xs
xsm
sm
md
lg

กลุ่มสิ่งแวดล้อมวิพากษ์บุชดีแต่ปาก ไม่จริงใจหนุนนโยบายเซฟพลังงาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รอยเตอร์ - กลุ่มสิ่งแวดล้อมจวกบุช ดีแต่พูด ปากเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลดการใช้น้ำมัน แต่กลับต่อต้านการยกระดับมาตรฐานการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ในสหรัฐฯ อันจะช่วยประหยัดน้ำมันปีละหลายล้านบาร์เรล อีกทั้งลดการแพร่กระจายของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการทำให้โลกร้อน

วันพุธ (6) ระหว่างที่ผู้นำชาติอุตสาหกรรมสำคัญเดินทางสู่สกอตแลนด์ เพื่อร่วมประชุมกลุ่ม จี- 8 ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ พัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกแทนน้ำมันและก๊าซ เพื่อช่วยกันควบคุมภาวะโลกร้อน

การเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศเป็นประเด็นสำคัญในที่ประชุม จี-8 โดยที่สหรัฐฯ ผู้บริโภคและผู้แพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นประเทศเดียวในที่ประชุมแห่งนี้ที่ไม่ยอมลงนามพิธีสารเกียวโต เพื่อลดการแพร่กระจายก๊าซดังกล่าว

วอชิงตัน อ้างว่า รับผิดชอบในส่วนของตัวเองแล้ว คือ การใช้งบประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์รับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศจนถึงสิ้นปี 2005 ครอบคลุมระบบติดตามตรวจสอบสภาพพื้นดินและมหาสมุทร รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น เอทานอลจากข้าวโพด พลังงานลม และแสงอาทิตย์ เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำมันดิบ

คณะรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเสนอใช้เงิน 1,700 ล้านดอลลาร์ พัฒนารถที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ตลอดจนสถานีบริการพลังงานนี้ อีกกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับโรงงานถ่านหินที่มีระดับการเผาผลาญต่ำ และ 3,600 ล้านดอลลาร์ ในส่วนมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานลม แสงอาทิตย์ และแหล่งพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่

ทว่า กลุ่มสิ่งแวดล้อมโจมตีว่า บุช กำลังเอานโยบายเก่าที่เคยผลักดันในสภามาขายกับประชาคมระหว่างประเทศใหม่ บ้างว่า ผู้นำทำเนียบขาวปลิ้นปล้อน เที่ยวสอนให้ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะจีน หันไปหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ แต่สหรัฐฯ เองกลับยังไปไม่ถึงไหน

ทั้งนี้ กลุ่มสิ่งแวดล้อมและสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ เรียกร้องมานานแล้วให้เพิ่มข้อกำหนดประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถใหม่ เนื่องจากเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถควบคุมการใช้น้ำมัน ลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และลดการเผาผลาญไอเสียอย่างแท้จริง

ทว่า รัฐบาลบุช แก้ตัวว่า กำลังดำเนินการเพื่อควบคุมการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์ พร้อมเสริมว่ามาตรการริเริ่มของตลาดจะมีประสิทธิผลกว่าการสั่งให้ดีทรอยต์ผลิตรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

จิม คอนนัตตัน ประธานสภาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งทำเนียบขาว ชี้แจงว่า คณะรัฐบาลมีกลยุทธ์หลายขั้นตอนในด้านเศรษฐศาสตร์เชื้อเพลิง เช่น การเสนอลดภาษี 4,000 ดอลลาร์สำหรับผู้ซื้อรถที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น รถไฮบริด

อย่างไรก็ดี หลังถูกต่อต้านจากผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศมาแรมปี เพิ่งจะเมื่อปีที่แล้วนี้เอง กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มมาตรฐานการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถซดน้ำมันอย่างรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (เอสยูวี) และรถปิกอัพขนาดเล็ก จาก 20.7 ไมล์ต่อแกลลอน (เอ็มพีจี) ในปี 2004 เป็น 21 เอ็มพีจี สำหรับรถรุ่นปี 2005, 21.6 เอ็มพีจี สำหรับรุ่นปี 2006 และ 22.2 เอ็มพีจีสำหรับรุ่นปี 2007

กระทรวงคมนาคม คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันเบนซิน ได้ถึง 3,600 ล้านแกลลอน สำหรับรถทั้ง 3 รุ่นปีที่มีอายุการใช้งาน 25 ปี ทั้งนี้ เท่ากับว่า มาตรการนี้จะประหยัดการใช้น้ำมันได้เฉลี่ย 9,400 บาร์เรลต่อวันในช่วง 25 ปี (1 บาร์เรลเท่ากับ 42 แกลลอน) ซึ่งดูน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคน้ำมันของสหรัฐฯ ในปัจจุบันที่สูงถึงวันละ 20.9 ล้านบาร์เรล

กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ใช้ชื่อว่า สภาเพื่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ระบุว่า รถยนต์ รถปิกอัพ และรถประจำทางในสหรัฐฯ ก่อมลพิษที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนถึง 20% ของปริมาณมลพิษในประเทศ รวมถึงเขม่าและหมอกควันที่เป็นอันตรายต่อปอดมนุษย์

เดวิด โกลด์วิน ที่ปรึกษาด้านพลังงานทิ้งท้ายว่า สหรัฐฯ ไม่ยอมอ้าแขนรับเทคโนโลยีการขนส่งใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะเห็นผลภายใน 10-15 ปีข้างหน้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...