xs
xsm
sm
md
lg

บีบีซีวิเคราะห์เหตุผลทำไม 'ไบเดน' ไม่ส่งทหารสหรัฐฯ ไปช่วยยูเครนสู้รัสเซีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งเสียงเตือนมาตลอดเกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของรัสเซียว่าอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง พร้อมประกาศว่ากฎระเบียบของโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

ไบเดนใช้มาตรการลงโทษต่างๆ ตอบโต้ปฏิบัติการรุกรานของรัสเซีย แต่เขาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเช่นกันว่าสหรัฐฯ ไม่มีความตั้งใจสู้รบกับมอสโก นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังยูเครนเพื่อช่วยเหลือพลเมืองอเมริกา ทั้งที่ควรจะทำ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังถอนกำลังพลซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ในยูเครนออกมา ก่อความมึนงงสงสัยเป็นอย่างมาก

ต่อไปนี้คือบทความของสำนักข่าวบีบีซีแห่งอังกฤษ ที่ได้วิเคราะห์ว่าทำไม ไบเดน ถึงตัดสินใจไม่ส่งกำลังทหารไปยังยูเครน และพยายามใช้วิถีทางการทูตเพื่อต่อต้านการรุกรานยูเครนของรัสเซียมาโดยตลอด

ประการแรก : ไม่มีผลประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

อย่างแรกสุด ยูเครนไม่ใช่เพื่อนบ้านของอเมริกา ไม่ได้ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนของสหรัฐฯ และไม่ใช่ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยูเครนยังไม่มีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์และไม่ได้เป็นพันธมิตรทางการค้ารายสำคัญของสหรัฐฯ

แม้จะไม่ค่อยมีผลประโยชน์ระดับชาติ แต่ในอดีตที่ผ่านมา มันไม่ได้หยุดบรรดาเหล่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากการปฏิบัติการในนามของประเทศอื่นๆ

ในปี 1995 บิล คลินตัน สั่งแทรกแซงทางทหารในสงครามที่ตามมาด้วยการล่มสลายของยูโกสลาเวีย และในปี 2011 บารัค โอบามา เคยทำแบบเดียวกันในสงครามกลางเมือง ซึ่งทั้ง 2 สงครามอ้างอิงเหตุผลบนพื้นฐานของมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน

ปี 1990 จอร์จ ฮาวเวิร์ด บุช อ้างความชอบธรรมที่พันธมิตรนานาชาติองเขาขับไล่อิรักออกจากคูเวต ว่าเพื่อปกป้องหลักนิติรัฐจากกฎแห่งป่า (ผู้ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะชนะ) และบรรดาเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของไบเดนก็ใช้ภาษาแบบเดียวกัน เมื่อครั้งให้คำจำกัดความภัยคุกคามของรัสเซียต่อหลักการความมั่นคงและสันติภาพระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม พวกเขาเลือกใช้สงครามเศรษฐกิจในการตอบโต้ ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร

ประการที่สอง : ประธานาธิบดีไบเดนไม่ต้องการแทรกแซงทางทหาร

บีบีซีมองว่าประธานาธิบดีไบเดนไม่ต้องการใช้อำนาจแทรกแซงทางการทหารและหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกิจการภายใน ซึ่งเป็นหลักการที่เขายึดมั่นมาโดยตลอดในเส้นทางนักการเมือง

เขาเคยสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในช่วงปี 1990 เพื่อจัดการกับความขัดแย้งทางเชื้อชาติในแถบบอลข่าน และโหวตรับรองให้สหรัฐฯ รุกรานอิรักในปี 2003 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นเขาเริ่มระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้อำนาจทางทหารของสหรัฐฯ มากขึ้น

ไบเดน ต่อต้านการแทรกแซงทางทหารในลิเบียของโอบามา เช่นเดียวกับการเพิ่มกำลังทหารในอัฟกานิสถาน ขณะเดียวกัน เขายังปกป้องอย่างแน่วแน่ต่อการตัดสินใจของเขาในการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถานเมื่อปีที่แล้ว แม้มันมาพร้อมกับความยุ่งเหยิงและทิ้งไว้ซึ่งหายนะด้านมนุษยธรรม


ประการที่สาม : บีบีซีวิเคราะห์ว่าประชาชนชาวอเมริกาไม่ต้องการสงครามเช่นกัน

ผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพล AP-NORC เมื่อเร็วๆ นี้พบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่าสหรัฐฯ ควรมีบทบาทเพียงเล็กน้อยในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน หรือไม่ควรมีบทบาทเลย

ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัญหาเงินในกระเป๋าของตนเองมากกว่า โดยเฉพาะภาวะเงินเฟ้อที่ถีบตัวสูงขึ้น บางอย่างที่ไบเดนจำเป็นต้องใส่ใจ เนื่องจากศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ใกล้เข้ามาแล้ว

ประการที่สี่ : อันตรายจากการเผชิญหน้าของชาติมหาอำนาจ

ต้องขัดเส้นใต้ไว้ว่า ปูตินสะสมหัวรบนิวเคลียร์ไว้จำนวนมาก และไบเดน ไม่ต้องการจุดชนวน "สงครามโลก" จากความเสี่ยงเกิดการปะทะโดยตรงระหว่างทหารอเมริกากับรัสเซียในยูเครน

ไบเดน เคยพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผยว่า "มันไม่เหมือนกับเรากำลังจัดการกับองค์กรก่อการร้าย เรากำลังจัดการกับหนึ่งในศัตรูรายใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากยอ่างมาก และสิ่งต่างๆ อาจบ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว"

ประการที่ห้า : ไม่มีความรับผิดชอบทางสนธิสัญญา

ไม่มีพันธสัญญาตามสนธิสัญญาใดๆ ที่สหรัฐฯ ต้องแบกรับความเสี่ยงนี้ การโจมตีต่อประเทศนาโต้ใดๆ ก็เสมือนกับการโจมตีนาโต้ทั้งมวล นั่นคือคำสัญญาตมาตรา 5 ซึ่งผูกมัดให้ทุกชาติสมาชิกต้องปกป้องกันและกัน

อย่างไรก็ตาม ยูเครน ไม่ใช่สมาชิกนาโต้ ปัจจัยที่อ้างโดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าทำไมอเมริกาถึงจะไม่สู้รบเพื่อค่านิยมที่พวกเขาเชิดชูอย่างจริงจัง ทั้งที่ความขัดแย้งนี้มีต้นตอจากข้อเรียกร้องของปูติน ที่ขอคำรับประกันว่านาโต้จะไม่อ้างแขนรับยูเครนไปตลอดกาล แต่นาโต้ปฏิเสธยอมทำตาม

สเตฟาน วอล์ท ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศ ชี้ว่าการปฏิเสธประนีประนอมของสหรัฐฯ และบรรดาประเทศนาโต้ ดูไม่สมเหตุสมผลเลยในทางปฏิบัติ ทั้งที่พวกเขาเองไม่มีความตั้งใจที่จะให้การคุ้มกันทางทหารแก่ยูเครนแต่อย่างใด

(ที่มา : บีบีซี)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น