xs
xsm
sm
md
lg

นักเศรษฐศาสตร์ยังต้องมึน! สหรัฐฯ เกิดปรากฏการณ์ “อเมริกันชนแห่ลาออกจากงาน” สูงถึง 4.3 ล้าน มากสุดเท่าที่เคยมีมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ - กลายเป็นปรากฏการณ์ไปแล้วหลังพบมีชาวอเมริกันจำนวนมากแห่ลาออกจากงานอันเป็นที่รักสูงสุดมากกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงเวลาไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็น “ปรากฏการณ์การลาออกครั้งใหญ่” โดยมีจำนวนคนลาออกจากงานราว 4.3 ล้านคนในเดือนสิงหาคม หรือเกือบ 3% ของแรงงานในระบบของสหรัฐฯ ทั้งหมด สูงสุดนับตั้งแต่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ เริ่มต้นจดบันทึกมาเมื่อปี 2020

ยาฮูนิวส์ 360 รายงานวันนี้ (17 ต.ค.) ว่า มีชาวอเมริกันลาออกจากงานในอัตราที่สูงในทุกภาคอุตสาหกรรม แต่กระแสนั้นไปอยู่ที่อุตสาหกรรมด่านหน้าโควิด-19 เป็นต้นว่า ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม ห้างค้าปลีก และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งอัตราการลาออกที่สูงนี้แตกต่างเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อช่วงต้นเกิดวิกฤตที่พบว่าอัตราการลาออกจากงานต่ำสุดในรอบ 10 ปีในช่วงเวลาที่ธุรกิจในประเทศจำนวนมากต้องปิดตัวเนื่องมาจากมาตรการป้องกันโควิด-19 ส่งผลทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากหลายล้านคนต้องตกงาน

กระแสปรากฏการณ์ Great Resignation หรือ "การลาออกครั้งยิ่งใหญ่" เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ธุรกิจร้านค้าทั่วสหรัฐฯ กำลังพยายามอย่างหนักที่จะหาลูกจ้างสำหรับตำแหน่งที่ยังว่างเพื่อให้การทำธุรกิจเดินหน้าต่อไป พบว่ามีตำแหน่งงานเปิดรับ 10.4 ล้านตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าของเดือนกรกฎาคมที่มีตำแหน่งงาน 11.1 ล้านตำแหน่ง

ยาฮูนิวส์ 360 ชี้ว่า อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ต่างเชื่อกันว่า อัตราการลาออกจากงานที่ค่อนข้างสูงนี้ถือเป็นสัญญาณของระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเนื่องมาจากมันสามารถบ่งชี้ว่า แรงงานมีความรู้สึกในแง่บวกเกี่ยวกับทัศนคติของพวกเขาและเธอและมีความต้องการที่จะปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของตัวเองให้ดีขึ้น

โดยในในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า มีแรงงานชาวอเมริกันจำนวนมากถึง 4.3 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ 3% ของแรงงานทั้งหมดในระบบลาออกจากงาน ยาฮูนิวส์ 360 รายงาน

ซึ่งอย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกลับชี้ไปในแง่ลบว่า ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่นี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเพราะอาจมีบางบริษัทประสบปัญหาในการขาดกำลังคนและกระทบต่อไปถึงการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ และลามไปถึงปัญหาด้านซัปพลายเชน โดยทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษขณะนี้กำลังประสบปัญหาและไม่มีสินค้าวางบนชั้นวางขายในหลายแห่ง

ผู้เชี่ยวชาญออกมาอธิบายเหตุผลอธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า เกิดมาจากหลายปัจจัยที่บังเอิญเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่อย่างไรก็ตาม บางปัจจัยเป็นต้นว่า คำสั่งให้พนักงานของตัวเองต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 นั้นปรากฏว่า "กลับไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีชาวอเมริกันจำนวนมากลาออก" เป็นต้น

ซึ่งหนึ่งในเหตุผลของการลาออกที่เป็นพื้นฐานมากที่สุดคือ “ทนไม่ไหว” สื่อสหรัฐฯ ชี้ว่า อัตราของการลาออกจากงานที่สูงพบว่าเกิดในกลุ่มที่ต้องทำงานต้อนรับลูกค้าหรือด้านสุขภาพแสดงให้เห็นว่า แรงงานในกลุ่มนี้ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปหลังชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน รวมไปถึงนอกเวลาตลอดระยะเวลา 18 เดือนช่วงโควิด-19 ระบาด และยังต้องพบกับมาตราการเข้มงวดป้องกันโควิด-19 รวมไปถึงความหวาดกลัวต่อการติดเชื้อไวรัส

แต่สำหรับในกลุ่มชาวอเมริกันที่ทำงานออฟฟิศอาจได้รับอานิสงสฺช่วงโควิด-19 เป็นต้นว่า การทำงานจากบ้านและมีช่วงเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นและยังสามารถพร้อมที่จะกลับไปทำงานที่สำนักงานได้อีกครั้งเหมือนเช่นกับนายจ้างทั้งหลายของคนเหล่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญที่เหลือแสดงความเห็นว่า กระแสการลาออกจำนวนมากในสหรัฐฯ ช่วงสิงหาคมชี้ไปในแนวทางของการเปลี่ยนแปลงทางความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง อย่างไรก็ตาม สำนักงานสถิติทางแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics)ไม่ได้ติดตามต่อว่าในกลุ่มแรงงานอเมริกันที่ลาออกจากงานเดิมนั้นสามารถหางานใหม่ได้หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกล่าวว่า วิกฤตโรคโควิด-19 ระบาดส่งผลกระทบขั้นพื้นฐานและยาวนานต่อความสัมพันธ์กับงานสำหรับอเมริกันชน โดยชี้ไปถึงโศกนาฏกรรมของมนุษย์ที่มีการสูญเสียชีวิตของคนใกล้ตัวและเป็นจำนวนมากสำหรับยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐฯ การมีความแตกต่างทางความคิดระหว่างเจ้านายและลูกน้องส่งผลทำให้พนักงานที่ต้องประสบในช่วงระยะเวลาปีครึ่งที่ผ่านมาทำให้ชาวอเมริกันที่แต่เดิมนิยมให้คุณค่าของการมีงานทำมาเป็นอันดับ 1 ของชีวิตต้องได้เห็นเพื่อนร่วมชาติของตัวเองจำนวนร่วมหลายล้านคนตัดสินใจลาออก




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น