xs
xsm
sm
md
lg

‘มุลเลอร์’ ยันไม่เคยสรุป ‘ทรัมป์’ พ้นผิดฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เดโมแครตเซ็งไร้ข้อมูลเด็ด ‘ถอดถอนปธน.’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษผู้คุมสอบคดีรัสเซียป่วนเลือกตั้ง ยืนยันต่อสภาคองเกรสวานนี้ (24 ก.ค.) ว่าตนไม่เคยสรุปว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พ้นผิดฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรมเหมือนอย่างที่ผู้นำสหรัฐฯ เอาไปอ้าง ทว่าคำให้การของเขาในครั้งนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้พรรคเดโมแครตได้ข้อมูลเด็ดๆ ในการยื่นถอดถอนประธานาธิบดี ขณะที่ ทรัมป์ ออกมาป่าวประกาศชัยชนะ

ระหว่างที่ให้การต่อคณะกรรมาธิการคองเกรสเป็นเวลา 7 ชั่วโมง มุลเลอร์ กล่าวหา ทรัมป์ ว่าไม่ได้พูดความจริงเสมอไป และระบุว่าการที่ ทรัมป์ สนับสนุนให้เผยแพร่อีเมลของพรรคเดโมแครตที่ถูกแฮกเมื่อปี 2016 “ก่อปัญหายุ่งยาก” อีกทั้งยังเตือนว่ารัสเซียจะพยายามป่วนศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ อีกครั้งในปี 2020

“พวกเขากำลังลงมือแม้ในขณะที่เรานั่งกันอยู่ตรงนี้ และเชื่อได้ว่าจะทำอีกในการเลือกตั้งครั้งถัดไป” มุลเลอร์ กล่าว

อดีตอัยการพิเศษผู้นี้ยังเตือนว่า ทรัมป์ มีสิทธิ์ถูกฟ้องภายหลังพ้นตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ถึงกระนั้นผู้นำสหรัฐฯ ก็อ้างว่าคำให้การของ มุลเลอร์ ต่อคณะกรรมาธิการยุติธรรมและข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรเป็นชัยชนะสำหรับตน

“วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับพรรครีพับลิกัน และคุณอาจจะบอกว่าสำหรับผมด้วย แต่ผมไม่อยากจะพูดแบบนั้นหรอก” ทรัมป์ กล่าว

คำให้การของ มุลเลอร์ ต้องหยุดชะงักเป็นช่วงๆ เนื่องจากเขาอ้างว่าไม่ได้ยินคำถามชัดเจน และยังมีการแก้ไขคำตอบอย่างน้อย 1 ครั้ง

การไต่สวนแบบมาราธอนซึ่งถ่ายทอดสดผ่านสื่อโทรทัศน์ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้พรรคเดโมแครตซึ่งกุมเสียงข้างมากในสภาล่างเข้าใกล้กระบวนการถอดถอน ทรัมป์ มากขึ้น และในส่วนของ มุลเลอร์ เองก็ปฏิเสธที่จะเอ่ยถึงการถอดถอนประธานาธิบดี

“พวกเดโมแครตไม่ได้อะไรเลย” ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สื่อที่ทำเนียบขาวก่อนจะออกเดินทางไปยังรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย “และตอนนี้พวกเขาก็ยิ่งกว่าไม่มีอะไรเลยเสียอีก ผมเชื่อว่าพวกเขาจะแพ้เลือกตั้ง 2020 อย่างหมดรูป และเสียที่นั่งในสภาด้วย เพราะหนทางที่พวกเขาเลือกเดิน”

มุลเลอร์ ใช้เวลาสืบสวนนานถึง 22 เดือนก่อนจะสรุปว่ารัสเซียลงมือแทรกแซงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 “อย่างกว้างขวางและเป็นระบบ” เพื่อช่วยเหลือทรัมป์ รวมถึงความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะขัดขวางการสอบสวน

มุลเลอร์ ซึ่งยอมเข้าให้การอย่างไม่เต็มใจนักหลังได้รับหมายเรียกจากคณะกรรมาธิการคองเกรส มักจะให้คำตอบในทำนองว่า “ผมพูดไม่ได้”, “ไม่ขอกล่าวถึงประเด็นนี้”, “เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการปฏิบัติงานของผม” หรือไม่ก็โบ้ยให้คณะกรรมาธิการไปเปิดอ่านรายงานสรุปผลสอบสวนความยาว 448 หน้าเอาเอง

เจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุติธรรมแห่งสภาผู้แทนราษฎร ชี้ว่า มุลเลอร์ “ถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า” และไม่มีใครแม้กระทั่ง ทรัมป์ ที่จะอยู่เหนือกฎหมายได้ ขณะที่ แอดัม ชิฟฟ์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง กล่าวหาทีมหาเสียงของ ทรัมป์ ว่าสนับสนุนและใช้ประโยชน์จากแผนแทรกแซงของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ “ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง”

ผลสอบของ มุลเลอร์ ซึ่งถูกเผยแพร่ในฉบับย่อเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ไม่ให้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการที่ ทรัมป์ พยายามบั่นทอนการสืบคดีรัสเซียนั้นเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ประกาศให้เขาพ้นผิด

รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหา ทรัมป์ และทีมหาเสียงว่าสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย ซึ่งทำให้ ทรัมป์ มักจะออกมาตีขลุมว่าตนเองนั้น “พ้นผิดอย่างสมบูรณ์แบบ” แล้ว

แนดเลอร์ ได้ถาม มุลเลอร์ ระหว่างการไต่สวนครั้งแรกว่า “คุณสรุปว่าประธานาธิบดีพ้นผิดใช่หรือไม่?” ซึ่ง มุลเลอร์ ตอบว่า “ไม่ใช่” พร้อมย้ำว่าตนและลูกทีมอัยการพิเศษดำเนินการสอบสวนคดีนี้อย่างเป็นธรรมและอิสระ

มุลเลอร์ ยังสร้างความสับสนต่อคณะกรรมาธิการ โดยบอกกับ ส.ส. เท็ด ลิว จากพรรคเดโมแครตในการไต่สวนรอบแรกว่า หากกระทรวงยุติธรรมไม่มีนโยบายห้ามฟ้องร้องประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่ง ตนก็อาจจะตั้งข้อหากับ ทรัมป์ ไปแล้ว ทว่าเมื่อเข้าให้การรอบสองในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมากลับเปลี่ยนคำพูดเสีย

“อย่างที่ผมสรุปไปในรายงาน และได้กล่าวไว้ในช่วงต้นๆ ว่า เราไม่ได้ฟันธงว่าประธานาธิบดีก่ออาชญากรรมหรือไม่” มุลเลอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจถูกฟ้องคดีอาญาได้หลังจากที่พ้นตำแหน่ง

มุลเลอร์ ระบุว่าตน “เห็นด้วยในภาพรวม” ว่าคำตอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรที่ ทรัมป์ ส่งมาหลังปฏิเสธที่จะเข้าให้การต่อพนักงานสืบสวนแบบตัวต่อตัวนั้น “ไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป” ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ใช้อำนาจออกหมายเรียก ทรัมป์ เข้าให้สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้ว ก็เนื่องจาก “ความจำเป็นที่จะต้องปิดการสอบสวน”

สำหรับกรณีที่ ทรัมป์ ออกมาชื่นชมวิกิลีกส์ที่เจาะอีเมลของพรรคเดโมแครตและนำข้อมูลมาเผยแพร่เล่นงาน ฮิลลารี คลินตัน นั้น มุลเลอร์ ชี้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ “ยิ่งกว่าเป็นปัญหา”

“ผมขอกล่าวอะไรสักอย่างหนึ่ง ตลอดอาชีพของผม ผมได้เห็นการกระทำที่ท้าทายระบอบประชาธิปไตยของเรามาแล้วมากมาย แต่ความพยายามของรัสเซียที่จะแทรกแซงศึกเลือกตั้งของเราเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด” มุลเลอร์ กล่าว

การสอบสวนของ มุลเลอร์ ได้นำไปสู่การตั้งข้อหาอาญากับจำเลยรวม 34 คน และองค์กรรัสเซีย 3 แห่ง โดยผู้ที่รับสารภาพหรือถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริงมีทั้งอดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์ และผู้ช่วยคนสนิทอีกหลายคน
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...