xs
xsm
sm
md
lg

'ทรัมป์'ปลด'โบลตัน'เหยี่ยวร้ายตัวพ่อ คาดปรับนโยบายต่างปท.เพิ่มเน้นการทูต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 9 เม.ย. 2018) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับมือกับ จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ในตอนเริ่มต้นการประชุมนัดหนึ่งที่ทำเนียบขาว  กรุงวอชิงตัน  ทั้งนี้ทรัมป์ทวิตวันอังคาร (10 ก.ย.) ว่าได้ปลดโบลตันออกจากตำแหน่งแล้ว
เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลด ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ จอห์น โบลตัน ออกจากตำแหน่งกลางอากาศ ระบุความเห็นไม่ลงรอยหลายเรื่อง แหล่งข่าวชี้ฟางเส้นสุดท้ายคือแผนการลับสุดยอดในการเจรจากับตอลิบาน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เมื่อปราศจากผู้ช่วยสายเหยี่ยวอิทธิพลสูงผู้นี้ ก็มีแนวโน้มมากขึ้นที่ทรัมป์จะเดินหน้านโยบายทางการทูตและเปิดการเจรจามากขึ้นกับศัตรูเก่าอย่างเกาหลีเหนือหรือกระทั่งอิหร่าน

ทรัมป์ ซึ่งยอมรับว่า มีความเห็นขัดแย้งรุนแรงกับโบลตัน เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ทวิตเมื่อช่วงเที่ยงวันอังคาร (10 ก.ย.) ว่า ได้ขอให้โบลตันลาออกตั้งแต่คืนวันจันทร์ (9) ซึ่งเจ้าตัวจัดการตามคำขอนั้นในเช้าวันรุ่งขึ้น

ทว่า โบลตันกลับยืนยันว่า ตนไม่ได้ถูกปลด แต่ตัดสินใจลาออกเองโดยแจ้งทรัมป์เมื่อคืนวันจันทร์ และผู้นำสหรัฐฯ ยังบอกว่า “เช้าค่อยมาคุยกัน”

แม้กระทั่งทำเนียบขาวยังดูเหมือนตั้งตัวไม่ทัน โดยยังคงแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า โบลตันจะแถลงข่าวร่วมกับไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศในวันอังคาร ในเรื่องเกี่ยวกับการก่อการร้าย

สำหรับทรัมป์นั้น ยังทวิตด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าจะประกาศชื่อที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ ซึ่งจะเป็นคนที่ 4 ในช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีแห่งการขึ้นครองอำนาจของเขา ขณะที่ทำเนียบขาวบอกว่า ระหว่างนี้ ชาร์ลส์ คัปเปอร์แมน รองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ จะรักษาการแทนโบลตัน

นับจากเข้าครองทำเนียบขาวเมื่อต้นปี 2017 เจ้าหน้าที่อาวุโสมากหน้าหลายตาในคณะบริหารของทรัมป์ได้มีการเปลี่ยนตัว โดยจนถึงเวลานี้ทรัมป์ผ่านการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแล้ว 2 คนและรักษาการอีก 2 คน, ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ 2 คน, ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) 2 คน และผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารอีกนับสิบ

ข่าวการปลดโบลตันคราวนี้ เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์สร้างความตื่นตะลึงด้วยการเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7) ว่า ได้ยกเลิกการนำเอาผู้นำตอลิบานมาเจรจาลับกันที่แคมป์เดวิด สถานที่ปลีกตัวพักผ่อนของประธานาธิบดีอเมริกันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงวอชิงตัน

โบลตันนั้นเป็นนักการเมืองสายเหยี่ยวระดับเข้มข้น ซึ่งมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับการที่สหรัฐฯเข้ารุกรานยึดครองอิรัก ตลอดจนการตัดสินใจดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างก้าวร้าวยืนกรานหลายๆ ด้าน รวมทั้งถูกมองว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ช่วยคนสำคัญในทำเนียบขาว ซึ่งหนุนให้ทรัมป์ใช้แนวทางแข็งกร้าวกับอิหร่าน เกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา และอีกหลายประเทศ

