xs
xsm
sm
md
lg

ตัวเลขจ้างงานที่ชะลอตัวลงของสหรัฐฯจะทำให้ ‘ทรัมป์’ลดความแข็งกร้าวใส่‘จีน’ไหม

เผยแพร่:   โดย: เดวิด พี. โกลด์แมน


(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Slowing job growth means trouble for Trump
By David P. Goldman
04/10/2019

ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนก็หล่นลงสู่ระดับอ่อนปวกเปียกที่สุดในรอบ 7 ปี

มีตำแหน่งงานภาคเอกชนเพียงแค่ 114,000 ตำแหน่งเท่านั้น ถูกเพิ่มเข้าสู่เศรษฐกิจสหรัฐฯในเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐฯรายงานเอาไว้เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ (4 ต.ค.) ซึ่งหมายความว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของการจ้างงานในภาคเอกชนระยะ 3 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในระดับอ่อนปวกเปียกที่สุดในรอบ 7 ปี นี่ยังไม่ใช่การเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรอก (ถึงแม้ไม่ได้ห่างจากจุดนั้นเท่าใดนัก) แต่ข้อมูลนี้ก็ชี้ให้เห็นสภาพความอ่อนแอที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากการขึ้นภาษีศุลกากรใหม่ๆ ต่อสินค้านำเข้าจากจีน ส่งผลกระทบกระเทือนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคอเมริกัน สำหรับตัวเลขการจ้างงานโดยรวม (รวมการจ้างงานภาครัฐด้วย –ผู้แปล) นั้นอยู่ที่ 136,000 ตำแหน่ง สืบเนื่องจากภาครัฐมีการจ้างงานชั่วคราวสำหรับการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2020 ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯไต่สูงขึ้น เนื่องจากความรู้สึกโล่งใจที่ว่าตัวเลขไม่ได้เลวร้ายไปกว่านี้

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ ดัชนีผลการสำรวจด้านอุตสาหกรรมการผลิตประจำเดือนกันยายนของสมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแห่งชาติ (National Association of Purchasing Managers หรือ NAPM ในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันการบริหารจัดการอุปทาน Institute of Supply Management หรือ ISM ดูเพิ่มเติมได้ที่https://en.wikipedia.org/wiki/Institute_for_Supply_Management) แสดงให้เห็นตัวเลขต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี อุตสาหกรรมการผลิตนั้นคิดเป็นเพียง 12% ของจีดีพีสหรัฐฯ ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่ว่า สภาพการถดถอยของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบัน ไม่จำเป็นว่าจะดึงลากเอาเศรษฐกิจโดยรวมเข้าสู่ภาวะถดถอยด้วย

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเป็นเพียงเศษ 1 ส่วน 8 ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่มันก็เป็นสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้าประการหนึ่งสำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยองค์รวม การเปลี่ยนแปลงในดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทางด้านอุตสาหกรรมการผลิต มีความโน้มเอียงที่จะสามารถพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตในดัชนีทางด้านบริการ

ความสัมพันธ์ในลักษณะการนำและการเดินตามของภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการ ถูกแสดงเอาไว้ในชาร์ตข้างล่างนี้

พวกกราฟแท่งสีฟ้า แสดงให้เห็นสหสัมพันธ์ระหว่างระหว่างตัวเลขของดัชนีด้านอุตสาหกรรมการผลิตในเดือนก่อนๆ กับดัชนีด้านบริการในเดือนปัจจุบัน ส่วนพวกกราฟแท่งสีแดง แสดงให้เห็นสหสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขของดัชนีด้านบริการในเดือนก่อนๆ กับดัชนีด้านอุตสาหกรรมการผลิตในเดือนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเดือนไหนก็ตามที สหสัมพันธ์ระหว่างดัชนีด้านบริการกับดัชนีด้านอุตสาหกรรมการผลิต อยู่ที่ราว 56% แต่เมื่อนำเอาตัวเลขดัชนีด้านอุตสาหกรรมการผลิตของเดือนใดก็ตามมาเปรียบเทียบกับดัชนีด้านบริการของเดือนที่ถอยหลังกลับไปราว 12 เดือน จะมองเห็นได้ว่าในแต่ละเดือนมีสหสัมพันธ์กันสูง ขณะที่ในทางกลับกันแล้วจะไม่มีสหสัมพันธ์เช่นนั้น

สรุปแล้ว ดัชนีด้านอุตสาหกรรมการผลิตมีความโน้มเอียงที่จะสามารถพยากรณ์ดัชนีด้านบริการ อุตสาหกรรมการผลิตนั้นมีความอ่อนไหวต่อภาวะช็อกทางเศรษฐกิจมากกว่า และมีความโน้มเอียงที่จะแสดงปฏิกิริยาออกมาก่อน ถ้าหากข้อมูลในอดีตจะเป็นตัวชี้นำอะไรได้แล้ว เราก็สามารถคาดหมายได้ว่าความอ่อนปวกเปียกทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นกว่านี้กำลังบ่ายหน้าเข้าไปยังช่วงเวลาแห่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 คำถามยังคงมีอยู่ว่าพวกผู้บริโภคจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรออกมา อัตราเติบโตขยายตัวของการจ้างงานซึ่งกำลังลดถอยลงมานั้น ได้สร้างความหดหูให้แก่ผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตัวหลักๆ ไปเรียบร้อยแล้ว การขึ้นภาษีศุลกากรจากสินค้าจีนรอบต่อไปซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเอาไว้เมื่อเดือนสิงหาคม เจพี มอร์แกน (JP Morgan) คำนวณออกมาว่าจะทำให้ครอบครัวในสหรัฐฯต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเฉลี่ยแล้ว 1,000 ดอลลาร์ต่อปี นี่ย่อมเป็นการขึ้นภาษีเอากับผู้บริโภคอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทีเดียว และอาจมีน้ำหนักเพียงพอที่จะกระทบความสมดุลในทางที่ทำให้เพิ่มความประหยัดในการใช้จ่าย

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานเอาไว้เมื่อตอนเช้าวันศุกร์ (4 ต.ค.)ว่า แลร์รี คุดโลว์ (Larry Kudlow) ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำนายว่าจะมีผลลัพธ์ “อย่างน่าประหลาดใจในทางบวก” จากการเจรจาด้านการกับจีนในสัปดาห์หน้า แน่นอนทีเดียวว่าทรัมป์มีเหตุผลอย่างดีที่ต้องการจะถอยหลังกลับออกมาจากการขึ้นภาษีศุลกากรรอบล่าสุด

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...