xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ใช่แค่การค้า! ทำเนียบขาวเผยข่าวดีโลก ทรัมป์หาทางบรรลุข้อตกลง 'นิวเคลียร์' กับจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางบรรลุข้อตกลงอย่างครอบคลุมกับจีน ในนั้นรวมถึงความมั่นคงอาวุธนิวเคลียร์ ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันพุธ (19 ก.พ.) อ้างอิงเหล่าคณะที่ปรึกษาทำเนียบขาว

ข้อตกลงที่ปรารถนานี้ จะขยายขอบเขตความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมของจีนและคำมั่นสัญญาซื้อสินค้าอเมริกาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ มันยังรวมถึงเรื่องความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ประเด็นที่ ทรัมป์ มีความตั้งใจพูดคุยหารือเป็นการส่วนตัวกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส ที่อ้างอิงที่ปรึกษาของทรัมป์ทั้งในอดีตและปัจจุบันหลายสิบคน

ไมเคิล พิลล์สบิวรี ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน ที่เคยเป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ ครั้งเจรจาทางการค้าสมัยแรก บอกกับนิวยอร์กไทม์ส ว่า ทรัมป์ เล่าให้เขาฟังเมื่อหลายเดือนก่อน ถึงความปรารถบรรลุข้อตกลงกับ สี "ที่เป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย"

อย่างไรก็ตาม พวกที่ปรึกษายอมรับว่าอุปสรรคสำคัญต่างๆ ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ระบุอย่างชัดเจนว่าอะไรที่พวกเขาต้องการจากปักกิ่ง

จีน ยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน "ภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติ" ใหญ่หลวงที่สุดของสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นคู่ค้ารายสำคัญของอเมริกา และเป็นตัวละครสำคัญในประเด็นต่างๆ ในนั้นรวมถึงความมั่นคงทางนิวเคลียร์ เทคโนโลยีและการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดใหญ่

เร็วๆ นี้ เพนตากอนเพิ่งระบุว่าจีนคือเป้าหมายหลักด้านกลาโหมสำหรับสหรัฐฯ โดยให้คำจำกัดความปักกิ่งว่าเป็น "คู่แข่งที่ทัดเทียม" ทั้งในแง่ศักยภาพและความตั้งใจคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ว่าเขาเสนอเจรจากับจีนและรัสเซีย เพื่อหารือลดสต๊อกนิวเคลียร์ของทั้ง 3 ชาติ และปรับลดงบประมาณกลาโหมลงครึ่งหนึ่ง พร้อมแสดงความหวังประชุมร่วมกับ สี และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย "เมื่อสิ่งต่างๆ สงบลง"

อย่างไรก็ตาม พวกนักวิเคราะห์ชาวจีนบางส่วนให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์ส ปฏิเสธความเป็นไปได้ของข้อตกลงใดๆ เนื่องจากพวกเจ้าหน้าที่ของประเทศยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับท่าทีของทรัมป์ และคาดหมายว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะยังคงอยู่ในความตึงเครียดต่อไป แต่กระนั้นก็มีรายงานว่ากำลังมีการตระเตรียมข้อเสนอที่อาจพึงประธานาธิบดีอเมริกากลับสู่โต๊ะเจรจา

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลวร้ายลง ลุกลามเข้าสู่สงครามการค้า ครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยแรก หลังจาก ทรัมป์ กำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2018 อ้างถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรม และขโมยทรัพย์สินทางปัญญา จีนตอบโต้ด้วยการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากอเมริกาเช่นกัน

ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 2 ฝ่าย บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่พันธสัญญามากมายในข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้รับการปฏิบัติตาม บางส่วนสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดใหญ่โควิด-19

ไม่นานที่ผ่านมา ทรัมป์ กำหนดมาตรการรีดภาษีคู่ค้าหลักสำคัญๆ ในนั้นรวมรีดภาษี 10% สินค้านำเข้าจากจีน เพิ่มตามจากภาษีที่มีอยู่ในปัจจุบัน จีนคัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมกับแก้แค้นด้วยการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เช่นกัน และเรียกร้องให้วอชิงตันกลับสู่โต๊ะเจรจา

ทั้ง จีน และ รัสเซีย แสดงถึงความตั้งใจร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่ปักกิ่งเน้นย้ำนโยบาย "ไม่ใช้โจมตีก่อน" ขานรับข้อเสนอของ ทรัมป์ สำหรับพูดคุยทางนิวเคลียร์เพิ่มเติม

ส่วน ดมิทรี โปลยานสกี รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ บอกกว่าการพูดคุยแบบเป็นรูปเป็นร่างเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ อาจกลับมาเริ่มขึ้นอีกครั้งถ้าวอชิงตันเปลี่ยนท่าที ทั้งนี้สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ทวิภาคี ที่มีผลผูกพันฉบับสุดท้ายที่เหลืออยู่ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย มีกำหนดหมดอายุในปีหน้า

(ที่มา : อาร์ทีนิวส์)


กำลังโหลดความคิดเห็น