นับจากเข้าร่วมในคณะบริหารเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว มีรายงานว่าที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงผู้นี้ ต่อต้านแนวทางของทรัมป์ที่เปิดการเจรจากับทั้งตอลิบาน และกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ในอดีตโบลตันเคยเสนอให้ใช้กำลังทหารโค่นล้มคิม และเจ้าหน้าที่อเมริกันหลายคนยังกล่าวตรงกันว่า เขาคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้การประชุมสุดยอดครั้งที่สองระหว่างทรัมป์กับคิมที่เวียดนามในเดือนกุมภาพันธ์ประสบความล้มเหลว
จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ(ซ้ายสุด) เมื่อครั้งร่วมคณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประชุมซัมมิตร่วมกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
โบลตันยังขัดใจทรัมป์อย่างชัดเจนด้วยการประณามความก้าวร้าวของรัสเซีย ซ้ำปีที่แล้วยังเป็นตัวตั้งตัวตีก่อคลื่นใต้น้ำในคณะบริหาร รวมทั้งชักชวนพันธมิตรชาติต่างๆ โน้มน้าวให้ทรัมป์คงกำลังทหารในซีเรียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และอิทธิพลของอิหร่านในย่านนั้นต่อไป

ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกชั้นนำของรีพับลิกันที่เดินทางไปรณรงค์หาเสียงกับทรัมป์เมื่อวันจันทร์ เผยว่า การที่แผนการลับสุดยอดของทรัมป์ในการพาผู้นำตอลิบานไปเจรจาที่แคมป์เดวิดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องล้มเหลวลงไป คือฟางเส้นสุดท้ายในสายสัมพันธ์ระหว่างประมุขสหรัฐฯ กับโบลตัน

สมาชิกพรรครีพับลิกันอีกคนที่รับรู้เรื่องความไม่ลงรอยระหว่างทรัมป์กับโบลตัน สำทับว่า หนึ่งในชนวนเหตุของการปลดที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นแห่งชาติผู้นี้ มาจากการที่โบลตันคัดค้านไม่ให้ทรัมป์พบกับประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานีของอิหร่าน

ทรัมป์นั้นให้คำมั่นนับจากเข้าสู่ทำเนียบขาวว่า จะปลดปล่อยอเมริกาจากภาระผูกพันทางการทหารซึ่งเขาไม่เห็นว่าสหรัฐฯได้ประโยชน์ ขณะที่โบลตันมักเสนอแนวทางสายเหยี่ยวถ่วงดุลคำแนะนำของพวกสายพิราบที่ให้ใช้แนวทางการทูต และหลีกเลี่ยงการสู้รบขัดแย้ง

ร็อบ มัลลีย์ ประธานบริษัทที่ปรึกษา อินเตอร์เนชันแนล ไครซิส กรุ๊ป ชี้ว่า การปลดโบลตันอาจทำให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลา เนื่องจากจะไม่มีคำแนะนำของสายเหยี่ยวกระหายสงครามคนดังที่สุดอย่างโบลตันอีกต่อไป

อย่างไรก็ดี พอมเพโอที่ยอมรับว่า มีหลายครั้งที่ตนไม่เห็นด้วยกับโบลตัน ยืนยันว่า การเปลี่ยนตัวที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศถอนรากถอนโคน

สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง สำทับว่า ทรัมป์และพวกผู้ช่วยระดับสูงยังคงยึดมั่นในการใช้มาตรการกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน

กระนั้น พอมเพโอยืนยันว่า ทรัมป์ยังพร้อมพบกับผู้นำอิหร่านโดยไม่มีเงื่อนไข ในระหว่างที่ทั้งคู่ต่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่นิวยอร์กเดือนนี้

ทว่า มาจิด ทักต์-ราวานชี ผู้แทนของอิหร่านประจำยูเอ็น ยืนกรานว่า จะไม่มีการพบกันระหว่างรูฮานีกับทรัมป์ เว้นแต่อเมริกายกเลิกมาตรการแซงก์ชันเตหะรานทั้งหมด พร้อมกล่าวว่า การปลดโบลตันเป็นกิจการภายในของสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง

ทางด้านเซียร์เก รยาบคอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ก็กล่าวว่า มอสโกไม่คาดหวังว่า ความสัมพันธ์กับวอชิงตันจะดีขึ้น เมื่อไม่มีโบลตัน
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...