xs
xsm
sm
md
lg

In Clip : วอชิงตันโพสต์เปิด “เอกสารลับภายใน” เป็นหลักฐานระบุ “หัวเว่ย” แอบช่วยเกาหลีเหนือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - เอกสารลับภายในที่หนังสือวอชิงตันโพสต์ได้มายืนยันว่า บริษัท หัวเว่ย ของจีนแอบช่วยรัฐบาลเกาหลีเหนือในการสร้างระบบเครือข่ายไร้สายและการพัฒนา การเปิดเผยล่าสุดทำให้เกิดคำถามว่าบริษัท หัวเว่ย ซึ่งซื้อเทคโนโลยีสหรัฐฯ สำหรับส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ของตัวเองนั้น ละเมิดการควบคุมการส่งออกของอเมริกาหรือไม่ในการจัดหาอุปกรณ์ให้เกาหลีเหนือ

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ สื่อสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า ทั้งนี้ พบว่าบริษัท หัวเว่ยนั้นได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท แพนดา อินเตอร์เนชันแนล อินฟอร์เมชัน เทคโนโลยี โค ลิมิตเต็ด (Panda International Information Technology Co. Ltd) ซึ่งเป็นกิจการของรัฐบาลปักกิ่งในโปรเจกต์มากมายในช่วงเวลา 8 ปีเป็นอย่างน้อย อ้างอิงจากคำสั่งงานในอดีต สัญญา และรายละเอียดสเปรดชีตที่ถูกนำออกมาจากฐานข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงปฎิบัติการของบริษัททั่วโลก ซึ่งการจัดการที่ทำให้เป็นการยากที่จะรู้ว่าหัวเว่ยนั้นเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ พบว่าสเปรดชีตถูกมอบให้กับวอชิงตันโพสต์โดยอดีตพนักงานหัวเว่ยที่เชื่อว่า เอกสารลับภายในบริษัทนี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งอดีตพนักงานให้ข้อมูลในฐานะแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ในขณะที่เอกสารอื่นเพิ่มเติม 2 ชถุดถูกมอบโดยคนอื่นที่ต้องการเห็นเอกสารถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ และคนเหล่านี้ต้องการปกปิดชื่อไว้เช่นกัน

และจากทั้งหมดทำให้ต้องมีการตั้งคำถามว่าบริษัท หัวเว่ย ที่ได้ซื้อเทคโนโลยีสหรัฐฯ สำหรับส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ของตัวเองนั้น ละเมิดการควบคุมการส่งออกของอเมริกาหรือไม่ในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับเกาหลีเหนือ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่ปฏิเสธจะให้ความเห็น พบว่าได้ทำการสอบสวนความเชื่อมโยงของบริษัท หัวเว่ย และเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ไม่เคยแสดงความเชื่อมโยงทั้งสองในทางเปิดเผย และการสอบสวนยังคงดำเนินการอยู่ในเวลานี้ หนังสือพิมพ์สหรัฐฯ รายงาน ในขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้สั่งดำเนินคดีหัวเว่ยในข้อหาฉ้อโกงธนาคารซึ่งถือว่าเป็นการกระทำการละเมิดคำสั่งการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน แต่ทางบริษัทประกาศไม่ยอมรับในความผิด

ทั้งนี้ พบว่าก่อนปี 2008 เกาหลีเหนือพยายามอย่างหนักในการค้นหาบริษัทข้ามชาติที่จะสามารถสร้างระบบเครือข่าย 3G ภายในประเทศ ซึ่งทำให้เกิดบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายชื่อบริษัท “คอร์โยลิงก์” ( Koryolink) ที่เกิดขึ้นหลังจากอดีตประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จอง-อิล แอบเดินทางอย่างลับๆไปถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทหัวเว่ยที่เมืองเซินเจิ้นเมื่อปี 2006

อ้างอิงจากหนังสือของศาสตราจารย์ อเล็กซานเดอร์ มานซัวรอฟ (Alexandre Mansourov) ที่เขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปทางดิจิทัลของเกาหลีเหนือเมื่อปี 2011 ที่ได้ระบุว่า “พวกเขาตัดสินใจทำงานร่วมกับหัวเว่ยนับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา”

คอร์โยลิงก์ถูกสร้างขึ้นผ่านบริษัทกิจการร่วมค้าปี 2008 ของบริษัทสัญชาติอียิปต์ โอราสคอม เทเลคอม โฮลดิง (Orascom Telecom Holding) และบริษัทของรัฐบาลเกาหลีเหนือ โคเรีย โพสต์ แอนด์ เทเลคอมมูนิเคชันส์ คอร์ป (Korea Post and Telecommunications Corp) ซึ่งบริษัทค้าร่วมนี้ถูกเรียกว่า “CHEO Technology”

