xs
xsm
sm
md
lg

เครื่องใช้ไฟฟ้าปี’ 48 : ตลาดในประเทศ..แนวโน้มชะลอ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ตลาดในประเทศเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมทั้งระบบ ซึ่งหมายถึงกลุ่มภาพและเสียง (Audio & Video : AV) และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (White Goods) รวมทั้งอุปกรณ์ประกอบและชิ้นส่วนอะไหล่ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม

ปี 2548 แนวโน้มจะขยายตัวในอัตราลดลง เป็นผลจากกำลังซื้อยังคงชะลอต่อเนื่องจากปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นเรื่อยมา ส่งผลราคาวัตถุดิบหลักผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังคงสูงขึ้น และต้นทุนขนส่งที่จะเพิ่มขึ้น

เนื่องจากการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล ที่คาดว่าอาจเริ่มต้นไตรมาสแรกปี 2548 จะส่งผลโดยตรงต่อราคาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อาจต้องปรับราคาสูงขึ้นตาม

ตลาดในประเทศเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยังกระทบจากการทำข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) และการทำตลาดสินค้าคู่แข่งจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน

ส่งผลผู้ประกอบการ ต่างต้องปรับตัว เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของตน รักษาตลาดในประเทศ รวมทั้งระบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยังคงขยายตัวต่อไป

กลุ่มภาพและเสียง : การแข่งขันสูง แนวโน้มตลาดใน…ขยายตัวเล็กน้อย
การรุกตลาดสินค้าราคาถูกจากจีน และกำลังซื้อชะลอต่อเนื่องจากปีนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ กระตุ้นตลาด โดยเน้นแข่งขันที่จุดเด่นแบรนด์ คุณภาพ และเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การขยายตัวตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มภาพและเสียง ปี 2548 จะมีมูลค่าตลาดประมาณ 40,000 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 2% เทียบจากประมาณการณ์ตลาดรวมปีนี้ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 38,900 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 2-3% จากมูลค่าตลาดปี 2546

ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียงปี 2548 คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีค่อนข้างเร็ว อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ทดแทนชนิดอื่น ทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง และมากแบบขึ้น

เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ที่สามารถเป็นสินค้าทดแทนผลิตภัณฑ์เครื่องเล่น VCD/CD/DVD การพัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ ที่สามารถรับชมโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุได้ ซึ่งแนวโน้มจะเป็นสินค้าทดแทนผลิตภัณฑ์บางส่วนกลุ่มภาพและเสียง ยังใช้งานด้านอื่นๆ ได้อีกมากกว่า เป็นต้น

ผู้ประกอบการสินค้ากลุ่มนี้ อาจต้องเพิ่มการทำตลาดส่วนภูมิภาคมากขึ้น เนื่องจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้ส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะส่วนผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงนัก ยังพอจะขยายตัวได้อีก

การสร้างการรับรู้แบรนด์ คุณภาพ และนำผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มนวัตกรรมใหม่ ออกสู่ตลาด จะสามารถกระตุ้นตลาด อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ปรับราคาจำหน่ายให้เหมาะกับต้นทุนแท้จริงได้มากขึ้น

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน : ตลาดรวมยังพอว่าง..แต่ตลาดล่างยังแข่งดุ
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวก ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ซึ่งตลาดรวมผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ปี 2548 ยังมีแนวโน้มจะขยายตัวมากกว่ากลุ่มภาพและเสียง

เนื่องจากอัตราครอบครองเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ที่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ตลาดส่วนนี้ จึงยังมีแนวโน้มพอจะขยายตัวได้อีก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปี 2548 จะมีมูลค่าตลาดประมาณ 28,000–30,000 ล้านบาท

ขยายตัวประมาณ 5% เทียบประมาณการณ์ตลาดรวมปีนี้ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 27,000–28,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขยายตัวประมาณ 6-8% จากมูลค่าตลาดปี 2546

แม้ตลาดในประเทศผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ จะยังขยายตัวได้อีก แต่การแข่งขันจากการรุกตลาดสินค้าราคาถูกจากจีน ตลาดระดับล่าง ยังคงเป็นไปต่อเนื่อง เช่น รุกตลาดระดับล่างของตู้เย็นประตูเดียวจากจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องลดกำลังผลิต หันไปทำตลาดตู้เย็นระดับสูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากจีนได้ เป็นต้น

เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ตลาดระดับล่าง ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคารุนแรง การปรับตัวของผู้ประกอบการกลุ่มนี้ จึงต้องออกผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ สู่ท้องตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างโดดเด่น

เน้นตอบสนองความต้องการตลาดระดับกลางขึ้นไป อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาจำหน่ายตลาดระดับล่าง ที่สินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ได้เปรียบเหนือกว่า

