xs
xsm
sm
md
lg

In Clip: “แซนเดอร์ส-วอร์เรน” ดีเบตสู้เดโมแครตสายกลาง โต้ข้อหา “ให้ฟรีประกันสุขภาพ” เหมือนใส่พานให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ – ในคืนแรกของศึกดีเบตผู้ลงรับสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯของพรรคเดโมแครตเมื่อวานนี้(30 ก.ค)ในเมืองดีทรอยต์ พบว่าผู้สมัครแถวหน้าสายโปรเกรสซีฟ สว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส และสว.เอลิซาเบธ วอร์เรน ถูกกลุ่มผู้สมัครสายกลางออกมาชี้ว่า แผนเมดิแคร์ฟอร์ออล (medicare for all) ที่ให้รัฐบาลสหรัฐฯเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้กับประชาชนในประเทศทุกคนนั้นเป็นการดึงพรรคไปทางซ้ายจัด และที่สำคัญจะทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานวันนี้(31 ก.ค)ว่า ในศึกดีเบตรอบ 2 ซึ่งถูกจัดขึ้นที่เมืองดีทรอยต์โดยมีสถานีโทรทัศน์ CNN เป็นผู้จัด พบว่าในคืนแรก ผู้สมัครสายโปรเกรสซีฟเดโมแครต สว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส จากรัฐเวอร์มอนต์ และสว.เอลิซาเบธ วอร์เรน จากรัฐแมสซาชูเซต จับมือร่วมกันต่อสู้ข้อกล่าวหาที่ออกมาจากผู้สมัครเดโมแครตสายกลางในประเด็นประกันสุขภาพและการเข้าเมืองสหรัฐฯ

อดีต ส.สรัฐแมรีแลนด์ จอห์น ดีเลนีย์ (John Delaney)ซึ่งในเวลานี้ยังมีคะแนนที่ยังคงรั้งท้ายประกาศบนเวทีว่า เป็นเพราะแซนเดอร์สและวอร์เรนได้ให้สัญญานโยบายที่เลวร้าย โดยชี้ไปว่า

“ฟรีสำหรับทุกอย่างและเป็นสัญญาที่เป็นไปไม่ได้นั้นจะทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอิสระไม่ออกเสียงให้ และจะเป็นการใส่พานให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกสมัย”

แต่วอร์เรนซึ่งมีชื่อเสียงในนโยบายผลักดันการกำกับตลาดหุ้นวอลสตรีทและการธนาคารในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาออกมาตอบโต้ว่า พรรคเดโมแครตไม่สามารถเอาชนะเลือกตั้งได้ด้วย “ความคิดที่เล็กและไม่ความแข็งแกร่ง” โดยเธอกล่าวว่า “ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนต่างพาตัวเองฝ่าความยากลำบาก ลงรับสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อที่จะพูดจาในเรื่องที่เราไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้และไม่ควรที่จะสู้เพื่อมัน”

การดีเบตในคืนแรกนั้นส่วนใหญ่เป็นการถกเถียงในเรื่องแผนประกันสุขภาพของประชาชนอเมริกัน ซึ่งทรัมป์และพรรครีพับลิกันต่างมีจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยต่อโครงการโอบามาแคร์ของอดีตประธานาธิบดีโอบามา

สำหรับแซนเดอร์สซึ่งประกาศตัวตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯรอบที่แล้วว่าเป็นโซเชียลลิสต์ ได้เสนอแผนประกันสุขภาพในแนวทางสังคมนิยมประชาธิปไตย (democratic socialism)ที่คล้ายกับระบบในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ที่มีชื่อแผนว่า “เมดิแคร์ฟอร์ออล” (medicare for all) ที่ให้รัฐบาลสหรัฐฯเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้กับประชาชนในประเทศทุกคน กลับถูกฝ่ายเดโมแครตสายกลางออกมาดิสเครดิตกลางอากาศ เป็นต้นว่า สตีฟ บัลล็อค (Steve Bullock )ออกมากล่าวว่า แผนประกันสุขภาพของเขาเป็นเหมือน “รายการของขวัญที่อยากได้ทางเศรษฐกิจ” และดีเลนีย์ออกมาซ้ำว่า “เป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง” พร้อมกับชี้นิ้วว่า นโยบายที่ให้รัฐบาลสหรัฐฯออกให้ทั้งหมดนั้น “จะนำพาไปสู่ระบบสังคมนิยม” ซึ่งขัดต่อระบบทุนนิยมอันเป็นรากฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา

