xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: เดโมแครตลุยถอดถอน ‘ทรัมป์’ แฉดึง ‘ต่างชาติ’ เล่นงานศัตรูการเมือง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เริ่มการไต่สวนเพื่อนำไปสู่กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง หลังมีการเปิดโปงว่าผู้นำสหรัฐฯ พยายามใช้ต่างชาติเป็นเครื่องมือดิสเครดิตศัตรูทางการเมือง ขณะที่ ทรัมป์ อ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อแผน ‘รัฐประหาร’ และขู่จะสืบสาวหาตัวผู้เปิดโปงเรื่องนี้

ส.ส.เดโมแครตซึ่งกุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มเปิดการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. หลังมีผู้เปิดโปง (whistleblower) รายหนึ่งร้องเรียนว่า ทรัมป์ โทรศัพท์ไปกดดันประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ให้ตรวจสอบคดีทุจริตคอร์รัปชันที่โยงใยถึง โจ ไบเดน ผู้สมัครประธานาธิบดีตัวเก็งของพรรคเดโมแครต รวมถึง ฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของ โจ ซึ่งเคยทำงานกับบริษัทก๊าซแห่งหนึ่งในยูเครน โดยนำเงินช่วยเหลือ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาเป็นเครื่องต่อรอง

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์เนิลรายงานว่า ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ร่วมอยู่ในวงสนทนาดังกล่าวด้วย

ทรัมป์ และพันธมิตรเชื่อว่า ไบเดน ซึ่งเคยเป็นรองประธานาธิบดีของ บารัค โอบามา ได้ใช้อิทธิพลกดดันรัฐบาลเคียฟให้ปลดอัยการสูงสุด เพื่อปกป้อง ฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของตนซึ่งขณะนั้นเป็นบอร์ดบริหารบริษัทก๊าซ บูริสมา โฮลดิงส์ (Burisma Holdings) ที่ถูกครหาว่ามีการทุจริตภายในองค์กร

อย่างไรก็ดี ข้อครหาเกือบทั้งหมดได้ถูกลบล้าง และไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า ไบเดน พ่อลูกได้กระทำความผิดใดๆ ในยูเครน

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ทรัมป์ เคยขอให้นายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลียช่วย วิลเลียม บาร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สืบหาต้นตอของการสอบสวนคดีรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งปี 2016 โดยมีเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือของผลสอบสวนซึ่งอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ได้สรุปไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

มุลเลอร์ สรุปผลสอบคดีรัสเซียเมื่อเดือน มี.ค. โดยระบุถึงการกระทำหลายอย่างที่เข้าข่ายสมคบคิด หรือพยายามสมคบคิดระหว่างทีมงานของ ทรัมป์ กับ มอสโก แต่ถึงกระนั้นก็สรุปว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งข้อหาอาญา ขณะที่ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบคดีนี้ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “การล่าแม่มด” (witch hunt)

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์เผยว่า บาร์ เคยไปพบปะเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอังกฤษและอิตาลีเป็นการส่วนตัวขณะอยู่ต่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการสอบสวนเรื่องคดีรัสเซีย ซึ่งการกระทำเช่นนี้อาจเข้าข่ายใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือ ทรัมป์ ในทางการเมือง และอาจเป็นเหตุให้ บาร์ ถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมได้

ออสเตรเลียและอังกฤษถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญในกรณีนี้ เนื่องจากเอฟบีไอเริ่มเปิดการสืบสวนกรณีรัสเซียป่วนเลือกตั้งในเดือน ก.ค. ปี 2016 หลังได้รับเบาะแสจากนักการทูตออสซี่ในอังกฤษว่าทีมหาเสียง ทรัมป์ คนหนึ่งนัดพบกับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหมีขาว

ประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3 ชุดได้ออกหมายเรียกเอกสารไปยัง รูดี จูลิอานี ทนายส่วนตัวของทรัมป์ หลังจากทนายผู้นี้ออกมาอ้างผ่านสื่อโทรทัศน์ว่าเป็นคนขอให้รัฐบาลยูเครนตรวจสอบพฤติกรรมทุจริตของ ไบเดน ทั้งยังพูดด้วยว่ามีหลักฐานในรูปของข้อความตัวอักษร บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ และอื่นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่า จูลิอานี ไม่ได้กระทำการเพียงคนเดียว แต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของ ทรัมป์ คนอื่นๆ ร่วมมือด้วย

คณะกรรมาธิการทั้งสามขีดเส้นตายให้ จูลิอานี ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กให้คำตอบภายในวันที่ 15 ต.ค. ขณะที่ทนายผู้นี้ทวีตข้อความว่าหมายเรียกดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามด้านกฎหมาย ซึ่งรวมถึงประเด็นเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองความลับระหว่างลูกความกับทนาย
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และ โจ ไบเดน ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีเต็งหนึ่งของพรรคเดโมแครต
ผลสำรวจโดยรอยเตอร์/อิปซอสซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 26-30 ก.ย. ที่ผ่านมาพบว่า ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 45% เชื่อว่า ทรัมป์ สมควรถูกถอดถอน ขณะที่ 41% เชื่อว่าไม่ควร และอีก 15% ตอบว่าไม่แน่ใจ

มิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากในวุฒิสภา ออกมายืนยันผ่านสื่อ ว่าหากสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติให้ตั้งข้อหา ทรัมป์ และส่งเรื่องต่อมายังวุฒิสภา ตนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากดำเนินการสอบสวนไปตามขั้นตอน

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่สภาคองเกรสเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถัดจากกรณีของ บิล คลินตัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จและขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเขากับ โมนิกา ลูวินสกี นักศึกษาฝึกงานทำเนียบขาว เมื่อปี 1998

ทรัมป์ ออกมาทวีตโจมตี แอดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่างว่าบิดเบือนบทสนทนาระหว่างตนกับผู้นำยูเครน และเรียกร้องให้จับกุม ส.ส.เดโมแครตผู้นี้ฐาน “เป็นกบฏ” ทั้งยังประกาศจะสืบหาตัวตนผู้ที่เปิดโปงเรื่องยูเครน ซึ่งว่ากันว่าเป็นนักวิเคราะห์ของซีไอเอ

ทรัมป์ ชี้ว่าผู้เปิดโปงและคนของทำเนียบขาวซึ่งเอาข้อมูลไปบอกกับเจ้าหน้าที่รายนี้ควรมีความผิดฐาน “ทรยศชาติ”

แอนดรูว์ บากาจ ทนายของผู้เปิดโปงออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่า ลูกความของตน “มีสิทธิ์ที่จะไม่เปิดเผยตัว” และความพยายามแก้แค้นเขาในรูปแบบใดๆ ก็ตามถือว่าละเมิดกฎหมายแห่งชาติ

ส.ว.เดโมแครตในคณะกรรมาธิการยุติธรรมแห่งวุฒิสภาเรียกร้องให้ ลินด์ซีย์ เกรแฮม ประธานคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของ ทรัมป์ สั่งเรียกประชุมเพื่อสอบสวนว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างไรบ้างหลังได้รับคำร้องเรียนจากผู้เปิดโปง และขอให้มีมาตรการคุ้มครองพยานไม่ให้ถูกข่มขู่

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ระบุว่าจะพยายามเร่งรัดการไต่สวน เพื่อนำไปสู่กระบวนการลงมติถอดถอน ทรัมป์ ในสภาล่างช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ดี การจะเขี่ย ทรัมป์ ลงจากเก้าอี้มีหนทางสำเร็จน้อยมาก เพราะต่อให้สภาล่างลงมติถอดถอน แต่การจะได้เสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จากวุฒิสภาซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมากก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...