ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (24 ก.พ.) ระบุจะเดินหน้ามาตรการรีดภาษีแคนาดาและเม็กซิโก ตามแผนที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ คำประกาศต่อหน้าพวกผู้สื่อข่าว ตามหลังพบปะกับ เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ที่เรียกร้องให้ "แข่งขันอย่างยุติธรรม" ในด้านการค้า
การพูดคุยระหว่างผู้นำทั้ง 2 ซึ่งมุ่งเน้นเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน มีขึ้นหลังจาก ทรัมป์ ขู่เล่นงานทั้งมิตรและศัตรูไม่ต่างกัน ด้วยมาตรการรีดภาษีสูงลิ่ว กระตุ้นให้เกิดการเจรจาต่อรองกันวุ่นวายไปหมด
ไม่นานหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์แถลงรีดภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก สูงสุด 25% อ้างถึงประเด็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและการไหลบ่าเข้ามาของยาเฟนทานิลที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม เขาประกาศชะลอรีดภาษีในนาทีสุดท้ายเป็นเวลา 1 เดือน เปิดทางให้มีการเดินหน้าเจรจา
การชะลอขึ้นภาษีมีกำหนดหมดอายุลงในวันอังคารหน้า (4 มี.ค.) และทุกสายตาพากันจับจ้องว่า 2 ชาติเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือจะสามารถบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงบับคับใช้มาตรการรีดภาษีได้หรือไม่ ในขณะที่มันอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในภาคสำคัญๆ อย่างเช่นการผลิตรถยนต์
"มาตรการรีดภาษีกำลังเดินหน้าไปตามกรอบเวลา เป็นไปตามกำหนด" ทรัมป์ แถลงกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ (24 ก.พ.) นอกจากนั้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เน้นย้ำด้วยว่าวอชิงตันกำลังหาทางเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับประเทศอื่นๆ ด้วย "ถ้าใครชาร์จภาษีเรา เราก็จะชาร์จพวกเขา"
คำประกาศนี้มีขึ้นในขณะที่ มาครง เรียกร้อง ทรัมป์ สำหรับ "การแข่งขันทางการค้าที่ยุติธรรม" และการลงทุนตอบแทนซึ่งกันและกันเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจของอเมริกาและยุโรปผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง
(ที่มา : เอเอฟพี)