xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: สหรัฐฯ ออกกฎใหม่ตัดสิทธิ์ ‘คนจน’ เข้าอเมริกา งดให้ ‘กรีนการ์ด’ พวกพึ่งสวัสดิการรัฐ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศกฎใหม่งดออกวีซ่าให้แก่ผู้อพยพที่มีฐานะยากจน และปฏิเสธออก “กรีนการ์ด” ให้แก่คนต่างด้าวในอเมริกาที่ใช้บริการโครงการอุดหนุนผู้มีรายได้น้อย เช่น แสตมป์อาหาร คูปองช่วยค่าเช่าบ้าน หรือความช่วยเหลือจากรัฐในรูปแบบอื่นๆ ถือเป็นการดับฝันผู้อพยพนับแสนๆ คนที่หวังจะได้สิทธิ์พำนักถาวรหรือความเป็นพลเมืองอเมริกันเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งเสรีภาพ

กฎเกณฑ์ซึ่งเป็นที่คาดหมายกันมานานนี้ถูกผลักดันโดย สตีเฟน มิลเลอร์ ผู้ช่วยของทรัมป์ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านคนเข้าเมือง และอาจเรียกได้ว่าเป็นมาตรการต่อต้านผู้อพยพที่เข้มงวดที่สุดที่รัฐบาล ทรัมป์ เคยใช้มา

ระเบียบใหม่นี้มีรากฐานมาจากกฎหมายคนเข้าเมือง 1882 ซึ่งอนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธวีซ่าใครก็ตามที่อาจกลายเป็นบุคคลที่ต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐ (public charge) เพื่อการดำรงชีพ

ผู้อพยพที่ยังไม่ได้สถานะผู้พำนักถาวรในสหรัฐฯ จะไม่มีสิทธิ์เข้าโครงการความช่วยเหลือหลักๆ ของรัฐบาลจนกว่าจะได้กรีนการ์ด ทว่ากฎใหม่ที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิประกาศได้ขยายคำนิยามของคำว่า ‘public charge’ ให้มีความหมายครอบคลุมกว้างขวางกว่าเก่า ซึ่งอาจทำให้คนต่างด้าวราว 22 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาและรับความช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่ในขณะนี้ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นในการยื่นขอกรีนการ์ดหรือขอสัญชาติอเมริกัน

“เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพลเมืองอเมริกัน ผู้อพยพจะต้องสามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้” ทรัมป์ ระบุในถ้อยแถลงซึ่งออกโดยทำเนียบขาว

กฎเกณฑ์ล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปฏิรูประบบคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ที่ ทรัมป์ พยายามผลักดันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำแพงเพื่อกีดกันผู้อพยพผิดกฎหมายตามแนวชายแดนตอนใต้ หรือการไล่จับกุมและเนรเทศผู้อพยพไร้ทะเบียนราว 10.5 ล้านคน ซึ่งราว 2 ใน 3 ใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกามานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยผู้อพยพทั้ง 2 กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายฮิสแปนิก

เกณฑ์ใหม่ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. จะกำหนดมาตรฐานที่สูงขึ้นสำหรับบุคคลที่ต้องการเป็นผู้พำนักถาวร โดยจะเน้นผู้สมัครที่มีทักษะสูง รวมถึงพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น การศึกษา รายได้ และสุขภาพ เพื่อกีดกันกลุ่มคนต่างด้าวที่ ทรัมป์ มองว่า “ไม่พึงประสงค์” ไม่ให้เข้ามาเพิ่มภาระแก่โครงการช่วยเหลือของภาครัฐซึ่งใช้เงินภาษีของชาวอเมริกัน

นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะไม่ออกวีซ่าให้แก่ผู้อพยพซึ่งมีฐานะยากจนเกินไป จนมีแนวโน้มที่จะเข้ามาพึ่งพิงสวัสดิการสาธารณะต่างๆ

จากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ พบว่า ทุกปีจะมีผู้ยื่นขอกรีนการ์ดหรือสิทธิ์ในการพำนักและทำงานถาวรในอเมริกาอย่างถูกต้องเฉลี่ย 544,000 คน ซึ่ง 382,000 คนในจำนวนนี้จะได้รับการพิจารณาภายใต้กฎใหม่

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ให้คำนิยาม “public charge” ใหม่ว่าหมายถึงผู้ที่ขอรับสวัสดิการจากรัฐมากกว่า 12 เดือนในระยะเวลา 36 เดือน ซึ่งครอบคลุมถึงเมดิเคด ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย และแสตมป์อาหารภายใต้โครงการความช่วยเหลือด้านโภชนาการเพิ่มเติม (Supplemental Nutrition Assistance Program - SNAP)

