xs
xsm
sm
md
lg

ไปอีกคน! ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ‘ลาออก’ เซ่นปมเกาเหลา ‘ทรัมป์’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แดน โคตส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (Director of National Intelligence)
เอเอฟพี - แดน โคตส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่ง และจะยุติการปฏิบัติหน้าที่ในเดือน ส.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปมขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับบุคลากรด้านข่าวกรองของอเมริกา

โคตส์ ซึ่งดูเหมือนจะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับ ทรัมป์ มาโดยตลอด ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายล่าสุดที่ถอนตัวออกจากรัฐบาลชุดนี้

ทรัมป์ ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า โคตส์ จะพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติในวันที่ 15 ส.ค. โดยตนมีแผนจะเสนอชื่อ จอห์น แรตคลิฟฟ์ (John Ratcliffe) ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐเทกซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการข่าวกรอง, ยุติธรรม และความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

“จอห์น ซึ่งเป็นอดีตทนายความจะสร้างแรงบันดาลใจและความยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศที่เขารัก” ทรัมป์ ระบุ พร้อมกล่าวขอบคุณ โคตส์ ด้วยที่ “ทำงานรับใช้ชาติอย่างดีเยี่ยม”

ทั้งนี้ หากกระบวนการรับรอง แรตคลิฟฟ์ ผ่านฉลุยก็จะช่วยให้ ทรัมป์ ได้ผู้อำนวยการข่าวกรองที่ทำงานเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เนื่องจาก แรตคลิฟฟ์ ได้ชื่อว่าเป็น ส.ส.ที่ถือหางประธานาธิบดีมาโดยตลอด และยังเคยออกมาพูดโจมตีศัตรู 2 คนของทรัมป์ ซึ่งได้แก่ เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่คุมการสืบสวนคดีรัสเซียป่วนเลือกตั้งเมื่อปี 2016

แรตคลิฟฟ์ เคยระบุว่าตน “ไม่พบหลักฐาน” ว่าการแทรกแซงของรัสเซียเป็นไปเพื่อช่วยเหลือทรัมป์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนข้ออ้างของประธานาธิบดีที่ว่าคำสั่งศาลซึ่งอนุมัติการดักฟังทีมหาเสียงของ ทรัมป์ นั้นเข้าข่าย “สอดแนม” และยังเออออห่อหมกกับนโยบายบีบคั้นอิหร่านด้วย

สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนเห็นด้วยกับการเสนอชื่อ แรตคลิฟฟ์ เป็นผอ.ข่าวกรองแห่งชาติคนใหม่ โดย เควิน แมคคาร์ธี แกนนำ ส.ส.รีพับลิกันเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ทวีตข้อความว่าบทบาทใหม่ของ แรตคลิฟฟ์ “จะช่วยเสริมความเข้มแข็งและอำนาจในการตรวจสอบ”

อย่างไรก็ตาม ยังมี ส.ส.บางคนที่เห็นว่า แรตคลิฟฟ์ ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้

“ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติควรเป็นบุคคลที่อยู่เหนือการเมือง กล้าพูดความจริงต่อหน้าผู้มีอำนาจ และกล้าที่จะทัดทานการใช้อำนาจในทางที่ผิดของทรัมป์ ซึ่ง จอห์น แรตคลิฟฟ์ ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้” ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน หนึ่งในผู้สมัครชิงประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ทวีตข้อควา

โคตส์ เคยมีเรื่องบาดหมางกับ ทรัมป์ ในหลายประเด็นขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลและประสานงานระหว่างสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA), สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) และหน่วยข่าวกรองอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาสนับสนุนข้อสรุปของประชาคมข่าวกรองที่ว่ารัสเซียแทรกแซงศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 เพื่อช่วยให้ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี

โคตส์ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่ ทรัมป์ เปิดการหารือแบบลับเฉพาะนาน 2 ชั่วโมงกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่กรุงเฮลซิงกิเมื่อเดือน ก.ค. ปี 2018 โดยในห้องประชุมไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อยู่เลยนอกจาก ทรัมป์, ปูติน และล่ามของทั้ง 2 ฝ่าย

“ถ้าท่านถามผมว่าควรทำอย่างไร ผมก็จะเสนอวิธีการที่ต่างไปจากนั้น” โคตส์ กล่าว พร้อมยอมรับว่าไม่เคยได้ทราบว่าผู้นำสหรัฐฯ กับ ปูติน คุยอะไรกันบ้างในวันนั้น

การที่ ทรัมป์ พยายามโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ด้วยการเปิดเจรจากับผู้นำ คิม จองอึน ก็เป็นอีกหนึ่งปมขัดแย้ง

“เรายังคงประเมินว่าเกาหลีเหนือไม่น่าจะยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์และความสามารถด้านการผลิตทั้งหมด แม้จะยื่นข้อเสนอปลดนิวเคลียร์บางส่วนเพื่อแลกกับมาตรการผ่อนคลายคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และนานาชาติก็ตาม” โคตส์ ระบุไว้ในรายงานประเมินภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ (Worldwide Threat Assessment) เมื่อต้นปีนี้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...