xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: ‘บอริส จอห์นสัน’ ขึ้นแท่นนายกฯ อังกฤษ เผชิญศึกหนักทั้งปัญหา ‘เบร็กซิต-อิหร่าน’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษเริ่มต้นภารกิจในสัปดาห์นี้ท่ามกลางปัญหาท้าทายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนำประเทศถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit), การสานสัมพันธ์กับผู้นำมหาอำนาจที่คาดเดาได้ยากอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ รวมไปถึงวิกฤตการณ์ยึดเรือน้ำมันที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับอิหร่าน

นักการเมืองฝีปากกล้าผู้นี้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนาง เทเรซา เมย์ หลังจากคว้าชัยชนะในการเลือกหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟเมื่อวันอังคาร (23 ก.ค.)

จอห์นสัน วัย 55 ปี ได้คะแนนโหวตจากสมาชิกพรรครวมทั้งสิ้น 92,153 คะแนน หรือมากกว่าตัวเลข 46,656 คะแนนที่ เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษซึ่งเป็นคู่แข่งของเขาได้รับกว่าเท่าตัว โดยศึกเลือกหัวหน้าพรรคคราวนี้กินเวลานาน 7 สัปดาห์ และมีผู้ร่วมลงคะแนนประมาณ 87.4% ของจำนวนสมาชิกพรรค 159,320 คน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ จอห์นสัน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้นำอังกฤษที่ยอดเยี่ยม

“ชายผู้ยอดเยี่ยมกำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร... บอริส จอห์นสัน เขาเป็นคนดี แข็งแกร่งและเฉลียวฉลาด หลายคนพูดว่าเขาจะเป็นทรัมป์แห่งอังกฤษ และเรียกเขาว่า Britain Trump” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คนหนึ่งระบุว่า ทรัมป์ “ตั้งใจที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับอังกฤษให้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก” ในยุคของจอห์นสัน

อเล็กซานเดอร์ บอริส เดอ เฟฟเฟิล จอห์นสัน หรือที่คนอังกฤษเรียกขานกันสั้นๆ ว่า “บอริส” เกิดที่นครนิวยอร์ก เคยเข้ารับการศึกษาที่วิทยาลัยอีตันและวิทยาลัยบัลเลียลแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ก่อนจะเริ่มงานในสายสื่อมวลชนกับหนังสือพิมพ์เดอะไทม์สและเดอะเดลีเทเลกราฟ โดยมักจะเขียนบทความโจมตีประชาคมเศรษฐกิจยุโรปจนเป็นที่ถูกอกถูกใจของกลุ่มที่มีแนวคิดต่อต้านอียู

จอห์นสัน ผันตัวมาเล่นการเมืองในสังกัดพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนระหว่างปี 2008-2016 ก่อนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษระหว่างปี 2016-2018

จอห์นสัน เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเบร็กซิตซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญมากในช่วงที่อังกฤษจัดประชามติถอนตัวออกจากอียูเมื่อปี 2016 โดยถูกครหาว่าให้ข้อมูลเท็จแก่ประชาชนว่าอังกฤษต้องจ่ายเงินสมทบให้กับประชาคมยุโรปสัปดาห์ละ 350 ล้านปอนด์ ซึ่งกระตุ้นให้คนอังกฤษอยากบอกลาอียูมากขึ้น

ผู้นำอังกฤษคนใหม่กล่าวหลังเดินทางไปถึงบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งจะเป็นที่พักใหม่ของเขาว่า รัฐบาลชุดนี้ “จะเติมเต็มคำสัญญาที่รัฐสภาเคยให้ไว้กับประชาชน และจะนำอังกฤษถอนตัวจากอียูในวันที่ 31 ต.ค. อย่างแน่นอนโดยไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ หรือ ‘แต่’”

อย่างไรก็ดี จอห์นสัน ยังต้องเตรียมเผชิญภารกิจสุดหินอีกหลายอย่างทันทีที่ก้าวเข้าสู่ทำเนียบดาวนิงสตรีท

- การบริหารประเทศ

เพื่อให้เบร็กซิตเกิดขึ้นอย่างราบรื่น จอห์นสันจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถระดมเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร และนำประเทศฝ่าฟันมรสุมการเมืองที่ยืดเยื้อมานานถึง 3 ปี ขณะที่พรรคแรงงานฝ่ายค้านก็อาจทดสอบศักยภาพของนายกฯ คนใหม่ด้วยการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ปัญหาสำคัญอีกอย่างก็คือพรรคคอนเซอร์เวทีฟไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา และในยุคของ เมย์ ก็ยังต้องพึ่งเสียงจาก ส.ส. 10 คนของพรรค Democratic Unionist Party (DUP) ในการเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ยังมี ส.ส.คอนเซอร์เวทีฟบางคนที่ขู่จะเป็น ‘ขบถ’ ต่อพรรคตัวเอง หากอังกฤษมีแนวโน้มจะต้องถอนตัวแบบไร้ข้อตกลง

