xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ประกาศไม่พร้อมทำสงคราม หลังเพิ่งขู่ ‘ล็อคเป้า’ ตัวการถล่มโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุวานนี้ (16 ก.ย.) ว่าดูเหมือนอิหร่านจะอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งในซาอุดีอาระเบีย แต่ย้ำชัดว่าตน “ไม่ต้องการทำสงคราม” ขณะที่วิกฤตการณ์ดังกล่าวดันราคาน้ำมันดิบพุ่งพรวดและกระพือความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง

อิหร่านออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาบงการเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์ (14) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และทำให้กำลังผลิตน้ำมันซาอุฯ หายไปครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็นราวๆ 5% ของปริมาณการผลิตทั่วโลก

ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเลวร้ายลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ ทรัมป์ นำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ปี 2015 และรื้อฟื้นนโยบายลงโทษทางเศรษฐกิจเพื่อบีบให้อิหร่านล้มเลิกโครงการพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมุ่งหมายให้อิหร่านหยุดให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทนในภูมิภาค รวมถึงพวกกบฏฮูตีนิกายชีอะห์ในเยเมนที่ทำสงครามกับกลุ่มพันธมิตรซาอุฯ มานานกว่า 4 ปี

ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอิหร่านเป็นผู้บงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ จริงหรือไม่ แต่ก็ย้ำว่าข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่ “บ่งบอกว่าจะเป็นเช่นนั้น”

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ ซึ่งทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการดึงสหรัฐฯ ออกจากสงครามต่างๆ ที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ได้ก่อไว้ ยืนยันว่าตนจะไม่รีบร้อนนำอเมริกาเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งครั้งใหม่เพื่อซาอุดีอาระเบีย

“ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดสงคราม” ทรัมป์ กล่าว

คณะรัฐมนตรีอเมริกันหลายคน รวมถึง ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และ ริค เพอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ต่างออกมาชี้หน้าคาดโทษอิหร่านว่าจะต้องรับผิดชอบกับเหตุโจมตีครั้งนี้ ขณะที่ ทรัมป์ ยืนยันว่าจะส่ง พอมเพโอ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ไปเยือนริยาดในเร็ววัน

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งจะแถลงหยกๆ เมื่อวันจันทร์ (16) ว่าสหรัฐฯ “ล็อคเป้าโหลดกระสุน” พร้อมตอบโต้ผู้ที่บงการโจมตีซาอุฯ แต่เพียง 1 วันให้หลังกลับใช้คำพูดที่เบาลง

“เรามีตัวเลือกอยู่หลายทาง แต่ผมจะยังไม่พิจารณาในตอนนี้ เราต้องพิสูจน์ให้ได้เสียก่อนว่าใครทำกันแน่” ทรัมป์ ระบุ

ประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่าน ชี้ว่าปฏิบัติการโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ เป็นฝีมือ “ชาวเยเมน” ที่ต้องการแก้แค้นกลุ่มพันธมิตรซาอุฯ โทษฐานทำสงครามกับขบวนการฮูตี

“ชาวเยเมนกำลังใช้สิทธิ์โดยชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” รูฮานี ให้สัมภาษณ์สื่อที่กรุงอังการาของตุรกี

ด้าน อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ชี้ว่าข้อกล่าวหาที่สหรัฐฯ ยัดเยียดให้เตหะรานนั้น “รับไม่ได้ และไม่มีมูลแม้แต่นิดเดียว”

ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ (16) ดีดขึ้นกว่า 19% ก่อนขยับลงมาในระดับสูงขึ้น 10% จากราคาปิดวันก่อน ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอิรัก-คูเวตในช่วงปี 1990-91

รัฐบาลซาอุฯ เชื่อว่าอาวุธที่ใช้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันมาจากอิหร่าน ทั้งยังประกาศกร้าวว่ามีศักยภาพที่จะตอบโต้ได้ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ ตรัสว่าอิหร่านไม่เพียงเป็นภัยคุกคามต่อราชอาณาจักรของพระองค์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลางและโลกด้วย และแม้ว่าพระองค์จะไม่ได้กล่าวหาตรงๆ ว่าอิหร่านบงการเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน แต่กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ ก็อ้างพระดำรัสซึ่งเรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามผู้ก่อเหตุ

ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเป็นรัฐคู่แค้นกันมานานหลายสิบปี และเคยทำสงครามตัวแทนกันมาแล้วหลายครั้ง

ทรัมป์ ยืนยันว่า ตนไม่เคยตกปากรับคำว่าจะปกป้องซาอุฯ

“ไม่... ผมไม่เคยสัญญากับชาวซาอุฯ แบบนั้น เราจะต้องนั่งลงพูดคุยกับซาอุฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว “เกิดการโจมตีขึ้นในซาอุดีอาระเบีย และนั่นไม่ใช่การโจมตีสหรัฐฯ แต่แน่นอนว่าเราก็ต้องช่วยเหลือพวกเขา”

แหล่งข่าว 2 คนซึ่งทราบข้อมูลวงในจากบริษัทน้ำมันอารามโก (Aramco) ของซาอุฯ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า อาจจะต้องใช้เวลา “หลายเดือน” กว่าซาอุฯ จะฟื้นกำลังผลิตให้กลับสู่ภาวะปกติได้ จากเดิมที่ประเมินว่าน่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์

รัฐบาลซาอุฯ ยืนยันว่าสามารถตอบสนองอุปสงค์น้ำมันของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากยังมีน้ำมันสำรองอยู่ในปริมาณมาก ทว่าเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นก็ทำให้การขนส่งน้ำมันเริ่มขลุกขลักบ้าง

ข้อมูลจากระบบติดตามการเดินเรือพบว่า เมื่อวันจันทร์ (16) มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (ซุปเปอร์แทงเกอร์) อย่างน้อย 11 ลำรอโหลดน้ำมันอยู่ที่ท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย

ยะห์ยา ซาเรีย โฆษกกองกำลังกบฏฮูตี ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ เมื่อวันเสาร์ (14) และยังขู่ว่าจะลงมือโจมตีอีกในอนาคต

“ขอให้รัฐบาลซาอุฯ จงรู้ไว้ด้วยว่า แขนของเราสามารถยื่นไปถึงทุกสถานที่ที่เราเลือก และในเวลาที่เรากำหนด” ซาเรีย กล่าวผ่านทวิตเตอร์ “ขอเตือนให้บริษัทและชาวต่างชาติทั้งหลายจงอยู่ห่างจากโรงกลั่นน้ำมันที่ถูกโจมตี เพราะพวกมันยังอยู่ในสายตาของเรา”

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่า โดรนโจมตีน่าจะถูกส่งมาจากฝั่งตรงกันข้าม คือมาจากอิหร่านมากกว่าเยเมน และอาจจะมีการใช้ขีปนาวุธร่อนด้วย แต่ไม่ว่าจะมาจากทางฝั่งไหนสหรัฐฯ ก็เชื่อว่าอิหร่านต้องมีส่วนรู้เห็น
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...