xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาคนจน-ปปง. เร่งปราบหนี้นอกระบบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ถนอม พิพิธยากร

นายกรัฐมนตรี “ทักษิณ” เร่งแก้ปัญหาคนจน โดยเฉพาะนโยบายปลดหนี้ภาคประชาชน จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อังคารนี้ ขณะที่ เลขาฯ ปปง. “พีรพงษ์ เปรมภูติ” เผย 18 ต.ค. ดีเดย์ออกเกณฑ์ใหม่ ห้ามเจ้าหนี้ยึดบ้าน-รถ ลูกหนี้ที่ใช้ทำมาหากิน รวมถึงเร่งปราบหนี้นอกระบบ เจ้าหนี้ขูดดอกเบี้ย-เงินต้นโหด มีสิทธิติดคุก

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ ในโอกาสวันเริ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2549 วันที่ 1 ต.ค. ว่าขอให้ทุกหน่วยงานบริหารคล่องตัว ไม่ต้องกังวลไม่มีงบประมาณ เพราะนับจากนี้ ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป รัฐบาลจะจัดงบให้โครงการที่จำเป็น แม้ไม่ได้ยื่นของบฯ ล่วงหน้าก็ตาม แต่ขอให้เป็นโครงการที่ใช้จ่าย โดยคำนึงถึงประชาชน-ประเทศชาติ เป็นศูนย์กลาง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่จะเร่งแก้ไขต่อไป คือแก้ปัญหาความยากจน เร่งสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร บ้านมั่นคง ซึ่งจะส่งผลดี ทำให้ประชาชนประมาณ 1.7 ล้านคน ที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัย มีที่อยู่ ยังสามารถนำบ้านเหล่านี้ แปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้

พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าโครงการนี้ และโครงการส่งเสริมตลาดบ้านมือสอง ไม่แย่งตลาดกับบ้านจัดสรร แต่จะเสริมซึ่งกันและกัน ยังจะเร่งโครงการคาราวานแก้จน โดยมอบให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ

“รัฐจะเร่งแก้เรื่องความยากจน โดยปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคบุคคล จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. 18 ต.ค.นี้ เป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมประชาชนนับแสนคน และขอให้ทุกฝ่ายเดินหน้าสนับสนุนโครงการ OTOP เพราะขณะนี้ กระแสเริ่มลดลง” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการร่วมกันผลักดันโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ (Mega Projects) มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ทั้งโครงการรถไฟฟ้า บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โครงการสาธารณสุข โครงการการศึกษา ซึ่งได้ให้นโยบายว่า ให้เริ่มประกวดราคาภายในปลายปีนี้

ด้าน เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.พีรพงษ์ เปรมภูติ กล่าวว่าวันที่ 18 ต.ค. จะใช้เกณฑ์ใหม่ ห้ามเจ้าหนี้ยึดบ้าน-รถ ลูกหนี้ที่ใช้ทำมาหากิน รวมถึงเร่งปราบหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะเจ้าหนี้ที่ขูดดอกเบี้ยโหด พร้อมบวกเงินต้นมากกว่าความเป็นจริงหลายเท่า มีสิทธิติดคุก

ยันการเมืองเตรียมถอยจากรัฐวิสาหกิจ
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณย้ำผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ภายใน 2-3 ปี จะเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจชัด หลังตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจ (Holding company) ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจแทนกระทรวงการคลัง ขณะที่คลังต้องปรับเปลี่ยนบทบาท ทำหน้าที่กำกับดูแล-อำนวยความสะดวกรัฐวิสาหกิจ-เอกชน ที่ทำกิจการประเภทเดียวกัน ให้แข่งขันเป็นธรรม หากรัฐวิสาหกิจใดฟื้นฟูไม่ได้ ต้องปิดกิจการ ยืนยันดูแลพนักงานทุกคนที่เดือดร้อน ต้องบริหารโปร่งใส-เชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ การเมืองจะถอยจากรัฐวิสาหกิจมากขึ้น ปล่อยให้บริหารงานอิสระ

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่าปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจต้องปรับตัว รองรับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน ทั้งใน-ต่างประเทศ รวมถึงเอกชนที่ทำธุรกิจลักษณะเดียวกัน เช่น ธนาคารรัฐ จะมีคู่แข่ง นอกจากธนาคารพาณิชย์อื่น จะมีสถาบันไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) เป็นคู่แข่งเพิ่ม ตลอดจนแรงกดดันไทยเปิดเสรีการค้ากับประเทศต่าง ๆ

จากนี้ 2 -3 ปี นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจทุกด้าน โดยเฉพาะการตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจ บริษัทโฮลดิ้ง ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจแทนกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังต้องปรับเปลี่ยนบทบาท ทำหน้าที่กำกับดูแล-อำนวยความสะดวกรัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่ดำเนินกิจการประเภทเดียวกัน ให้มีการแข่งขันเป็นธรรม

รัฐวิสาหกิจต้องบริหารด้วยความโปร่งใส และเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ การเมืองจะถอยจากรัฐวิสาหกิจมากขึ้น เพื่อปล่อยให้บริหารงานอิสระ จากนี้ไป พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีตัวชี้วัดการปฏิบัติงาน คัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน ต้องมีความรู้เกี่ยวกับงาน ไม่ใช่ฝากฝังเข้ามา

หากรัฐวิสาหกิจใดดำเนินงานเพื่อสาธารณะ รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณชดเชย เช่น ประชาชนไม่สามารถแบกรับค่าโดยสารรถเมล์เที่ยวละเกิน 5 บาทได้ ขณะที่ ขสมก. ต้นทุน 6 บาท รัฐบาลจะชดเชยงบประมาณให้เป็นรายปี แต่เมื่อวัดผลจากส่วนที่ชดเชย ต้องไม่ขาดทุน เพราะถือการบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ

รัฐบาล-ปปง. กำลังเร่งแก้ปัญหาให้คนจน ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ-ร่วมใจ จากทุกฝ่ายในสังคมไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...