xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ คว่ำบาตรตุรกี-เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการโจมตี ‘เคิร์ด’ ในซีเรีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มควันจากการสู้รบที่เมือง ราสอัล-อัยน์ ในซีเรียเมื่อวันที่ 14 ต.ค. หลังตุรกีเปิดปฏิบัติการโจมตีกองกำลังเคิร์ดเข้าสู่วันที่ 6
รอยเตอร์ - ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรตุรกีในวันจันทร์ (14 ต.ค.) พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรนาโตรายนี้ยุติปฏิบัติการทางทหารโจมตีนักรบเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย อันเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็นชัยชนะสำหรับประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ตลอดจนรัสเซียและอิหร่านที่ให้การหนุนหลังอยู่

ทรัมป์ โทรศัพท์ไปพูดคุยกับประธานาธิบดี เรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกี และขอให้อีกฝ่ายสั่งหยุดยิง หลังจากที่เคยประกาศถอนทหารอเมริกันหลายสิบนายออกจากพื้นที่สู้รบจนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการให้ ‘ไฟเขียว’ ตุรกีเล่นงานชาวเคิร์ด

“สหรัฐฯ จะไม่อดทนกับปฏิบัติการรุกรานซีเรียของตุรกีอีกต่อไป เราขอเรียกร้องให้ตุรกีหยุดใช้ความรุนแรง และหันหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจา” รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

ทรัมป์ ยังได้ประกาศแผนรื้อฟื้นบทลงโทษทางภาษีต่อตุรกี และสั่งระงับการเจรจาข้อตกลงการค้ามูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในทันทีด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีแก้สถานการณ์ของ ทรัมป์ ยังถูกแกนนำพรรคเดโมแครตวิจารณ์ว่า “ไม่เพียงพอ” และ “ล่าช้า” เกินไป

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ชี้ว่า มาตรการคว่ำบาตรตุรกีครั้งนี้ยังไม่อาจลบล้าง “หายนะด้านมนุษยธรรม” ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้

ตุรกีมีเป้าหมายในการขับไล่พวกนักรบเคิร์ด YPG ซึ่งเป็นแกนหลักของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ที่ช่วยสหรัฐฯ บดขยี้รัฐคอลีฟะห์ของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรีย

รัฐบาลอังการามองว่าพวก YPG เป็น ‘องค์กรก่อการร้าย’ ที่เชื่อมโยงกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งก่อความไม่สงบในตุรกีมานานหลายสิบปี

สหรัฐฯ ประกาศถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ตอนเหนือของซีเรียในวันอาทิตย์ (13) ซึ่งหลังจากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง กองทัพซีเรียซึ่งมีรัสเซียหนุนหลังก็ฉวยโอกาสทองรุกคืบเข้าไปยังเขตอิทธิพลของพวกเคิร์ดบริเวณตอนใต้ของชายแดนตุรกี

กองกำลังเคิร์ดยอมรับว่า พวกเขาตัดสินใจแก้เกมด้วยการขอความช่วยเหลือจากกองทัพซีเรีย หลังจากที่ตุรกีเริ่มเปิดฉากโจมตีข้ามแดนตั้งแต่วันพุธที่แล้ว (9) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ทำให้เคิร์ด YPG รู้สึกว่าพวกตนกำลังถูกสหรัฐฯ หักหลัง

การรุกคืบของทหารซีเรียครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับรัฐบาลอัสซาดและมอสโก เพราะเท่ากับว่าพวกเขาสามารถสยายอิทธิพลเข้าสู่พื้นที่ของชาวเคิร์ดซึ่งเคยอยู่เหนือการควบคุม

สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เวลานี้กองทัพได้เคลื่อนพลสู่เมืองมานบิจ (Manbij) ซึ่งเคยถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรของเคิร์ด และก่อนหน้านั้นก็ได้เข้าไปยังเมืองเทลอาเมอร์ (Tel Amer) ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงสาย M4 ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากตัดขวางในแนวตะวันออก-ตะวันตกห่างจากชายแดนตุรกีเพียงราวๆ 30 กิโลเมตร

สถานีโทรทัศน์แห่งชาติซีเรียยังเผยภาพประชาชนออกมารอต้อนรับทหารซีเรียที่เมืองอัยน์อิสซา (Ain Issa) ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงสายเดียวกัน ทว่าอยู่ห่างจากเทลอาเมอร์ไปหลายร้อยกิโลเมตร

