ทำเนียบเครมลินแถลงย้ำจุดยืนต่อสื่อมวลชนวานนี้ (25 ก.พ.) ว่า มอสโก "รับไม่ได้" กับการส่งกองกำลังยุโรปเข้าไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในยูเครน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาพูดว่ารัสเซีย "เปิดกว้าง" สำหรับแผนการดังกล่าว
รัสเซียเคยประกาศจุดยืนหลายครั้งว่าคัดค้านการส่งทหารขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เข้าไปในสมรภูมิยูเครน โดย เซียร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ก็ได้เอ่ยย้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ามอสโกมองสิ่งดังกล่าวเป็น "ภัยคุกคามโดยตรง" ต่ออธิปไตยของรัสเซีย ต่อให้ทหารเหล่านั้นจะปฏิบัติภารกิจภายใต้ร่มธงอื่นๆ ก็ตาม
เมื่อถูกถามถึงคำพูดของทรัมป์ ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ปฏิเสธที่จะโต้แย้งผู้นำสหรัฐฯ ตรงๆ แต่ย้ำถึงจุดยืนของมอสโกว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเช่นนี้
"รัฐมนตรีต่างประเทศ ลาฟรอฟ ได้แสดงจุดยืนของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว ผมไม่มีอะไรที่จะกล่าวเพิ่มเติม ก็ขอไม่แสดงความคิดเห็นแล้วกัน" เปสคอฟ กล่าว
ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (24) ว่าทั้งตนและ ปูติน ยอมรับแนวคิดในการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพยุโรปเข้าไปในยูเครน หากว่ามีการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม
"ใช่ เขาจะยอมรับมัน" ทรัมป์ กล่าว
"ผมเคยถามคำถามนี้กับเขาอย่างเจาะจง เขาก็ตอบว่าไม่มีปัญหา"
ไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับท่าทีล่าสุดของเครมลิน โดยบอกเพียงว่ารัฐบาล ทรัมป์ จะทำงานร่วมกับรัสเซียและยูเครนต่อไปเพื่อยุติสงคราม
"เจตนารมณ์ของท่านประธานาธิบดีที่จะแสวงหาจุดจบให้กับสงครามนองเลือดที่โหดร้ายครั้งนี้ และสร้างกรอบการทำงานเพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน จะไม่ถูกเจรจาต่อรองผ่านสื่อมวลชน" ฮิวจ์ ระบุ
"รัฐบาล ทรัมป์ ทราบว่าการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพนั้นจำเป็นจะต้องให้ยุโรปมีบทบาทมากกว่านี้ และเราก็ได้ยินผู้นำบางท่านอย่างเช่น ประธานาธิบดี (เอมมานูเอล) มาครง แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี (เคียร์) สตาร์เมอร์ แห่งอังกฤษ รวมถึงผู้นำคนอื่นๆ เสนอที่จะทำเช่นนั้น เรายังคงทำงานร่วมกับรัสเซียและยูเครนเพื่อสันติภาพ เพราะการยุติสงครามไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่พูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่าย"
ที่มา : รอยเตอร์