xs
xsm
sm
md
lg

จีนส่งสัญญาณงัด'แรร์เอิร์ธ'ตอบโต้ 'ทรัมป์'เร่ขายฝัน'ศก.มะกัน'จะแกร่งขึ้น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(แฟ้มภาพ) คนงานกำลังขนถ่ายดินซึ่งบรรจุองค์ประกอบของแร์เอิร์ธ สำหรับส่งออก ที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2010
เอเจนซีส์ - “ทรัมป์”คุยโอ่ในวันพุธ (7 ส.ค.) ถึงที่สุดแล้วเศรษฐกิจสหรัฐฯจะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจและการค้าที่แข็งกร้าวต่อจีนของตน ท่ามกลางความวิตกกังวลเซ็งแซ่ว่า บริษัทและผู้บริโภคอเมริกันคือเหยื่อของมาตรการภาษีศุลกากรของทำเนียบขาว ขณะที่ปักกิ่งส่งสัญญาณว่า อาวุธตอบโต้ยกต่อไปอาจเป็น “แรร์เอิร์ธ” ที่จำเป็นสำหรับการผลิตอุปกรณ์ไฮเทคแทบทุกชนิดตั้งแต่ไอโฟนจนถึงอาวุธ

สงครามการค้าอมริกา-จีน กำลังปะทุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง โดยเมื่อวันจันทร์ (5 ) วอชิงตันตีตราปักกิ่งปั่นค่าเงินเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ หลังจากไม่กี่วันก่อนหน้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรจากสินค้าจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ที่ยังไม่เคยถูกเล่นงาน โดยจะขึ้นในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนหน้า ซึ่งเท่ากับการฉีกข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวหนล่าสุดที่เขาทำไว้กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในการหารือที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือนมิถุนายน

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดการเงินปั่นป่วนอย่างหนัก และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ในวันพุธ (7) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรคลังสหรัฐฯ ระยะ 30 ปีลดลงเกือบแตะสถิติต่ำสุด จากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มขาลงของเศรษฐกิจโลก และการคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น

กระนั้น ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันพุธว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในตลาดเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และตนเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเข้มแข็งและจะแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมาด้วยนโยบายเศรษฐกิจและการค้าแข็งกร้าวต่อจีน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปักกิ่งบ่อนทำลายอเมริกามาตลอดด้วยข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม

มุมมองของทรัมป์ดูเหมือนตรงข้ามกับความคิดเห็นของผู้คนมากมายในอเมริกา เมื่อวันอังคาร (6) โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจชื่อดัง ระบุว่า ไม่คาดหวังอีกต่อไปว่า อเมริกากับจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีหน้า เนื่องจากต่างฝ่ายต่างงัดอาวุธหนักฟาดฟันกัน

แกรี ล็อก อดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำปักกิ่งระหว่างปี 2011-2014 ชี้ว่า เพื่อประโยชน์ของอเมริกาเอง ทรัมป์ควรลดระดับข้อตกลงกับจีนเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ พร้อมอ้างอิงว่า เฟดและหน่วยงานอื่นๆ ประเมินว่า ภาษีศุลกากรที่ทรัมป์เรียกเก็บจากสินค้าจีนจะทำให้ครัวเรือนอเมริกันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,000 ดอลลาร์จากสินค้าที่แพงขึ้น ขณะที่บริษัทอเมริกันจะมีความสามารถในการแข่งขันลดลงทั้งในและนอกประเทศ

เฟร็ด เบิร์กสเตน อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เชื่อว่า ตลาดการเงินและดัชนีเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอาจกระตุ้นให้ทรัมป์ต้องยอมชะลอการขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ที่กำหนดไว้วันที่ 1 กันยายน เนื่องจากเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการหาเสียง

ทารีฟส์ เฮิร์ต เดอะ ฮาร์ตแลนด์ กลุ่มแนวร่วมต่อต้านนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า เฉพาะเดือนมิถุนายนธุรกิจและผู้บริโภคอเมริกันต้องจ่ายถึง 6,000 ล้านดอลลาร์จากภาษีศุลกากร หรือเพิ่มขึ้นถึง 74% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่า การบังคับใช้ภาษีศุลกากรรอบใหม่จะกระตุ้นให้มีการลอยแพพนักงานและบั่นทอนอุปสงค์ในตลาด

วันเดียวกันนั้น สมาคมเทคโนโลยีผู้บริโภคเตือนว่า มาตรการภาษีล่าสุดของทรัมป์อาจทำให้ต้นทุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป

ขณะเดียวกัน แม้ตลาดการเงินสงบลงบ้างจากสัญญาณว่า ปักกิ่งจะไม่ยอมให้เงินหยวนอ่อนลงไปอีกหลังจากตกลงต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ แต่จีนยังมีอาวุธอื่นที่จะใช้คัดง้างกับทรัมป์

ในวันพุธ สมาคมอุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธของจีนออกคำแถลงว่า สมาคมจะสนับสนุนมาตรการตอบโต้ของรัฐบาล และกล่าวหาวอชิงตันใช้พฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกทางการค้าเพื่อขัดขวางการพัฒนาของจีน

คำแถลงนี้มีขึ้นภายหลังการประชุมพิเศษในวันจันทร์ (5) เพื่อหารือแนวทางที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มอบหมายให้ระหว่างเยี่ยมชมโรงงานแรร์เอิร์ธในมณฑลเจียงซีเมื่อเดือนพฤษภาคม

การเดินทางครั้งนั้นของสีกระตุ้นความกังวลว่า จีนอาจใช้ฐานะความเป็นผู้นำของโลกในการผลิตแรร์เอิร์ธ หรือกลุ่มธาตุโลหะหายาก 17 ชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าไฮเทคตั้งแต่คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงอาวุธ เพื่อตอบโต้ในสงครามการค้ากับอเมริกา

ทางด้านวอชิงตันนั้น นอกเหนือจากมาตรการภาษีศุลกากรและการแบนหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมใหญ่สุดของโลก ไม่ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระดับสูงของอเมริกาแล้ว เมื่อวันพุธวอชิงตันยังประกาศอย่างเป็นทางการห้ามหน่วยงานของรัฐบาลจัดซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมและเทคโนโลยีจากหัวเว่ยและบริษัทจีนแห่งอื่นๆ โดยกฎชั่วคราวนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารหน้า (13)

กฎนี้สามารถยกเว้นได้หากได้รับอนุญาตภายใต้สถานการณ์บางอย่างจากหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี หรือโดยผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติในกรณีอื่นๆ

หัวเว่ยแถลงว่า บริษัทจะยื่นคำร้องต่อศาลของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อคัคด้านกฎดังกล่าวซึ่งเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้รับประกันการปกป้องเครือข่ายและระบบโทรคมนาคมของอเมริกา อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคทางการค้าโดยอิงกับประเทศแหล่งกำเนิด และบังคับใช้มาตรการลงโทษโดยปราศจากหลักฐานการกระทำผิด

กฎนี้ที่ต้องเปิดโอกาสให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็นภายใน 60 วัน ครอบคลุมบริษัทจีนแห่งอื่นๆ ได้แก่ แซดทีอี, ไฮเทรา คอมมิวนิเคชันส์, หางโจว ฮิกวิชัน ดิจิตอล เทคโนโลยี และต้าหัว เทคโนโลยี
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...