xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ ตราหน้าจีน ‘ปั่นค่าเงิน’ หลังปล่อยหยวนดิ่งแรงสุดในรอบ 11 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - สหรัฐฯ ออกมาตราหน้าจีนเป็นชาติที่ “ปั่นค่าเงิน” (currency manipulator) วานนี้ (5 ส.ค.) ภายหลังรัฐบาลปักกิ่งปล่อยเงินหยวนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี เพิ่มดีกรีความร้อนระอุของสงครามการค้า

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อค่ำวันจันทร์ (5) ว่าได้พิจารณาตัดสินให้จีนเป็นชาติที่ปั่นค่าเงิน ซึ่งนับเป็นคำกล่าวหาแบบเป็นทางการครั้งแรกตั้งแต่ปี 1994

ถ้อยแถลงของวอชิงตันฉุดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดำดิ่ง ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ส่วนค่าเงินหยวนในตลาดนอกประเทศอ่อนยวบลงไปถึง 7.1397 ต่อดอลลาร์ก่อนจะปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อย

คำประกาศจาก สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะทำให้สองมหาอำนาจต้องเริ่มต้นกระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ และเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยให้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อกว่า 2 ปีก่อน

“ด้วยผลของคำตัดสินนี้ รัฐมนตรีมนูชินจะประสานไปยังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดความได้เปรียบในการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมอันเกิดจากการกระทำล่าสุดของจีน” กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุ

ล่าสุด ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ จากทางไอเอ็มเอฟ ซึ่งระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่าค่าเงินหยวนของจีนค่อนข้างสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากไป 6-12%

มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่จีนปล่อยเงินหยวนอ่อนค่าลงอีก 1.4% แตะระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี นอกจากนี้ปักกิ่งยังระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการโหมกระพือสงครามการค้าที่สร้างความปั่นป่วนต่อตลาดการเงิน ทั้งยังอาจส่งผลกระทบไปถึงห่วงโซ่อุปทานและบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความกล่าวหาปักกิ่งว่าปั่นค่าเงินในวันจันทร์ (5) ก่อนที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะมีประกาศตามมา

“จีนปล่อยค่าเงินตัวเองให้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการปั่นค่าเงิน ธนาคารกลางได้ยินหรือเปล่า? นี่คือการละเมิดครั้งใหญ่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะทำให้จีนอ่อนแอลงอย่างมาก!”

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สร้างความตกตะลึงโดยการประกาศรีดภาษีศุลกากร 10% จากสินค้านำเข้าจีนที่ยังเหลืออีก 300,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ธนาคารกลางของจีน (PBOC) ได้แถลงชัดเจนวานนี้ (5) ว่าปักกิ่งได้เข้ามาควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวน แม้จะไม่เคยยอมรับว่าปั่นค่าเงินก็ตามที

“นี่คือการยอมรับอย่างเปิดเผยจาก PBOC ว่าพวกเขามีประสบการณ์ช่ำชองในการปั่นค่าเงิน และพร้อมที่จะทำเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ”

สหรัฐฯ ชี้ว่าพฤติกรรมของจีนถือเป็นการละเมิดสัญญาที่ว่าไม่ลดค่าเงินหยวนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน ในฐานะที่จีนเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม G20

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคาดหวังให้จีนรักษาคำพูด และไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน

ทั้งนี้ กฎหมายสหรัฐฯ ได้กำหนดเกณฑ์เอาไว้ 3 ข้อเพื่อพิจารณาว่าประเทศคู่ค้ารายใหญ่มีพฤติกรรมปั่นค่าเงินหรือไม่ ได้แก่ 1) ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ อย่างน้อย 20,000 ล้านดอลลาร์ 2) มีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างน้อย 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และ 3) มีการแทรกแซงฝ่ายเดียวในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2% ของจีดีพีในระยะเวลา 12 เดือน

หลังจากกล่าวหาว่าประเทศหนึ่งประเทศใดเป็นนักปั่นค่าเงินแล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีหน้าที่จะต้องขอเปิดการเจรจาพิเศษเพื่อบีบให้ประเทศนั้นๆ แก้ไขพฤติกรรมลดค่าเงิน โดยมีบทลงโทษต่างๆ เช่น กีดกันไม่ให้เข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นต้น

มาร์ก โซเบล อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟ เชื่อว่า มนูชิน น่าจะได้รับคำสั่งจาก ทรัมป์ ให้ประกาศว่าจีนเป็นนักปั่นค่าเงิน

“มันน่าตลกที่พวกเขาประกาศว่าจีนเป็นนักปั่นค่าเงิน แต่ก็ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะจัดการได้ เว้นเสียแต่จะรีดภาษีเพิ่มขึ้นเท่านั้น” เขากล่าว

อี้ กัง (Yi Gang) ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนซึ่งมีส่วนสำคัญในการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยืนยันว่า ค่าเงินหยวนในเวลานี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีน และจีนจะไม่ใช้วิธีกดค่าเงินให้ต่ำเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ PBOC ยังอ้างว่าการอ่อนค่าของเงินหยวนเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามการค้า ซึ่งความผันผวนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ และจีนยังไม่มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายค่าเงิน

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...