xs
xsm
sm
md
lg

In Clip: “แอปเปิล” ถูกแฉใช้ล็อบบี้ยิสต์ ต่อต้านกฎหมายสหรัฐฯห้ามใช้แรงงานทาสอุยกูร์ในจีน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์/เอพี – แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯระบุ บริษัทยักษ์ใหญ่มือถือสหรัฐฯ แอปเปิล พยายามล็อบบี้เพื่อให้เนื้อหาของกฎหมายยุติการใช้แรงงานทาสในจีนอ่อนลง หลังแอปเปิลตกเป็นจำเลยตกเป็นข่าวมีซัพพลายเออร์ของตัวเองในจีนใช้แรงงานบังคับชาวอุยกูร์ผลิตชิ้นส่วน

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวานนี้(21 พ.ย)ว่า กฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับมุสลิมอุยกูร์ (Uyghur Forced Labor Prevention Act) เป็นการป้องกันไม่ให้บริษัทสัญชาติสหรัฐฯทั้งหลายใช้แรงงานบังคับชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ในจีนในสายการผลิตของตนเอง

ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านมือถือและคอมพิวเตอร์ “แอปเปิล” นั้นต้องใช้การผลิตในจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนได้รายงานว่า มีการใช้แรงงานบังคับอุยกูร์ในการผลิตชิ้นส่วนให้แอปเปิล

ทั้งนี้แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รัฐสภาคองเกรส 2 คนที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเนื่องจากการหารือกับบริษัทแอปเปิลนั้นเป็นการประชุมลับได้เปิดเผยข้อมูลว่า แอปเปิลเป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติสหรัฐฯที่พยายามล็อบบี้เพื่อต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ขณะที่กำลังร่างขึ้น แต่แหล่งข่าวปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลว่ามีเนื้อหากฎหมายข้อใดที่ทางแอปเปิลต้องการให้ถอนออกไปหรือทำการเปลี่ยนแปลง

แต่คนทั้งคู่ยืนยันว่าแอปเปิลต้องการให้เนื้อหากฎหมายป้องกันใช้แรงงานทาสอุยกูร์นั้นอ่อนลง

ด้านบริษัทล็อบบี้ยิสต์ Fierce Government Relations ซึ่งเป็นบริษัทที่แอปเปิลจ้างได้ออกมายอมรับว่า บริษัทเป็นตัวแทนล็อบบี้กฎหมายให้กับบริษัทแอปเปิลจริง

จอช โรเซนสต็อค (Josh Rosenstock) โฆษกบริษัทแอปเปิลกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “ทางบริษัทได้ทุ่มเทเพื่อทำให้มั่นใจว่าทุกคนในสายการผลิตของเราถูกปฎิบัติด้วยความเคารพและมีศักดิศรี เรารู้สึกสยดสยองต่อการใช้แรงงานบังคับและสนับสนุนต่อเป้าหมายของกฎหมายป้องกันป้องกันการใช้แรงงานบังคับมุสลิมอุยกูร์ เราร่วมในเป้าหมายของคณะกรรมการในการกำจัดแรงงานทาสและทำให้กฎหมายสหรัฐฯมีความแข็งแกร่ง และเราจะยังคงร่วมมือกับพวกเขาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”

และโฆษกบริษัทแอปเปิลยังเปิดเผยว่า เมื่อต้นปีนี้ทางบริษัทได้ทำการสอบสวนเกี่ยวกับสายการผลิตในประเทศจีนแต่ไม่พบหลักฐานของการใช้แรงงานทาสในสายการผลิต และทางเราจะยังคงเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

เอพีรายงานเมื่อต้นเดือนมีนาคมปีนี้ว่า บริษัทสายการผลิตให้กับแอปเปิลในจีนคือ OFILM ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานหนานชาง(Nanchang) พบว่าได้มีการใช้แรงงานมุสลิมอุยกูร์

เอพีชี้ว่าแรงงานชาวอุยกูร์ในโรงงานแห่งนี้ได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นในโรงงานแต่ได้รับการปฎิบัติที่ต่างออกไป เป็นต้นว่า พนักงานอุยกูร์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกตัวโรงงานหรือสวดภาวนาตามหลักศาสนา ต่างจากแรงงานนอกพื้นที่ มุสลิมฮุย(Hui Muslim) ที่ตกเป็นเป้าจากรัฐบาลปักกิ่งน้อยกว่า

แอปเปิลได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทสายส่งการผลิตของเดือนมกราคมปี 2019 พบว่ารวมไปถึงโรงงาน 3 แห่งของบริษัท OFILM ในหนานชาง

นอกเหนือจากบริษัทแอปเปิลแล้ว พบว่าบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของจีน เลอโนโว ยืนยันว่า มีการผลิตหน้าจอมือถือ กล้อง และเครื่องสแกนลายนิ้วมือจากบริษัท OFILM เช่นเดียวกัน แต่ทางบริษัทกล่าวว่าไม่ได้ทราบถึงปัญหาการใช้แรงงานทาส แต่จะเริ่มการสอบสวนภายใน

นอกจากบริษัทแอปเปิลแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พ.ย นี้ บีบีซี สื่ออังกฤษ รายงานว่า บริษัทไนกี้และบริษัทเสื้อผ้าชื่อดัง H&M รวมไปถึงบริษัท Boohoo ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานบังคับในจีนเพื่อผลิตสินค้าให้ตัวเองเช่นกัน

วอชิงตันโพสต์ชี้ว่า กฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับอุยกูร์จะทำให้เป็นการยากขึ้นต่อบริษัทอเมริกันที่จะไม่สนใจการใช้แรงงานบังคับในสายการผลิตสินค้าของตัวเองในจีน และกฎหมายให้อำนาจมากขึ้นต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหนึ่งในเนื้อหาคือการกำหนดให้บริษัทต้องให้การรับรองต่อคณะกรรมการความมั่นคงและการแลกเปลี่ยนสหรัฐฯ (Securities and Exchange Commission) ว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองไม่ได้มาจากการใช้แรงงานทาส

ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเมื่อกันยายนด้วยเสียงสนับสนุน 406 ต่อ 3 และในเวลานี้กำลังอยู่ในการพิจารณาของสภาสูงสหรัฐฯ

ทั้งนี้พบว่ากฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับมุสลิมอุยกูร์มีจุดประสงค์หลักอยู่ที่อุตสาหกรรมสิ่งทอและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับต่ำ เป็นต้นว่า น้ำตาลที่ผลิตในซินเจียงนั้นถูกส่งไปยังบริษัทโคคา-โคล่า และมะเขือเทศถูกใช้สำหรับการผลิตซอสมะเขือเทศบริษัทไฮซ์( Heinz ketchup) เป็นต้น อ้างอิงจากรายงานกลุ่มฮิวแมนไรท์ส








ศูนย์ฝึกอาชีพในซินเจียง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...