xs
xsm
sm
md
lg

คอลัมน์นอกหน้าต่าง: ‘เฟด’จะลดดอกเบี้ยอีกหนวันพุธนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางศก. และเสียงด่าทอจาก ‘ทรัมป์’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>เจอโรม เพาเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันหนักด้วยการทวีตข้อความดูหมิ่นและเรียกร้องให้ขยับลดอัตราดอกเบี้ย </i>
คาดหมายกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติให้ตัดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในวันพุธ (18 ก.ย.) นี้ ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กำลังดูน่าหวั่นกลัว และการระดมโจมตีด้วยถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับเรียกร้องให้ช่วยกันออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ถึงแม้ว่าในทางเป็นจริง เจอโรม เพาเวลล์ ประธานเฟด ได้ใช้ความพยายามที่จะส่งข้อความอันชัดเจนให้ตลาดรับทราบอยู่เป็นระยะ โดยตั้งแต่ประกาศตัดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย “เฟด ฟันด์ เรต” ครั้งแรกในรอบสิบปี เมื่อตอนสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขาก็ได้ส่งสัญญาณหลายครั้งว่าอัตราดอกเบี้ยยังกำลังจะต่ำลงไปอีก

ทั้งในการกล่าวปราศรัยและในการปรากฏตัวต่อสาธารณชน เพาเวลล์ให้สัญญาว่า เฟดจะ “กระทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม” เพื่อสงวนรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้

ขณะที่ระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกของสหรัฐฯยังคงอยู่ในสภาพที่ดี แต่เขาเตือนว่ามี “ความเสี่ยงที่สำคัญหลายๆ ประการ” ซึ่งทำให้ทิศทางอนาคตดูย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ เป็นต้นว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงต่ำแบบไม่ค่อยยอมเงย และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนก็ทำท่าจะลากยาวยืดเยื้อ ทั้งนี้ จอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ซึ่งมีอิทธิพลสูงก็ได้พูดในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน

เบ็ดเสร็จแล้วจึงตีความกันว่า เฟดกำลังจะลดดอกเบี้ย

ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ณ วันศุกร์ (13) ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีการขยับขับเคลื่อนกันอย่างแรงไปในทิศทางซึ่งคาดการณ์ว่า เฟดจะแถลงลดดอกเบี้ย “เฟด ฟันด์ เรต” ลงในวันพุธ (18) นี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเป็นเวลา 2 วันของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) นอกจากนั้นยังดูจะมีโอกาสเกินกว่าครึ่งด้วย ที่เฟดจะหั่นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้

แคธี บอสต์จันชิช หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การเงินสหรัฐฯ ของ ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บอกกับเอเอฟพีว่า บริษัทของเธอทำนายด้วยซ้ำว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งหมายความว่าเฟดจะต้องประกาศตัดลดในการประชุมเอฟโอเอ็มซีทุกๆ นัดที่ยังเหลืออยู่ในปี 2019 นี้

“เป็นเรื่องดีที่ตอนนี้เศรษฐกิจยังไม่ได้มีอาการว่าจะแตกเป็นเสี่ยงๆ” เธอกล่าว “และด้วยเหตุนี้จึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีสำหรับการนำเอามาตรการกระตุ้นบางอย่างบางประการออกมาใช้”

แต่แน่นอนทีเดียวว่า ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ยังคงก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมจะต้องลดดอกเบี้ยกันอีกคำรบหนึ่ง ?

ฟ้ายังไม่ได้กำลังถล่มทลายลงมา อัตราการว่างงานกำลังอยู่ในระดับต่ำที่สุดหรืออยู่ใกล้เคียงกับระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในระยะเวลารอบหนึ่งปีครึ่ง การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็มีความหยุ่นตัว อัตราเงินเฟ้อยังคงไม่มีปัญหาอะไร ค่าจ้างแรงงานเพิ่มสูงขึ้น การสร้างงานใหม่ๆ กำลังดำเนินไปอย่างสดสวย อัตราเติบโตของจีดีพีดูเหมือนกำลังเพิ่มขึ้นไปอย่างหนักแน่น ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกำลังอ่อนตัวลงก็จริง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง

แล้วทำไมจึงยังคงมีความรู้สึกกังวลหวั่นไหวกันอยู่ในหมู่ผู้คนจำนวนมากถึงขนาดนี้ ?
<i>อาคารธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กรุงวอชิงตัน </i>
พวกงี่เง่าเบาปัญญา

อธิบายกันง่ายๆ ได้อย่างนี้

สิ่งเดียวที่กำลังแสดงบทบาทประคับประคองเศรษฐกิจสหรัฐฯเอาไว้ในเวลานี้ ได้แก่ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งเป็นตัวที่มีมูลค่าเท่ากับสองในสามของจีดีพี แต่ถ้าหากรอไปจนกระทั่งปัจจัยนี้เริ่มแสดงให้เห็นความอ่อนแอลงมา มันก็จะสายเกินไป –เพราะหมายความว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซากำลังเริ่มต้นขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

เวลานี้ตัวเลขการจ้างงานถึงแม้ยังแข็งแรงอยู่ แต่ก็ชักจะแผ่วลง ขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจอยู่ในอาการใกล้ตาย การส่งออกกำลังอ่อนตัวลง และอุตสาหกรรมการผลิต (ซึ่งถือเป็นตัวบอกทิศทางความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโดยรวมเรื่อยมา) กำลังอยู่ในอาการถดถอย