อัยน์อิสซาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรอกเกาะห์ (Raqqa) อดีตเมืองหลวงของรัฐคอลีฟะห์ที่พวกไอเอสสร้างขึ้นและถูกนักรบเคิร์ดยึดกลับคืนมาได้เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของปฏิบัติการกวาดล้างไอเอสที่สหรัฐฯ เป็นหัวเรือใหญ่

เส้นทางส่วนใหญ่ของทางหลวงสาย M4 ทอดขนานกับด้านใต้ของดินแดนซึ่งตุรกีหวังจะสร้างเป็น “เขตปลอดภัย” (safe zone) ขึ้นในซีเรีย โดยก่อนหน้านี้ตุรกีระบุว่าสามารถยึดเส้นทางบางส่วนไว้ได้แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ SDF ยืนยันว่ายังมีการสู้รบกันอยู่

สหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (13) ว่าจะถอนทหารทั้งหมด 1,000 นายออกจากภาคเหนือของซีเรีย หลังจากที่ทหารอเมริกันกลุ่มนี้เคยช่วยสนับสนุนทางอากาศและภาคพื้นดิน รวมถึงฝึกอาวุธให้แก่กองกำลังเคิร์ดมาตั้งแต่ปี 2014

ทรัมป์ ยืนยันว่า ทหารอเมริกันจะยังประจำการอยู่ที่ฐานทัพเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองตันฟ์ (Tanf) ทางตอนใต้ของซีเรีย “เพื่อช่วยกำจัดเศษเดน” ของไอเอสที่หลงเหลืออยู่ ทว่าฐานทัพดังกล่าวแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการช่วยสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในภาคส่วนอื่นๆ ของซีเรีย

นักรบชาวเคิร์ดหลายพันคนสละชีพในปฏิบัติการกวาดล้างไอเอสร่วมกับสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ ทรัมป์ รับสานต่อมาจากอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา

ก่อนหน้านี้ ชาวเคิร์ดได้เริ่มแผนก่อตั้งเขตปกครองตนเองขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย โดยฉวยโอกาสที่กองทัพซีเรียติดพันสงครามในภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลอัสซาดยังคงหวังที่จะฟื้นฟูอำนาจเหนือดินแดนทุกส่วนของประเทศ

ทรัมป์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าต้องการดึงสหรัฐฯ ออกจาก “สงครามที่ไม่รู้จบ” ในตะวันออกกลาง

“ใครที่คิดว่าจะช่วยซีเรียปกป้องชาวเคิร์ดได้ ผมก็ยินดี ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย, จีน หรือนโปเลียน โบนาปาร์ต... ผมหวังว่าพวกเขาคงจะทำได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนเราน่ะอยู่ไกลออกมาถึง 7,000 ไมล์!” ทรัมป์ ทวีตข้อความเมื่อวันจันทร์ (14)

ด้านผู้นำตุรกีได้กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างเยือนอาเซอร์ไบจานว่า “เราตั้งใจที่จะปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ให้ลุล่วง โดยไม่สนใจคำขู่ใดๆ ทั้งสิ้น... การต่อสู้จะต้องดำเนินต่อไปจนกว่าเราจะได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด”

กระทรวงกลาโหมตุรกีแถลงว่า กลุ่มติดอาวุธประมาณ 560 คนถูก “ทำให้หมดพิษสง” แล้วหลังจากที่ปฏิบัติการทางทหารของตุรกีเริ่มขึ้น ขณะที่ แอร์โดอัน ระบุว่ามีกลุ่มติดอาวุธถูกสังหารไป 500 คน, ยอมจำนน 26 คน และบาดเจ็บอีก 24 คน

สหภาพยุโรป (อียู) เคยขู่จะคว่ำบาตรตุรกีเพื่อตอบโต้ที่รุกรานชาวเคิร์ดในซีเรีย ทว่าผลการประชุมเมื่อวันจันทร์ (14) ปรากฏว่าอียูตกลงจะไม่ใช้มาตรการปิดล้อมด้านอาวุธอย่างเต็มรูปแบบ (arms embargo) แต่ให้รัฐสมาชิกแต่ละประเทศพิจารณาจำกัดการขายอาวุธให้ตุรกีแทน ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่แทบจะไร้ความหมาย เนื่องจากการส่งออกอาวุธนั้นมีมูลค่าเพียง 45,000 ล้านยูโรเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าระหว่างตุรกี-อียูทั้งหมด 150,000 ล้านยูโร
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...