xs
xsm
sm
md
lg

แพทโก้ฯรับตลาดสุวรรณภูมิบูมผนึกBBLร่วมมหกรรมขายบ้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

น.ส.นวณัฐ สุขะมงคล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท แพทโก้ แลนด์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังว่า น่าจะยังมีแนวโน้มที่ดีอยู่ เพราะบ้านถือเป็นปัจจัย4 ที่มนุษย์มีความต้องการ และเมื่อซื้อไปนับวันมีแต่มูลค่าที่เพิ่มขึ้น ผิดกับรถยนต์ที่ซื้อแล้วราคาจะตกลงทันที ประกอบกับปัจจุบันอัตราการสร้างบ้านด้วยตนเอง ของผู้บริโภคก็ลดลง เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลามาควบคุมดูแลเอง เนื่องจากมีการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ส่งผลให้เวลามีค่ามากสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแต่ละประเภท ประกอบกับการจ้างบริษัทรับสร้างบ้านนั้นก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย คือมีแบบบ้านให้เลือกมากมายหลายแบบ แต่ก็มีราคาแพง ทำให้ลูกค้าต้องพิจารณามากขึ้น ดังนั้นการปลูกบ้านสักหลัง จึงต้องพึ่งมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นในรูปแบบของการซื้อบ้านจัดสรรจากผู้ประกอบการโดยตรง เพราะขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และส่วนใหญ่ เมื่อดำเนินการตามสัญญาแล้วก็สามารถเข้าอยู่ได้ทันที
ส่วนเทรนด์การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการและความโดดเด่นของสินค้าที่นำเสนอต่อผู้บริโภค ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)ในการร่วมออกบูทงาน"มหกรรมบ้านบัวหลวง จ.ชลบุรี" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา(บิ๊กซี พัทยาเหนือ)ระหว่างวันที่ 28-30 พ.ค.48 นี้
"สาเหตุที่บริษัทร่วมออกบูทในครั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าโซนภาคตะวันออกทั้งหมดเริ่มกลับมาบูมอีกครั้งหลังจากที่การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้การเติบโตของที่อยู่อาศัยในโซนตะวันออกเท่ากับ 1 เท่าของจีดีพี ประกอบกับชาวต่างชาติเองก็เริ่มหันมาลงทุนในโซนนี้กันมากขึ้น ทำให้เกิดรายได้และการเงินสะพัด จึงส่งผลให้โซนภาคตะวันออกมีอัตราการเติบโตมากกว่าภาคอื่นๆ "น.ส.นวณัฐ กล่าว
โดยโครงการที่ร่วมออกบูท คือ โครงการวิจิตราธานี กม.36 และสามมุขธานี โดยเฉพาะโครงการวิจิตราธานีนั้น ถือว่ามีจุดเด่นที่สำคัญคือ เป็น"โกลเด้นไทรแองเกิ้ล"ที่เชื่อมต่อระหว่างสุวรรณภูมิและอีสเทิอร์นซีบอร์ดได้เป็นอย่างดี โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 45 นาทีเท่านั้น ส่วนโครงการสามมุขธานี จะเป็นการนำบ้านในเฟส 3-4 ไปร่วมออกบูธ ซึ่งหลังจากเปิดการขายไปเมื่อปี 47 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% ดังนั้นจึงเหลือขายอีก 10% หรือ
ประมาณ 4 ยูนิต จากทั้งหมด 30 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในงานดังกล่าว
"ในงานนี้เราคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 62 ล้านบาท มาจากโครงการวิจิตราธานี 50 ล้านบาทและสามมุขธานี 12 ล้านบาท"น.ส.นวณัฐ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทฯจะพัฒนาโครงการใหม่คือ "เดอะ รอยัล สามมุข" ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการสามมุขธานี เป็นบ้านเดี่ยวพร้อมอยู่สไตล์โอเรียลทอล จำนวน 30 ยูนิตๆละ 135-200 ตารางวา ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป รวมมูลค่าโครงการ 450 ล้านบาท มุ่งกลุ่มเป้าหมายระดับสูง โดยในเฟส 1 มีประมาณ 8 ยูนิต คาดว่าจะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ประมาณปลายปี 48 นี้
" ตลาดที่อยู่อาศัยในจ.ชลบุรี เชื่อว่ายังเติบโตต่อเนื่องไปอีก 5 ปี เพราะปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย รวมไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ จะช่วยให้กำลังซื้อเกิดขึ้นอีกมาก และหากมีชาวต่างประเทศเข้ามาปักหลักในประเทศไทยมากขึ้น ที่อยู่อาศัยในโซนนี้ก็คงไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน และหากนักลงทุนจากกทม.สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในย่านบางแสนนั้นก็คิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ช้าไปแล้ว เพราะคงสู้นักลงทุนจากท้องถิ่นไม่ได้ เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของนักลงเหล่านี้หมดแล้ว หรือหากจะเข้ามาลงทุนก็ต้องซื้อที่ดินในราคาที่ต้นทุนแพง"
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา บริษัทมีนโยบายที่ไม่เน้นการลงทุนที่เกินตัว แต่เป็นในลักษณะของการทยอยเปิดตัวทีละเฟส เน้นการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นจุดดีที่บริษัทไม่มีนโยบายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นผู้ประกอบการรายอื่น เพราะจะต้องค่อยเร่งทำผลประกอบการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งค่อนข้างเหนื่อย หากเจอสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีเหมือนเช่นปี 40 ที่ผ่านมาก็จะยิ่งแย่อย่างแน่นอน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 15% จากปี 47 ที่มียอดขายรวมทั้งสิ้น 480 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...