xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: ‘จอห์นสัน’ เจอพิษงูเห่า-แพ้โหวตในสภา อังกฤษจ่อเลื่อน ‘เบร็กซิต’ เป็นรอบที่ 3

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ
ในขณะที่กำหนดการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษหรือ ‘เบร็กซิต’ ใกล้เข้ามาเต็มที ทว่าบรรยากาศการเมืองเวลานี้ทำให้การถอนตัวไม่แน่ว่าจะถูกเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านเดินเกมรุกหนักเพื่อขัดขวางนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ซึ่งประกาศกร้าวว่าจะนำอังกฤษถอนตัวในวันที่ 31 ต.ค. นี้ให้ได้ ไม่ว่าจะทำข้อตกลงกับอียูสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

จอห์นสัน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งมาได้เพียง 6 สัปดาห์ต้องประสบความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญในรัฐสภาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์เบร็กซิตของเขา หลังจากเมื่อวันที่ 3 ก.ย. สภาสามัญชนได้ลงมติ 238 ต่อ 301 เสียงคัดค้านการถอนตัวจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง โดยมีกลุ่มส.ส.งูเห่าของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ 21 คนหันไปโหวตสนับสนุนข้อเสนอของฝ่ายค้าน

จอห์นสัน ตราหน้าการก่อกบฏคราวนี้ว่าเป็นการ “ยอมจำนน” ต่ออียู พร้อมขู่ว่าหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาสามัญชนและถูกส่งต่อไปยังสภาขุนนาง เขาก็จะยื่นญัตติต่อรัฐสภาเพื่อขอจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ต.ค. หรือเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะมีการประชุมซัมมิตอียู

ต่อมาในช่วงค่ำวันพุธ (4) สภาสามัญชนได้ลงมติด้วยคะแนน 327 ต่อ 299 เสียง ภายใต้การร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านและส.ส.กบฏจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟของจอห์นสัน สนับสนุนร่างกฎหมายซึ่งจะบังคับให้รัฐบาลร้องขอขยายกำหนดเวลาเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน จากวันที่ 31 ต.ค. เป็น 31 ม.ค. ปีหน้าหรือนานกว่านั้น หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอียูได้ภายในวันที่ 19 ต.ค. นี้

จอห์นสัน ชี้ว่าร่างกฎหมายซึ่งถูกส่งต่อไปให้สภาขุนนางพิจารณาแล้ว “ทำลายความสามารถในการเจรจาของรัฐบาล” และตนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

“ถ้าผมยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่หลังวันที่ 15 ต.ค. (ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะจัดเลือกตั้ง) เราก็จะมีเบร็กซิตในวันที่ 31 ต.ค. และผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงที่ดีกว่านี้” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม สภาสามัญชนได้หยิบยื่นความพ่ายแพ้ให้แก่ จอห์นสัน อีกรอบในวันเดียวกัน โดยข้อเสนอจัดเลือกตั้งใหม่ของเขาได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. เพียง 298 เสียง ต่ำกว่าตัวเลข 434 หรือ 2 ใน 3 ของสภาที่จำเป็นจะต้องได้ เนื่องจาก ส.ส. พรรคแรงงานฝ่ายค้านพากันงดออกเสียง

เจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ระบุว่า แม้ตนจะปรารถนาให้มีการเลือกตั้งใหม่เช่นกัน แต่ไม่สนับสนุนข้อเรียกร้องของนายกฯ จนกว่าร่างกฎหมายสกัดกั้น “โนดีล” จะมีผลบังคับใช้เสียก่อน

สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงในวันพุธ (4) ว่า ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟ 21 คนที่แตกแถวไปโหวตช่วยฝ่ายค้านจะถูกปลดออกจากวิป ซึ่งเท่ากับเป็นการขับออกจากพรรคโดยปริยาย และคนเหล่านี้จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคคอนเซอร์เวทีฟได้อีกต่อไป ในจำนวนนี้รวมถึง นิโคลัส เซมส์ หลานชายอดีตนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิลล์ และ เคน คลาร์ก อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังที่ทำหน้าที่ในสภามาเกือบ 5 ทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม มาตรการลงโทษเช่นนี้ทำให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟยิ่งเหลือจำนวน ส.ส. ในสภาน้อยลงไปอีก และเพิ่มความเสี่ยงที่พรรคจะแพ้การเลือกตั้ง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาให้กำลังใจแก่นายกฯ เมืองผู้ดี โดยให้สัมภาษณ์ว่า “บอริสรู้ดีว่าจะเอาชนะได้อย่างไร อย่าไปห่วงเขาเลย เขาจะไม่เป็นไรหรอก”

