xs
xsm
sm
md
lg

“ปีเตอร์ ธีโอดูลู” เปิดกลยุทธ์ชวาร์สคอฟหวังสู่ผู้นำ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล หนึ่งในผู้นำแห่งผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมมานานกว่า 100 ปี ทั่วโลก จากการดูแลเส้นผมรวมทั้งรูปแบบของการดีไซน์เส้นผม โดยมีจุดแข็งอยู่ที่แบรนด์และการนำเสนอทั่วโลก

“ปีเตอร์ ธีโอดูลู” ผู้บริหารคนใหม่ของ ชวาร์สคอฟ โปรเฟชชั่นแนล แฮร์เดรสซิ่ง ประเทศไทยที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคมในไทยปี 2549 ที่ผ่านมา จากเดิมประสบการณ์ในการทำงานของเขา เคยรับผิดชอบธุรกิจโปรเฟชชั่นแนล ในระดับภูมิภาค เช่น ประเทศเวียดนาม ฮ่องกง และไต้หวัน และมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารทั้งด้านการขายและการตลาดของอุตสาหกรรมผมกับชวาร์สคอฟมากกว่า 25 ปี โดย 15 ปี แรกบริหารที่อังกฤษและอีก 10 ปีทำงานอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปชั้นนำ โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศเบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งนั่นหมายถึงสิ่งที่สามารถการันตีถึง ศักยภาพในการเข้ามาบริหารของผู้ชายคนนี้

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ารับตำแหน่งในเอเชียและผมก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาบริหารงานในประเทศไทย ชวาร์สคอฟมีจุดมุ่งหมายที่จะขยายธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยนี้ถือว่าเป็นประเทศสำคัญสำหรับธุรกิจของชวาร์สคอฟในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยส่วนตัวและครอบครัวชอบคนไทย และชอบวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้ว ดังนั้นวีถีการทำงานของผมนับจากนี้ไป คงเป็นเรื่องง่ายสำหรับการทำตลาด”

การที่ผมได้เข้ามาขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารคนใหม่ในไทย ทิศทางและการดำเนินงานเป้าหมายในการเข้ามารับตำแหน่งคือการเป็นที่ 1 ผลิตภัณฑ์เส้นผมและสีผม และบริหารขยายธุรกิจในรูปแบบของเครือข่ายทั้งหมดของบริษัทให้ครอบคลุมได้เพิ่มได้มากที่สุด จากปัจจุบันชวาร์สคอฟอยู่อันดับ 1 ใน 3 ของบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผม ด้วยส่วนแบ่ง 34% ของมูลค่าตลาดรวมที่ขายผ่านร้านเสริมสวย 2,600 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับรายอื่นเพราะมีส่วนแบ่งต่างกัน 1-2% ต่อจากนี้ปนิฐานของผม ชวาร์สคอฟต้องเป็นที่ 1 ในตลาด ในอนาคตอันใกล้

สำหรับมูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผม (ตลาดแมส) มีมูลค่า 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสีผม 60% แฮร์แคร์ 30% และที่เหลือเป็นอื่นๆ เช่น ยืดผม,ตกแต่งเส้นผม โดยหากคิดเฉพาะในตลาดดูแลเส้นผมกลุ่มแฮร์แคร์หรือบำรุงเส้นผมจะมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มพรีเมี่ยม 500 ล้านบาทหรือมีอัตราการโต 20%

แผนการเข้าเจาะตลาดจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในส่วนพื้นที่ในกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมให้ความรู้ ผ่านช่องทางการขายตรงหรือทำโปรโมชั่นกับร้านเสริมสวยที่สั่งซื้อสินค้า ให้กับกลุ่มลูกค้า และการเข้าจัดฝึกอบรมผ่านร้านค้าส่งทั่วประเทศกว่า 100,000 ราย พร้อมทั้งโรดโชว์เทรนด์ผมใหม่ให้ช่างเสริมสวยนอกจากแผนการทำตลาดมากขึ้น

“ผมยังมองว่าการเพิ่มงบสำหรับการเข้าทำตลาดอีก 25% เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้แบรนด์มีความหวือหวามากขึ้น” ปีเตอร์กล่าว

เขายังมองว่า การเข้ามาทำตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในไทย ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการวางทิศทางในตำแหน่งการตลาดของผมจะประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดีเหมือนกับการทำตลาดในกลุ่มประเทศแถบยุโรป สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความมั่นใจมาก นั่นคือ ศักยภาพในไทยไม่แพ้กับคนในแถบยุโรปเลย ไลฟ์สไตล์และรสนิยมการเปลี่ยนเทรนด์ มีอยู่ตลอดเวลา จะเห็นได้จากเม็ดเงินผ่านร้านซาลอน ร้านตกแต่งเส้นผม และร้านทั่วไป สะพัดมากถึง 500-600 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นเป้าหมายในสิ้นปีแรกของบริษัทผมตั้งเป้าไว้ว่า ตัวเลขของการเติบโตจะต้องเติบโตขึ้นเป็น 2 หลักให้ได้

เป็นสิ่งที่ท้าทายและตกเป็นคำถามว่า จากประสบการณ์ของ ปีเตอร์ ธีโอดูลู ซึ่งได้คร่ำหวอดการทำงานด้านการบริหารทั้งด้านการขายและการตลาดของอุตสาหกรรมผมกับชวาร์สคอฟมากกว่า 25 ปี ย้ายเก้าอี้มาตำรงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ในประเทศไทย ซึ่งได้ประกาศตัวในการเข้ามาทำตลาดในปีแรก ว่าต้องขึ้นเป็นผู้นำด้านตลาดครีมทำสีผมและกลุ่มน้ำยาดัดผม ให้ได้ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน
กำลังโหลดความคิดเห็น...