดีย (15%) เกาหลีใต้ (6%) และประเทศไทย (3%) ประเทศที่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ลงทุนด้านการโฆษณาน้อยที่สุดในทวีปคือ ฟิลิปปินส์ ซึ่งใช้งบประมาณเพียง 27 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีที่แล้ว

แบรนด์สิบลำดับแรกของรถยนต์ใช้งบประมาณในด้านสื่อโฆษณามากกว่าหนึ่งในสามจากการใช้งบประมาณทั้งหมดในทวีป โตโยต้า ถือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งซึ่งใช้งบประมาณมากถึง 292 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามมาอย่างห่างๆคือ ฮุนได (197ล้านเหรียญสหรัฐ) และนิสสัน (154 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ในตลาดของประเทศไทย โตโยต้าถือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ใช้งบประมาณในด้านสื่อโฆษณามากถึง 1,296 ล้านบาทในปีที่แล้ว จากมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มนี้รวมทั้งสิ้น 4145 ล้านบาท ตามมาด้วย Isuzu (720 ล้านบาท) และ Chevrolet (393 ล้านบาท ) ส่วนอันดับที่สี่คือ FORD (345 ล้านบาท) และตามด้วย HONDA (286 ล้านบาท)
กำลังโหลดความคิดเห็น...