xs
xsm
sm
md
lg

"คิวคอน"หั่นราคาหวังขยายฐานลูกค้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายพยนต์ ศักด์เดชยนต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (คิวคอน)ผู้ผลิตคอนกรีตมวลเบาหรืออิฐมวลเบา กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา คิวคอน ได้ลดราคาสินค้าลง 5-10 % เพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดให้มากขึ้นโดยได้เน้นให้ตัวแทนจำหน่ายปรับลดราคาลงเพื่อเป็นการแนะนำสินค้าและเชิญชวนให้ลูกค้าในตลาดหันมาใช้อิฐมวลเบาทดแทนอิฐมอญ ซึ่งหากลูกค้าที่ใช้อิฐมอญหันมาใช้อิฐมวลเบาเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดให้มากกว่าที่ผ่านมา
โดยในปี48 นี้บริษัทได้เน้นการทำตลาดผ่านสื่อโฆษณามากขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น โดยได้มีการเพิ่มงบด้านการตลาดเป็น 5 % จากยอดขายทั้งปี จากที่ก่อนหน้านี้บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านสื่อโฆษณามากนัก สำหรับสื่อโฆษณาในปีนี้บริษัทจะเน้นทั้งด้านสื่อ โทรทัศน์ วิทุย ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้งบโฆษณาผ่านสื่อวิทยุไปแล้วประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ และแม็กกาซีน รวมถึงบิลบอร์ด นั้นจะยังคงสัดส่วนไว้เท่ากับปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจากการลดราคาสินค้าลงจะทำให้สามารถขยายฐานตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าในระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ยอดขายสินค้าเพิ่มสูงขึ้น จนมีออเดอรสินค้าเต็มกำลังผลิตของบริษัท ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าที่บริษัทวางไว้ ภายในปี2549 บริษัทจะมีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งการปรับราคาขึ้นนั้น จะเป็นไปตามภาวะตลาดด้วย
" ปัจจุบัน คิวคอน มีโรงงานผลิต อิฐมวลเบา จำนวน 3 โรงงาน โดยแต่ละโรงงานมีกำลังผลิตสูงสุด 3 ล้านตารางเมตรต่อปี และได้เปิดโรงงานแห่งที่ 4 เพิ่ม โดยใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท โดยเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงิน และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้ตลอดทั้งปีบริษัทจะมีกำลังการผลิตสูงสุด รวม 12 ล้านตร.ม ทั้งนี้จำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้า และเชื่อว่าถึงตอนนั้น บริษัทจะมีศักยภาพมากพอ ที่จะเป็นแกนนำในการกำหนดราคาอิฐมวลเบาในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ได้ " นายพยนต์กล่าว
นายพยนต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในช่วงการปรับลดราคาสินค้าเพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดนั้น จะส่งผลให้กำไรสุทธิจากการขายสินค้าลดลงในช่วงแรก โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมาบริษัท มียอดขายรวม 229 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปี47 ประมาณ 25 % หรือมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 35% ซึ่งมีอัตราเติบโตลดลง 11 % เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีอัตราการเติบโตประมาณ 46 % เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจาดการลดราคาสินค้าลง ประกอบกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ลงทุนในการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 4
สำหรับในปี48 นี้บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้จากยอดขายรวม1,500-1,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.1ล้านตร.ม.ต่อปี หรือมียอดขายเติบโตจากปีที่ผ่านมา 100% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานแห่งที่ 4 ที่จะเพิ่มเข้ามาในเดือน มิ.ย.นี้ จากเดิมที่ในปี2547 บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 4 ล้านตร.ม.ต่อปี จากกำลังผลิตในตลาดอิฐมวลเบารวม 13 ล้านตร.ม. หรือมีแชร์ตลาดอยู่ที่ประมาณ 70 %
กำลังโหลดความคิดเห็น...