xs
xsm
sm
md
lg

'หัวเว่ย'แฉรบ.สหรัฐฯโจมตีทางไซเบอร์-ข่มขู่พนักงานให้เป็นสปาย ปักกิ่งสับ'ไม่สง่างาม'สำทับเลิกป้ายสีบ.จีน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บีบีซีนิวส์/เอเจนซีส์ - “หัวเว่ย”กล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ “ทุกวิถีทางอย่างไร้ยางอาย” เพื่อขัดขวางธุรกิจและดิสเครดิตบริษัท ซึ่งรวมถึงการพยายามเข้าถึงข้อมูลด้วยการโจมตีทางไซเบอร์และข่มขู่พนักงาน ด้านปักกิ่งจวกพฤติกรรมดังกล่าวทั้งไม่สง่างามและไม่ปกติ พร้อมเรียกร้องวอชิงตันยุติการป้ายสีบริษัทจีน ส่วนในอีกด้านหนึ่งทรัมป์เตือนจีนอย่าเตะถ่วงการเจรจาการค้าเพราะหวังได้ข้อตกลงที่ดีกว่าจากคณะบริหารชุดใหม่หลังการเลือกตั้งปีหน้า เพราะตนจะเป็นผู้ชนะและเงื่อนไขจะเข้มข้นกว่าเดิม

หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายเทเลคอมรายใหญ่ที่สุดในโลก และสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลก ออกคำแถลงในวันพุธ (4 ก.ย.) ระบุว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการอย่างไร้ยางอายหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อแทรกซึมระบบอินทราเน็ต (อินเทอร์เน็ตภายใน) และระบบข้อมูลภายในของบริษัท อย่างไรก็ดี หัวเว่ยไม่ได้แสดงหลักฐาน รวมทั้งไม่ได้ระบุว่า ข้อมูลใดที่ตกเป็นเป้าหมายหรือวอชิงตันทำสำเร็จหรือไม่

บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนรายนี้ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) พยายามกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมทั้งบุกไปที่บ้านพนักงานของบริษัทเพื่อกดดันให้เปิดเผยข้อมูล

เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงเอกสารของหัวเว่ยว่า พนักงานเหล่านั้นคือผู้บริหารระดับกลาง-สูง 8 คน ซึ่งในจำนวนนี้หลายคนเป็นพลเมืองอเมริกัน โดยกรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานคนหนึ่งแจ้งหัวเว่ยว่า ได้รับการทาบทามจากเอฟบีไอให้เป็นสายคอยแจ้งข้อมูล

หัวเว่ยสำทับว่า ทางการอเมริกาพยายามขัดขวางธุรกิจของบริษัทด้วยการชะลอการจัดส่ง, ปฏิเสธการออกวีซ่า, และการคุกคาม ซึ่งบริษัทไม่ได้แจกแจงรายละเอียด

“เราขอประณามความพยายามที่ร้ายกาจของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการทำลายความน่าเชื่อถือและจำกัดสถานะผู้นำในอุตสาหกรรมของเรา” คำแถลงของหัวเว่ยระบุ

ทางด้าน เกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวันของกระทรวงในวันเดียวกันว่า พฤติกรรมดังกล่าวของอเมริกาทั้งไม่สง่างามและไม่ปกติ พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันยุติการใส่ร้ายป้ายสีบริษัทจีน รวมถึงสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม

ในส่วนคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ

ขณะเดียวกัน คำแถลงของหัวเว่ยยังตอบโต้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลที่ว่า บริษัทถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนข้อหาขโมยสิทธิบัตรกล้องบนสมาร์ทโฟน โดยหัวเว่ยยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง

หัวเว่ยกลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ฟาดฟันของจีนและอเมริกาที่เปิดสงครามการค้ากันมากว่าปี โดยตัวหัวเว่ยเองนั้นถูกขึ้นบัญชีดำในเดือนพฤษภาคมภายใต้ข้อกล่าวหาลอยๆ ว่า คุกคามความมั่นคงของอเมริกา วอชิงตันยังล็อบบี้ให้ประเทศพันธมิตรงดใช้ผลิตภัณฑ์หัวเว่ยเพื่อป้องกันการถูกจีนสอดแนม

ทรัมป์ด่าจีนอีก คาดหวังว่าตนเองจะแพ้เลือกตั้งปีหน้า
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของสงครามการค้าสองมหาอำนาจโลกนั้น ทรัมป์ได้ทวิตเมื่อวันอังคาร (3) โจมตีว่า ปักกิ่งอาจพยายามเตะถ่วงการเจรจาการค้า เพราะหวังว่าตนจะแพ้การเลือกตั้งปีหน้า รวมทั้งหวังว่า จะได้ข้อตกลงที่ดีกว่าจากคณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ร่ายยาวว่า การรอคอยอีก 16 เดือนถือเป็นช่วงเวลายาวนานที่ตำแหน่งงานและบริษัทจีนจะเผชิญความตกต่ำ เพียงเพื่อจะพบว่า ตนเป็นชนะเลือกตั้ง และพบเงื่อนไขการเจรจาที่เข้มข้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี แม้ทรัมป์ยืนกรานว่า มาตรการภาษีศุลกากรกำลังทำให้เศรษฐกิจจีนง่อยเปลี้ย แต่ผลสำรวจที่ออกมาในวันอังคารระบุเช่นกันว่า ภาคการผลิตของอเมริกาเดือนที่ผ่านมาหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

นักเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่า เศรษฐกิจอเมริกามุ่งหน้าสู่ภาวะถดถอย แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง

นอกจากนั้นก่อนหน้านี้ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจหลายส่วนที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจอเมริกาเริ่มชะลอตัว เช่น การจ้างงานและการชะลอการลงทุนของภาคธุรกิจ

สำหรับการเจรจาการค้าที่เดิมกำหนดว่า คณะเจรจาของจีนและอเมริกาจะพบกันในเดือนนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อาจไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถกำหนดเวลาการพบกันได้หลังจากวอชิงตันขึ้นภาษีศุลกากรตลบหลังสินค้าจีนอีกระลอกเมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา

โธมัส โดโนฮิว ประธานหอการค้าอเมริกัน ซึ่งเป็นองค์กรทรงอิทธิพลในวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า การยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรล่าสุดอาจฟื้นการเจรจาสำเร็จ อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์การสร้างความไม่แน่นอนของทำเนียบขาวกำลังนำอเมริกาไปในทิศทางที่เขาคิดว่า ยอมรับไม่ได้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...