ผู้นำอังกฤษระบุว่า ตนก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดเบร็กซิตโนดีลในวันที่ 31 ต.ค. แต่จำเป็นต้องเก็บตัวเลือกดังกล่าวไว้เพื่อบีบให้ผู้นำอียู 27 ประเทศยอมรับเงื่อนไขที่อังกฤษพอใจมากขึ้น โดยเฉพาะการถอดถอนมาตรการ “แบ็คสต็อป” หรือกลไกรับรองให้มีการเปิดพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์กับไอร์แลนด์เหนือภายหลังเบร็กซิต

อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์ที่ไม่เห็นด้วยกลับมองว่า จอห์นสัน กำลัง “เล่นกับไฟ” และอังกฤษจะเป็นฝ่ายสูญเสียอย่างหนัก หากความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านยุโรปที่มีมานานเกือบครึ่งศตวรรษต้องขาดสะบั้นลง

คณะกรรมาธิการยุโรปออกมาเตือนในวันพุธ (4) ว่าไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีไปกว่าข้อตกลงซึ่งได้เคยเห็นพ้องกันไปแล้ว ขณะที่นักการทูตยุโรปเผยกับเอเอฟพีว่า ผู้นำอียูอาจยอมตกลงให้เลื่อนเวลาเบร็กซิตออกไปเป็นครั้งที่ 3 หากรัฐบาลอังกฤษร้องขอ และเห็นว่าเป็นหนทางที่จะช่วยหลีกเลี่ยงเบร็กซิตที่สับสนอลหม่าน

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยูเอ็นได้ส่งเสียงเตือนว่า อังกฤษอาจสูญเสียมูลค่าการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปอย่างน้อย 14,600 ล้านยูโรต่อปี หากถอนตัวโดยปราศจากข้อตกลง

ก่อนหน้านี้ จอห์นสัน ได้ก่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและจุดชนวนการประท้วงทั่วอังกฤษ หลังออกมาประกาศเมื่อวันพุธที่ 28 ส.ค. ว่าตนได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ระงับการประชุมสภาในช่วง 5 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเบร็กซิต ซึ่งท่าทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามปิดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านมีเวลามากพอที่จะขัดขวางแผนการถอนตัวออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง

ชาวอังกฤษเกือบ 1.7 ล้านคนได้ร่วมกันเข้าชื่อสนับสนุนคำร้องออนไลน์ให้รัฐบาลอังกฤษยกเลิกการระงับประชุมสภา ทว่าล่าสุดศาลในสกอตแลนด์ได้พิพากษาออกมาแล้วว่า คำสั่งพักการประชุมสภานานกว่า 1 เดือนนั้น “ชอบด้วยกฎหมาย”

ชาวอังกฤษได้ลงประชามติด้วยคะแนนเสียง 52% ในปี 2016 ว่าต้องการจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป โดยแรกเริ่มนั้นมีกำหนดดำเนินการให้สำเร็จภายใน 2 ปี ทว่าในทางปฏิบัติอังกฤษกลับต้องเลื่อนเวลาเบร็กซิตมาแล้วถึง 2 หน คือจากวันที่ 29 มี.ค. มาเป็นวันที่ 12 เม.ย. และเลื่อนอีก 6 เดือนเป็นวันที่ 31 ต.ค. ปีนี้ ซึ่งเหตุผลก็เนื่องมาจากความล้มเหลวในการเจรจาข้อตกลงเบร็กซิตกับอียูทั้งในแง่ของผลประโยชน์ต่างๆ และเรื่องการตั้งด่านศุลกากร

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญแห่งสหภาพยุโรปเคยมีคำพิพากษาเอาไว้เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ปี 2018 ว่า อังกฤษสามารถเปลี่ยนใจยกเลิกเบร็กซิตได้ทันทีโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสมาชิกอื่นๆ ของอียู แต่หากรัฐบาลลอนดอนทำเช่นนั้นก็เท่ากับไม่เคารพเสียงของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52% ที่เคยโหวตสนับสนุนเบร็กซิต ทั้งยังเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยและภาพลักษณ์ของอังกฤษในเวทีโลกด้วย

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...