xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาให้คนไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ถนอม พิพิธยากร

นายกรัฐมนตรี “พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร” มั่นใจดุลชำระเงิน 5 เดือนหลังปีนี้ เป็นบวก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ยังสูงมาก ถึง 4.92 หมื่นล้านดอลลาร์ พรุ่งนี้ (29 ส.ค.) เตรียมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ผลักดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวรอบใหม่ ขณะที่ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ-รัฐมนตรีพาณิชย์ เดินหน้าจัดงานขายสินค้าราคาถูกทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการส่งออกของไทยช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 13.7% ก.ค. ตัวเลขส่งออกสูงกว่าทุกเดือน แต่การนำเข้าก็ยังสูงอยู่มาก เพิ่มถึง 30% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ ก.ค. เหลือขาดดุลการค้าเพียง 84.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

พ.ต.ท.ทักษิณเชื่อว่า 5 เดือนหลังปีนี้ ดุลการค้าไทยจะขาดดุลลดลง ขณะที่ดุลบริการและดุลการชำระเงิน น่าจะบวก ซึ่งรัฐบาลกำลังดูแลเต็มที่ เพื่อให้สถานะการเงินการคลังของประเทศเข้มแข็งขึ้น

แต่ขณะนี้ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ยังสูงมาก ถึง 4.92 หมื่นล้านดอลลาร์ นายกรัฐมนตรีถือว่าไทยยังเป็นประเทศที่ให้กู้อยู่ คือมีเงินฝากต่างประเทศมากกว่าเงินกู้จากต่างประเทศ ฉะนั้น สถานภาพการเงินการคลังของไทย ขณะนี้ยังถือว่าแข็งแรงอยู่มาก แต่รัฐบาลจะดูและต่อไป วันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) จะประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

พ.ต.ท.ทักษิณเป็นประธานเปิดงาน ”มหกรรมสินค้าลดค่าครองชีพ” ที่ท้องสนามหลวง วันเสาร์ที่ 28 ส.ค. โดย ดร.สมคิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการะกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานจัดงานนี้ ต้อนรับ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกระทรวงพาณิชย์-ภาคเอกชน ที่ได้ร่วมจัดงานดังกล่าวนี้ ถือเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ เป็นจังหวะเหมาะสม เพราะเป็นช่วงราคาน้ำมันแพงต่อเนื่อง แต่รายได้ประชาชนไม่ได้ปรับขึ้น การที่เอกชนจำหน่ายสินค้าราคาถูก ถือเป็นสิ่งที่ดี ที่จะร่วมมือกันให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าราคาถูก

อีกทั้งยังขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้จัดตลาดนัดสินค้าราคาถูก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงจะทำโครงการ ”อิ่มทั่วฟ้าราคาเดียว” ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะช่วยเหลือประชาชน ยามที่สินค้าราคาแพง

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า คนไทยมีน้ำใจต่อกันมาตลอด ไม่ว่าจะประสบปัญหาอะไร ต่างช่วยเหลือกันเต็มที่ในยามลำบาก แต่สิ่งที่จะฝากให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแล คือดูแลราคาสินค้าให้ราคาถูก ส่วนราคาสินค้าเกษตรที่จะส่งออก ต้องราคาสูงขึ้นในตลาดโลก รวมทั้งภาคอุตสาหกรรม ต้องปรับปรุงสินค้าเพื่อช่วยด้านแรงงาน เพราะแรงงานจะได้มีค่าแรงสูงขึ้น

สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ กระทรวงพาณิชย์ทำงานได้ทันใจ รวดเร็ว เช่น จัดงานมหกรรมดังกล่าว เตรียมงานเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่งานออกมายิ่งใหญ่ ถือเป็นสิ่งที่น่าพอใจ

ขณะที่ ดร.สมคิดกล่าวว่า การดูแลประชาชน รัฐบาลให้ความสำคัญ พร้อมทั้งสร้างรายได้ ลดรายจ่าย กระทรวงพาณิชย์จึงได้บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ซึ่งได้ดูต้นทุนผลิตสินค้า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

การจัดงานมหกรรมสินค้าราคาถูกครั้งนี้ ได้นำสินค้ากว่า 10,000 รายการ จำหน่ายให้กับประชาชน ราคาถูกกว่าท้องตลาด ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. เขาจึงเชื่อว่า จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ต้องประสบปัญหาภาวะราคาน้ำมันแพงได้อย่างดี

ดร.สมคิดกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังได้เตรียมทำโครงการ ”อิ่มทั่วฟ้าราคาเดียว” โดยจะจำหน่ายอาหาร เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวไข่พะโล้ ข้าวแกง จานละ 10 บาทเท่านั้น จะจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. (PTT) 500 จุดทั่วประเทศ จะเริ่มในกรุงเทพฯ ก่อน คาดจะเปิดบริการได้กลาง ก.ย.นี้ โครงการนี้ ถือเป็นอีกโครงการลดค่าครองชีพประชาชน

ส่วนกรณีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติลอยตัวค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (FT) ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมสูงขึ้น ดร.สมคิดยืนยันต้องดูต้นทุนแท้จริงของผู้ประกอบการ ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

หากยังแบกรับภาระต้นทุนได้ จะขอความร่วมมือรับภาระไปก่อน แต่หากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ก็ให้เสนอเรื่องมาที่กรมการค้าภายใน ซึ่งจะพิจารณาตามเหตุผลแท้จริง เพราะการดูแลของกระทรวงพาณิชย์ จะดูแลทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการ หากผู้ประกอบการแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะพิจารณาให้อยู่แล้ว

รัฐบาลกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาให้คนไทยทุกระดับ ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากปัจจัยลบด้านต่าง ๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...