xs
xsm
sm
md
lg

สื่อดังเผยฮ่องกงเตรียมงัด กม.ฉุกเฉิน ห้ามผู้ประท้วงสวมหน้ากากปิดหน้า ขณะตำรวจวอนประกาศเคอร์ฟิว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>กลุ่มนักศึกษาเดินขบวนไปยังมหาวิทยาลัย ไชนีส ยูนิเวอร์ซิตี้ ในฮ่องกง เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ต.ค.) เพื่อแสดงการสนับสนุนพวกนักศึกษาซึ่งถูกตำรวจจับกุม </i>
เอเจนซีส์ - คาดรัฐบาลฮ่องกงประกาศใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามสวมหน้ากากระหว่างการชุมนุมในวันศุกร์นี้ (4 ต.ค.) เพื่อสกัดกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรง ขณะที่ตำรวจก็เรียกร้องทางการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว พร้อมกันนี้ยังมีข่าวว่า ทนายของนักเรียนชายที่ถูกตำรวจยิงเผาขนเมื่อวันชาติจีน (1) เตรียมเดินทางไปศาลแทนลูกความเพื่อรับฟังข้อกล่าวหาจลาจลและทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี

การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ประท้วงที่ยังไม่มีวี่แววยุติลงในเวลาอันใกล้ หลังจากการชุมนุมเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 4 เดือนที่แล้ว สะท้อนความโกรธขึ้งของชาวฮ่องกงที่มีต่อผู้นำในฮ่องกงและปักกิ่ง

ผู้ประท้วงจำนวนมากสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อกั๊กเหลือง แว่นนิรภัยและหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา

ในวันพฤหัสบดี (3) หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ ที่เป็นหนังสือพิมพ์เก่าแก่มีชื่อเสียงของฮ่องกง รายงานว่า ทางการฮ่องกงมีแผนสกัดการชุมนุมด้วยการบังคับใช้กฎหมายสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ออกมาตั้งแต่สมัยฮ่องกงยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ การใช้กฎหมายนี้จะทำให้ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ โดยคาดกันว่า แคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกงจะประกาศคำสั่งห้ามสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าในการชุมนุม ระหว่างการประชุมพิเศษในวันศุกร์นี้

สมาชิกสภาฮ่องกงฝ่ายโปรปักกิ่งเรียกร้องให้ลัมบังคับใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน นับจากวันอังคารที่ผ่านมา (1) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นอีกวันที่ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจและเกิดความเสียหายรุนแรงทั่วเมือง

ในวันนั้นยังเป็นวันแรกที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิง โทนี่ จาง นักเรียนมัธยมชายวัย 18 ปีคนหนึ่งที่หน้าอก เพื่อป้องกันตัวจากการถูกเด็กหนุ่มผู้นี้ฟาดด้วยท่อนเหล็ก นอกจากนี้ยังมีการยิงแก๊สน้ำตาถึง 1,400 นัดเพื่อสลายฝูงชน

เอลิซาเบธ กัต สมาชิกรัฐสภาฮ่องกง ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้ามีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับคนบางกลุ่ม ซึ่งหมายถึงผู้ประท้วงที่ใช้ความรุนแรง

ทว่า เดนนิส กว็อก สมาชิกรัฐสภาฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย แย้งว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณการเริ่มต้นสู่รัฐเผด็จการ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนที่ต้องการเสรีภาพและประชาธิปไตย
<i>ผู้ประท้วงโปรประชาธิปไตยโยนระเบิดขวดน้ำมันไปที่ประตูของสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในฮ่องกง เมื่อคืนวันพุธ (2 ต.ค.) </i>
ข่าวการเตรียมประกาศห้ามสวมหน้ากากในการชุมนุมส่งให้ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดขยับขึ้น 0.3% สูงสุด
ในรอบหนึ่งสัปดาห์

สตีเวน เหลียง จากยูโอบี ฮ่องกง อธิบายว่า ข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนเบาใจขึ้นว่า อาจช่วยผ่อน
คลายสถานการณ์การประท้วง เพราะผู้ประท้วงบางคนอาจคิดทบทวนว่า พร้อมเปิดหน้าออกไปประท้วงหรือไม่

ในภาวะที่ลัมดูเหมือนยังไม่เต็มใจที่จะใช้ไม้แข็งมากขึ้นหรือไม่สามารถค้นหาทางออกทางการเมืองได้นั้น ตำรวจฮ่องกงก็อยู่ในสภาพถูกทิ้งให้ต้องต่อสู้กับกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงตามลำพัง

วันพฤหัสฯ ลัม ฉีเว่ย นายกสมาคมเจ้าหน้าที่ตำรวจของฮ่องกง เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศมาตรการเคอร์ฟิวเพื่อช่วยสกัดเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งตำรวจตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ทั้งยังถูกกล่าวหาว่า ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

ลัมระบุว่า ตำรวจเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพียงหน่วยเดียวมีอำนาจจำกัดภายใต้กฎหมาย และไม่สามารถทำงานได้ตามลำพังโดยไม่มีมาตรการเหมาะสมและการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผชิญกับเหตุจลาจลที่รุนแรงและต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่า ตำรวจพยายามใช้ความอดกลั้นกับผู้ประท้วง

กระนั้น ทนายความของผู้สื่อข่าวอินโดนีเซียคนหนึ่งเผยว่า ลูกความของตนตาบอดข้างหนึ่งเนื่องจากถูกลูกหลงจากอาวุธของตำรวจเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ขณะที่สหภาพยุโรป ออกคำแถลงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในฮ่องกง และแนะนำให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและหาทางออกด้วยการเจรจา

อย่างไรก็ตาม คืนวันพุธ (2) เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อผู้ประท้วงที่ไม่พอใจกรณีตำรวจยิงเด็กหนุ่มที่หน้าอก ออกมารวมตัวและมีการขว้างระเบิดขวดน้ำมัน จุดไฟและปิดบนถนน ทำลายร้านค้าและสถานีรถไฟใต้ดินบางแห่ง และตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาสกัด

นอกจากนั้นในวันพฤหัสฯ ยังมีรายงานว่า ทนายความของจางจะไปขึ้นศาลแทนลูกความที่ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อรับฟังข้อหาก่อการจลาจลและทำร้ายตำรวจซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...