ผู้ที่ต้องการขอกรีนการ์ดจะต้องส่งหลักฐานการคืนภาษีระยะเวลา 3 ปี รวมถึงประวัติการจ้างงาน และหากมีประกันสุขภาพส่วนตัวก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

รัฐบาล ทรัมป์ เชื่อว่ากฎระเบียบใหม่นี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบริการสาธารณะได้มากถึงปีละ 2,470 ล้านดอลลาร์
เคน คุชชีเนลลี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (USCIS)
เคน คุชชีเนลลี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) ระบุว่า กฎใหม่เป็นการเน้นย้ำแนวคิดความรับผิดชอบส่วนตัวและการพึ่งพิงตนเอง เพื่อรับประกันว่าคนเข้าเมืองจะไม่เป็นภาระของอเมริกาแม้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม พร้อมย้ำว่ากฎนี้จะไม่ครอบคลุมผู้ที่เข้าโครงการความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์, การรักษาพยาบาลในแผนกฉุกเฉิน, การบรรเทาภัยพิบัติ, เมดิเคดสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 21 ปี, ผู้ที่รับราชการทหารบางกลุ่มและบุตร-ภรรยา รวมถึงผู้ลี้ภัยหรือผู้ที่อยู่ระหว่างขอลี้ภัย และจะไม่มีผลย้อนหลัง

นักเคลื่อนไหวเพื่อผู้อพยพขู่จะยื่นฟ้องเพื่อยับยั้งกฎเกณฑ์เหล่านี้ ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสก็ประกาศจะต่อสู้กับ “นโยบายที่เหยียดเชื้อชาติ”

“รัฐบาลชุดนี้กำลังทำให้ผู้อพยพกลายเป็นแพะรับบาป ให้ท้ายพวกคลั่งผิวขาวเป็นใหญ่ (white supremecists) และทำให้ครอบครัวต้องพลัดพราก นี่คือนโยบายเหยียดเชื้อชาติ และเราจะสู้ต่อไปเพื่อปกป้องครอบครัวทั้งหลาย” ดอนนา ชาฮาลา ส.ส.พรรคเดโมแครต ระบุ

มารีเลนา ฮินคาพี ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายคนเข้าเมืองแห่งชาติ (National Immigration Law Center) เตือนว่า กฎเกณฑ์ใหม่ของรัฐบาล ทรัมป์ กำลังทำให้โครงการซึ่งมุ่งช่วยเหลือผู้คนกลับกลายเป็น “อาวุธ” ทำร้ายพวกเขา และครอบครัวผู้อพยพอาจถูกบีบให้เลิกรับความช่วยเหลือที่จำเป็นทั้งในด้านสุขภาพและอาหาร ซึ่งจะก่อความเสียหายร้ายแรงในระยะยาว

เดวิด สกอร์ตัน ประธานสมาคมวิทยาลัยแพทย์อเมริกา เอ่ยเตือนเช่นกันว่ากฎนี้จะทำให้ผู้อพยพไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่งผลให้โรคภัยลุกลามและต้นทุนการรักษาพยาบาลโดยรวมเพิ่มขึ้น

เมื่อเดือน พ.ค. ทรัมป์ ได้ประกาศแผนคนเข้าเมืองอย่างกว้างๆ ที่มุ่ง “ปกป้องรายได้ของชาวอเมริกัน ส่งเสริมค่านิยมอเมริกัน และดึงดูดประชากรที่ดีที่สุดและเฉลียวฉลาดที่สุดจากทั่วโลก”

ทรัมป์ ระบุด้วยว่า ความหย่อนยานของกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ทำให้กรีนการ์ดตกไปอยู่ในมือผู้อพยพทักษะต่ำและรายได้น้อยเสียเป็นส่วนใหญ่ และนั่นทำให้สหรัฐฯ “ไม่สามารถให้สิทธิ์พิเศษแก่คนที่เป็นแพทย์ นักวิจัย และนักศึกษาที่สอบได้ที่ 1 จากวิทยาลัยชั้นนำของโลก”

รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามอ้างความชอบธรรมของกฎเกณฑ์ใหม่ โดยระบุว่ามีผู้อพยพจำนวนมาก “ฉกฉวยผลประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือของรัฐบาล ซึ่งทำให้ทรัพยากรต่างๆ เหลือตกถึงมือชาวอเมริกันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น”

ข้อมูลจากทำเนียบขาวระบุว่า ครอบครัวคนต่างด้าวที่ไม่ใช่ผู้พำนักถาวรราวครึ่งหนึ่งจะมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนที่ต้องใช้บริการเมดิเคด และ 78% ของครอบครัวคนต่างด้าวที่การศึกษาต่ำกว่าระดับไฮสกูลจะต้องใช้สวัสดิการจากภาครัฐอย่างน้อย 1 โครงการ
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...