- เบร็กซิต

จอห์นสัน ประกาศว่าต้องการทำข้อตกลงใหม่กับอียู และละทิ้งเงื่อนไขสำคัญๆ หลายส่วนที่ เมย์ เคยเจรจากับบรัสเซลส์ไว้เมื่อปีที่แล้ว ทว่าผู้นำอียูยืนกรานเสียงแข็งว่าจะไม่มีการแก้ไขในส่วนของ ‘Withdrawal Agreement’ ซึ่งกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่เบร็กซิต

ปัญหาสำหรับ จอห์นสัน ก็คือข้อตกลงที่ว่านี้ครอบคลุมสิ่งที่เป็นที่ถกเถียงมากที่สุดอย่างมาตรการแบ็คสต็อป (backstop) ซึ่งมุ่งการันตีว่าจะไม่มีการตั้งด่านศุลกากรระหว่างพรมแดนไอร์แลนด์กับไอร์แลนด์เหนือที่จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรต่อไป

จอห์นสัน ต้องการให้ถอดมาตรการแบ็คสต็อปออกจากข้อตกลง ขณะที่ฝ่ายอียูยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ยอม ซึ่งหาก 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ หรือรัฐสภาอังกฤษปฏิเสธข้อตกลงที่ จอห์นสัน ไปเจรจากับบรัสเซลส์มาใหม่ นั่นหมายความว่าอังกฤษจะต้องตัดขาดจากอียูแบบไร้ข้อตกลงในวันที่ 31 ต.ค. หรือที่เรียกกันว่า “no-deal Brexit”

จอห์นสัน ยืนยันจะเตรียมอังกฤษให้พร้อมรับผลที่จะตามมาในกรณีที่การถอนตัวแบบโนดีลเกิดขึ้นจริง

- ความสัมพันธ์กับ ‘ทรัมป์’ และสหรัฐฯ

จอห์นสันจำเป็นต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทั้งพันธมิตรทางทหารและตลาดส่งออกสินค้ารายใหญ่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเบร็กซิต อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ชาติย่ำแย่ลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการรั่วไหลของบันทึกการทูตซึ่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำวอชิงตันวิจารณ์รัฐบาล ทรัมป์ ว่า “โง่เขลา”

แม้สหรัฐฯ และอังกฤษจะแสดงเจตนาว่าต้องการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างครอบคลุมโดยเร็วที่สุดภายหลังเบร็กซิต แต่ด้วยปัจจัยทางการเมืองทำให้กรอบเวลายังเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน

- อิหร่านและจีน

การที่สหรัฐฯ และอียูมีแนวทางจัดการปัญหานิวเคลียร์อิหร่านที่ต่างกันทำให้อังกฤษตกที่นั่งลำบาก และดูเหมือนกำลังถูกวอชิงตันยุให้เข้าไปติดหล่มความขัดแย้งกับเตหะรานโดยไม่ตั้งใจ

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน สเตนา อิมเพโร ซึ่งติดธงอังกฤษขณะกำลังล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการตอบโต้ที่กองทัพเรืออังกฤษยึดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านในช่องแคบยิบรอลตาร์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า

ชาติพันธมิตรต่างก็เฝ้ารอดูว่ารัฐบาลอังกฤษในยุคของ จอห์นสัน จะมีนโยบายเอียงข้างสหรัฐฯ หรือยุโรปมากกว่ากันในประเด็นนี้

จอห์นสัน ยังต้องชั่งใจว่าจะยอมเปิดทางให้ ‘หัวเว่ย’ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจีน เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาเครือข่าย 5G มากน้อยเพียงใด หลังจากที่ ทรัมป์ พยายามล็อบบี้พันธมิตรตะวันตกให้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะถูกจีนสอดแนม มิหนำซ้ำยังขู่จะเลิกแบ่งปันข่าวกรองกับประเทศที่เปิดรับเทคโนโลยีหัวเว่ยอีกด้วย

ทั้งนี้ การตัดสินใจของ จอห์นสัน จะส่งผลโดยตรงต่อความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจที่อังกฤษหวังยกระดับสัมพันธ์ทางการค้าภายหลังอำลาสหภาพยุโรป

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...