xs
xsm
sm
md
lg

"ศรัณย์ สมุทรโคจร" บอสใหม่ยัม โอกาสของเคเอฟซีและพิซซ่าฮัทมีต่อเนื่อง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"ศรัณย์ สมุทรโคจร" ขึ้นรับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549 แต่เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ นโยบายการทำธุรกิจอย่างหมดเปลือก ของทั้งแบรนด์เคเอฟซีและแบรนด์พิซซ่าฮัท

ตัวของศรัณย์เองถือเป็นลูกหม้อคนหนึ่งที่ขึ้นตำแหน่งนี้เหมือนกับอดีตเบอร์หนึ่งที่ผ่านมาหลายคนของยัมที่ล้วนเป็นลูกหม้อขององค์กรนี้ ช่วงเวลากว่า 12 ปีของศรัณย์ในองค์กร "ยัม" ทำให้เขารู้ดีและเข้าใจถึงธุรกิจและการทำงานของ ยัม เป็นอย่างดี

เขามีประสบการณ์ทางด้านการเงินมาเป็นหลักกับการทำงานเริ่มต้นที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์การเงินที่พีแอนด์จีประเทศไทย เมื่อปี 2532 จนไต่เต้าขึ้นถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเงินเมื่อปี 2537 และได้ลาออก มาร่วมงานที่ เคเอฟซี (สมัยนั้นยังเป็นไทรคอนเรสเตอรองตส์) เมื่อปี 2538 ในตำแหน่งประธานบริหารฝ่ายการเงิน เคเอฟซีอินเตอร์เนชั่นแนล และเมื่อปี 2543 ขึ้นเป็นประธานบริหารฝ่ายการเงินที่ไทรคอนเรสเตอรองตส์ประเทศไทยและสิงคโปร์ ก่อนจะขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไป ไทรคอนประเทศสิงคโปร์ ปี 2544

ศรัณย์กลับมาเมืองไทยอีกครั้งเพื่อรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสเคเอฟซีและการเงิน และล่าสุดก่อนเป็นกรรมการผู้จัดการ เขาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการเคเอฟซี

พื้นฐานของเขาแตกต่างจาก อดีตเบอร์หนึ่งขององค์กรนี้อย่าง "เฮสเตอร์ ชิว" ที่มาทางด้านสายปฏิบัติการ หรือ "ปณิธาน เศรษฐบุตร" ที่มาทางด้านสายการตลาด แต่ตัวเขามาทางด้านสายการเงิน แต่ศรัณย์ มองว่า ไม่มีความแตกต่างอะไรมากมายและไม่มีผลกระทบ เพราะที่นี่ทำงานกันเป็นทีม ไม่ได้วันแมนโชว์

กับคำถามที่ว่าปัญหาเร่งด่วนที่ต้องทำหลังได้รับตำแหน่งคืออะไร เขาตอบว่า ยัมไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ต้องเร่งแก้ไขเร่งด่วน แต่สิ่งที่มองว่าต้องรีบทำก่อนคือ การพัฒนาคนและการสร้างรากฐานให้กับบุคลากรอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะการขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดดจากนี้ไป ด้วยงบลงทุนรวม 2,000 กว่าล้านบาท เปิดอีกเฉลี่ย 30 สขาต่อปี ทำให้ต้องการคนที่มีคุณภาพและทักษะอย่างมาก

"นโยบายของผมก็คงไม่แตกต่างอะไรจากผู้บริหารคนเดิม เพราะทุกสิ่งที่ทำมานั้นดีอยู่แล้วผมเองก็มีส่วนร่วมอยู่แล้วในระดับบริหารก่อนหน้านี้ ซึ่งคอนเซปต์การทำงานของผมก็คือ Strong Growth on Sound Foundation ตามรูปแบบของ YUM Dynasty Model เพื่อให้สามารถนำผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพมานำเสนอแก่ลูกค้าได้พร้อมสร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับธุรกิจอาหารจานด่วนในมุมมองของ ศรัณย์ นั้น แนวโน้มจากนี้ไป 2-3 ปี ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของนโยบายการตลาดของเคเอฟซีและพิซซ่าฮัท จะไม่ทำแบบหวือหวา จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มเป้าหมาย จะต้องทำให้ทั้งสองแบรนด์เป็น Dominant Brand ในใจผู้บริโภคให้ได้ ขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกจุด ซึ่งต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างดี การตัดสินใจด้านการตลาดต้องมาจากการทำวิจัยการตลาดอย่างถี่ถ้วน

โอกาสของธุรกิจเคเอฟซีและพิซซ่าฮัทยังมีอยู่ต่อเนื่อง เพียงแต่ศรัณย์ มองว่า ต้องมีการปรับตัวและวางกลยุทธ์อย่างดีในการทำตลาด เช่น แผนการเปิดร้านเคเอฟซีแบบห้องแถวมากขึ้น ในตลาดต่างจังหวัดที่ไกลๆ เพื่อเข้าหาลูกค้าให้มากที่สุด หรือการโหมทำตลาดระบบดีลิเวอรี่มากขึ้น เพราะมีแนวโน้มการเติบโตและมีความสำคัญในอนาคต การพัฒนาเมนูอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสร้างทางเลือกใหม่ๆ นอกเหนือจากไก่ทอด
กำลังโหลดความคิดเห็น...