สื่ออังกฤษรายงานว่า แซนเดอร์สกล่าวออกว่า การโต้เวทีของพรรควันนี้นั้นถูกชี้นำด้วยวาทะทางการเมืองของพวกพรรครีพับลิกัน ซึ่งทางส.สรัฐโอไฮโอ ทิม ไรอัน (Tim Ryan)ได้ทำให้ความตรึงเครียดสูงปรี๊ดด้วยการกล่าวว่า แซนเดอร์สนั้นไม่รู้เลยว่าแผนการประกันสุขภาพของเขานั้นจะทำอะไรได้บ้าง ทำให้แซนเดอร์สโกรธ และตะโกนว่า “ผมรู้เกี่ยวกับมันอย่างแน่นอน ผมเขียนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง”

และวอร์เรนซึ่งเป็นสปอนเซอร์ร่วมในร่างกฎหมายเมดิแคร์ฟอร์ออลได้โต้กลับไปยังผู้สมัครฝ่ายเดโมแครตสายกลางว่า “พวกเราเป็นชาวเดโมแครต พวกเราจะไม่เอาประกันสุขภาพออกไปจากใครทั้งนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกรีพับลิกันกำลังพยายามทำกันอยู่”

ในคืนวันอังคาร(30) พบว่า แซนเดอร์สและวอร์เรนเป็นหัวหอกในการนำเสนอการปฎิรูปทางนโยบายประกันสุขภาพ ภาษี และความไม่เท่าเทียมทางรายได้ คนทั้งคู่ยังเป็นผู้นำเสนอนโยบายให้ชาวอเมริกันทุกคนสามารถเรียนฟรีในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับตัววอร์เรนยังเสนอการปฎิรูปการธนาคาร และเก็บภาษีคนรวย

ทั้งนี้ในการดีเบตวันที่ 2 ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันพุธ(1 ส.ค) จะมีผู้สมัครแถวหน้าได้แก่ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน สว.รัฐแคลิฟอร์เนีย คามารา แฮร์ริส (Kamala Harris) สว.รัฐนิวเจอร์ซีย์ คอรี บุ๊กเกอร์ (Cory Booker) ซึ่งมาจนถึงเวลานี้พบว่า ไบเดนยังคงนำอยู่เป็นจ่าฝูงในกลุ่มผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

มาจนถึงเวลานี้พรรคเดโมแครตยังคงต้องการหาตัวผู้สมัครที่จะสามารถโค่นทรัมป์ในศึกการเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2020 ซึ่งเมื่อวานนี้(30) ผลสำรวจความนิยมของมหาวิทยาลัยคินนิเพียค( Quinnipiac University) ออกมาระบุว่า 51 %ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้วสหรัฐฯชี้ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ อ้างอิงรายงานจาก เดอะ ฮิลล์

โดยในรายงานระบุว่า 51% ของชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้งตอบคำถามว่า “ใช่” เมื่อถูกถามว่า คิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นพวกเหยียดเชื้อชาติหรือไม่ ในขณะที่อีก 45% ตอบปฎิเสธ

และในการสำรวจพบว่า ในกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแอฟริกันอเมริกัน พบว่ามีมากถึง 80% ที่คิดว่าทรัมป์เป็นพวกเหยียดสีผิว แต่มี 11 % ของชาวแอฟริกันอเมริกันที่เห็นต่าง

ในการสำรวจยังพบว่าในกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายลาตินราว 55% คิดว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นพวกเหยียดสีผิว และอีก 46% ของกลุ่มอเมริกันผิวขาวคิดว่าทรัมป์เหยียดผิวเช่นกัน

นอกจากนี้เมื่อสอบถามในกลุ่มพรรคเดโมแครต พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 86% คิดว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯนั้นกีดกันเชื้อชาติ แต่มีกลุ่มพรรครีพับลิกันแค่ 8% เท่านั้นที่คิดว่าผู้นำสหรัฐฯกีดกันทางสีผิว และอีก 56% ในกลุ่มอิสระที่มองว่าทรัมป์เป็นพวกเหยียดสีผิว

โพลสำรวจของมหาวิทยาลัยคินนิเพียคถูกทำขึ้นระหว่างวันที่ 25 ก.ค – 28 ก.ค ที่ผ่านมาโดยมีผู้ร่วมแบบสอบถามจำนวน 1,306 คนจากทั่วประเทศ และค่าความคาดเคลื่อนอยู่ที่ 3.4%








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...