อุปกรณ์ประกอบและชิ้นส่วนอะไหล่….ขยายตัวลดลงเช่นกัน
การขยายตัวตลาดของอุปกรณ์ประกอบ เช่น ลำโพง เสาอากาศภายนอก อุปกรณ์ขยายสัญญาณ ชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการซ่อมบำรุง ของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงแปรผันโดยตรงกับสภาพตลาดผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า มูลค่าตลาดอุปกรณ์ประกอบและชิ้นส่วนอะไหล่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปี 2548 มูลค่าตลาดประมาณ 6,000 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 7%

ซึ่งแนวโน้มชะลอเช่นกัน เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดปีนี้ ที่มีมูลค่าประมาณ 5,600 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 12% จากมูลค่าตลาดปี 2546

ความต้องการตลาดส่วนอุปกรณ์ประกอบ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วง (Accessories) นี้มักจะแปรผันตรงตามยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 2 กลุ่ม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์เสริมการใช้งาน ที่ไม่สามารถใช้งานได้ด้วยตัวเองโดยเอกเทศ ความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อซ่อมบำรุง มักมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายสู่ท้องตลาดก่อนหน้านี้ รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้าราคาถูก ที่มักไม่มีบริการอะไหล่ของตนเอง แต่ใช้อะไหล่ร่วมกันกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศได้ เมื่อต้องการการซ่อมบำรุง

ตลาดรวมในประเทศปี 2548 : แนวโน้มอาจชะลอ
ตลาดในประเทศเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งระบบปี 2548 แนวโน้มจะชะลอจากปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตลาดในประเทศเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งระบบปี 2548 จะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 74,000–76,000 ล้านบาท

ขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 4% เทียบกับประมาณการปีนี้ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 71,000–73,000 ล้านบาท ที่ขยายตัวเพิ่มประมาณ 4-5 %จากมูลค่าตลาดปี 2546

สภาพตลาดโดยทั่วไปปี 2548 ผู้ประกอบการยังคงต้องเผชิญการแข่งขันสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน และประเทศอื่นๆ และต้องเตรียมการรับมือผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-จีน

ซึ่งจะมีผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน ทั้งกลุ่มภาพและเสียง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ทะลักเข้าตลาด และเป็นทางเลือกผู้บริโภคมากขึ้น ประกอบกับการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก ทองแดง พลาสติก ที่สูงขึ้นกว่า 40%

ส่งผลต้นทุนผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% แต่ด้วยการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูงตลาดทุกระดับ ผู้ประกอบการจึงยังไม่สามารถจะปรับราคาจำหน่าย ให้สอดคล้องต้นทุนผลิตแท้จริงได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เทคโนโลยีที่ไม่สูงนัก

สรุป : เร่งปรับตัว….รับการเปลี่ยนแปลง
ภาวการณ์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมปี 2548 ที่กล่าวมา ผู้ประกอบการควรเร่งปรับตัว เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอ และการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น

การโหมทำกิจกรรมการตลาด ที่กระตุ้นความต้องการผู้บริโภค เพื่อรักษา หรือขยายส่วนแบ่งตลาด จะมีมากขึ้น ซึ่งอาจต้องทำต่อเนื่องตลอด เพิ่มเติมจากกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบเฉพาะฤดูกาล (Seasonal)

เน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อความนิยม และสร้างการรับรู้ของผู้บริโภค ถึงความคุ้มค่าเงินระยะยาวของสินค้าที่มีคุณภาพดี เหนือกว่าสินค้าราคาถูกเพียงอย่างเดียว

การออกผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีเฉพาะ ที่สามารถสร้างความแตกต่าง เข้าสู่ตลาด จะสร้างความแข็งแกร่ง และการรับรู้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งคุณภาพแน่นอน ศูนย์บริการและอะไหล่ได้มาตรฐาน ด้วยราคาเหมาะสม การให้บริการสะดวก และเข้าถึงผู้บริโภค

จะทำให้การเจา ะและขยายตลาดระดับบน ทำได้ไม่ยากนัก ตลาดระดับบน เป็นตลาดกำลังซื้อสูง การแข่งขันราคาไม่รุนแรงเท่าตลาดล่าง ทำให้ผู้ประกอบการยังมีโอกาสจะปรับราคาจำหน่าย ให้เหมาะกับต้นทุนแท้จริงได้ระยะต่อไป

นอกจากเตรียมพร้อม และการปรับตัวของผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สามารถมีบทบาทคุ้มครองผู้ประกอบการ และป้องกันการรุกตลาดสินค้านำเข้าคุณภาพต่ำ ราคาถูกได้

โดยเร่งออกมาตรฐานอุตสาหกรรม ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ชอบธรรม และไม่ขัดข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งรวมสินค้านำเข้าคุณภาพต่ำ อายุใช้งานสั้น กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่สุด

นอกจากจะสูญเสียเงินตราต่างประเทศโดยเปล่าประโยชน์ ขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากสินค้าคุณภาพต่ำเหล่านี้ ยังก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทำลายคุณภาพชีวิตคนไทย และยังเป็นภาระด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องดำเนินการกำจัดในอนาคต อีกด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...