ขณะเดียวกันนั้น เศรษฐกิจโลกก็กำลังเติบโตเชื่องช้าลง

ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์เองน่าจะไม่ทราบเหมือนกันว่าจะใช้วิธีไหนมายุติสงครามการค้ากับจีนที่เขาเลือกก่อขึ้นมาและดำเนินอยู่เป็นเวลา 18 เดือนแล้ว

อัตราภาษีศุลกากรที่ขึ้นสูงขึ้น และความไม่แน่นอนซึ่งเกิดขึ้นจากการตอบโต้กันในศึกการค้า ได้เพิ่มระดับจากแค่การทำให้เกิดความเสี่ยง กลายมาเป็นตัวที่กำลังสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจอเมริกันแล้ว รวมทั้งผลกระทบที่ทำให้ตำแหน่งงานลดน้อยลง โดยตามการประมาณการของสำนักหนึ่ง เฉพาะในเดือนสิงหาคมเดือนเดียว มีงานในสหรัฐฯสูญหายไปราวๆ 11,000 ตำแหน่ง

ระยะไม่กี่วันหลังๆ มานี้ ปักกิ่งกับวอชิงตันต่างแสดงท่าทียื่นช่อมะกอกแห่งสันติภาพให้แก่กัน ทำให้ตลาดเพิ่มความวาดหวังว่าจะมีทางออกมีหนทางแก้ไขปัญหา หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีการตกลงหยุดยิงกันในสงครามที่ยังคงเลวร้ายลงเรื่อยๆ นับแต่ที่เฟดลดดอกเบี้ยคราวก่อนในวันที่ 31 กรกฎาคม

แต่ก็มีความเสี่ยงที่ความรู้สึกดีๆ เช่นนี้อาจจะไม่คงทนถาวร อย่างที่เห็นได้จากการหยุดยิงที่ตกลงกันได้ในเดือนธันวาคมปีที่แล้วและในเดือนมิถุนายนปีนี้ ต่างก็ไม่ได้ยืนยาวอะไรเลย

“พวกเราเคยถูกทิ้งให้ประสบความผิดหวังกันมาแล้ว” บอสต์จันชิช แห่ง ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ กล่าวย้ำ

เธอชี้ด้วยว่า พวกผู้วางนโยบายของเฟดกำลังประสบกับภาระที่หนักหน่วงยิ่งกว่าธรรมดา เนื่องจากต้องพยายามให้สาธารณชนรับทราบสิ่งที่พวกเขากระทำ ท่ามกลางเสียงเอะอะอึกทึกของการที่ทรัมป์โจมตีเล่นงานธนาคารกลางแห่งนี้อย่างชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

กระทั่งก่อนที่จะกล่าวปราศรัยอย่างเคร่งขรึมในพิธีรำลึกวาระครบรอบปีของเหตุการณ์วินาศกรรม 9-11 ซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงกลาโหมอเมริกันในตอนเช้าวันพุธ (11) ที่ผ่านมา ทรัมป์ก็ยังโพสต์ทางทวิตเตอร์ประณามพวกผู้วางนโยบายของเฟดว่าเป็น “พวกงี่เง่าเบาปัญญา”

จากที่สำนักข่าวเอเอฟพีทำการวิเคราะห์ข้อความที่ทรัมป์ทวีต ตั้งแต่การประชุมเอฟโอเอ็มซีของเฟดครั้งสุดท้ายตอนสิ้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ทรัมป์ได้ทวิตข้อความบ่นร้องเรียนและ/หรือประณามโจมตีเฟดอย่างถี่ยิบ เฉลี่ยแล้วทุกๆ 22 ชั่วโมงจะต้องมี 1 โพสต์ แถมยังเลวร้ายลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีการระบุชื่อและการใส่ข้อความด่าทอป้ายสี

ถึงแม้ทรัมป์ไม่ลืมยกย่องสรรเสริญว่าเศรษฐกิจอเมริกันภายใต้การนำของเขามีความเข้มแข็งคึกคัก แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯผู้นี้ก็ยังคงออกมาเรียกร้องให้ประกาศมาตรการกระตุ้นในเฉพาะหน้านี้ ชนิดที่ธรรมดาแล้วสงวนเอาไว้สำหรับใช้ตอนที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างเลวร้าย นั่นคือ เขาเรียกร้องให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ “ศูนย์หรือต่ำกว่านั้นอีก” หรือให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับติดลบ!!

“ผมไม่คิดว่าพวกผู้วางนโยบายของเฟดจะคิดมากคิดมายอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้” นี่เป็นความเห็นของ โจเซฟ แก็กนอน อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเฟดที่ปัจจุบันทำงานอยู่กับสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คลังความคิดชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน “ทรัมป์นั้นแฮปปี้อยู่แล้วที่จะต้องหาแพะรับบาป ซึ่งสามารถใช้ประณามกล่าวโทษได้ในเวลาที่เกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา”

แต่แก๊กนอนก็กล่าวด้วยว่า “ผมไม่คิดว่าเขาต้องการจริงๆ ให้เฟดต้องคอยเดินตามคำแนะนำของเขา เพราะถ้าเฟดเกิดทำตามคำแนะนำของเขาแล้วสิ่งต่างๆ ออกมาในทางเลวร้าย ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะถูกประณาม”

(เก็บความจากเรื่อง US Fed to cut rates again as optimism is tested ของสำนักข่าวเอเอฟพี)
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...