ซึ่งผู้เล่นคนสำคัญคือ บริษัท แพนดา อินเตอร์เนชันแนล (Panda International) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาณาจักรธุรกิจทางอิเล็กทรอนิก แพนดา กรุ๊ป (Panda Group) ที่ได้รับใช้นโยบายต่างประเทศของจีน

ทั้งนี้ พบว่า ***หัวเว่ยทำงานอย่างใกล้ชิดกับแพนดาในการสร้างสถานีฐาน(base station) เสาอากาศ และอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นในการสร้าง “คอร์โยลิงก์” ให้กับเกาหลีเหนือ ***อ้างอิงจากเอกสารภายในบริษัท และเป็นเวลาหลายปีที่พนักงานหัวเว่ยและแพนดาทำงานนอกโรงแรมราคาประหยัดใกล้กับจัตุรัสคิม อิล-ซ็องที่กรุงเปียงยาง อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ

สำหรับหัวเว่ยพบว่าเกี่ยวข้องในการเชื่อมรวมเครือข่าย (network integration) และระบบซอฟต์แวร์ให้บริการ และอย่างน้อย 1 โปรเจกต์ในส่วนขยายของคอร์โยลิงก์ ซึ่งทางหัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการจัดการและให้บริการหลักประกันเครือข่าย

หนึ่งในพนักงานหัวเว่ยที่ยังคงทำงานอยู่ที่ทางหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ติดต่อคือ ยิน เชา (Yin Chao) กล่าวว่า เขาทำงานในปี 2012 และปี 2013 สำหรับระบบ automated callback system ของคอร์โยลิงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทั้งหมดของการปรับปรุงที่ทางบริษัทเสนอให้แก่ประชาชนเกาหลีเหนือ

และอ้างอิงจากเอกสารสัญญาปี 2008 พบว่าบริษัท แพนดา ทำการขนส่งอุปกรณ์ของหัวเว่ยไปยังเมืองตานตง (Dandong) เมืองพรมแดนติดเกาหลีเหนือของจีน และจากที่นั่นจะถูกส่งต่อทางรถไฟเข้าไปยังกรุงเปียงยาง

ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของ 2016 พบพนักงานหัวเว่ยและแพนดาทิ้งสำนักงานของตัวเองในกรุงเปียงยาง

นอกจากนี้ เอกสารภายในยังระบุว่า หัวเว่ยยังทำธุรกิจร่วมกับบริษัท Dandong Kehua ของจีน ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2017 บริษัทนี้ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรจากปัญหาส่งออกและนำเข้าจากเกาหลีเหนือ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า บริษัท Dandong Kehua นั้นเกี่ยวข้องกับความร่วมมือของหัวเว่ยที่มีต่อเกาหลีเหนือด้วยหรือไม่ หรือทางหัวเว่ยยังคงทำธุรกิจกับบริษัทแห่งนี้หลังถูกคว่ำบาตรแล้ว

สื่อสหรัฐฯ ชี้ว่า คอร์โยลิงก์ในเวลานี้ยังคงให้บริการอยู่แต่ทว่ายังคงใช้อุปกรณ์ที่ล้าสมัยต่อไปเป็นเพราะทางหัวเว่ยไม่ให้บริการอัพเกรดและซ่อมแซมอีกต่อไป โดยผู้เชียวชาญต่างเชื่อว่า อุปกรณ์ระบบเครือข่าย 3G ที่ทางหัวเว่ยสร้างให้เกาหลีเหนือน่าจะมีชิ้นส่วนที่มาจากสหรัฐฯรวมอยู่ด้วย

อดีตพนักงานหัวเว่ยยังได้ชี้ว่า ในเอกสารภายในบริษัทและระหว่างพนักงานด้วยกัน ทางหัวเว่ยกำหนดรหัสลับสำหรับชื่อของประเทศเช่น เกาหลีเหนือ อิหร่าน และซีเรีย และพบว่าเกาหลีเหนือถูกกำหนดให้เป็น A9

“เมื่อคุณรันคิวรี (query)โปรเจกต์ คุณจะเห็น เยอรมัน สหรัฐฯ เม็กซิโก แต่หลังจากนั้นแทนที่จะเป็นชื่อประเทศ คุณกลับเห็น A5, A7, A9 และคุณบอกกับตัวเองว่า นี่มันอะไร” และอดีตพนักงานหัวเว่ยกล่าวต่อว่า “ทำให้ตัวเองสันนิษฐานได้ว่า เป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการเอ่ยว่า เป็น อิหร่าน หรือ ซีเรีย”

ในเอกสารที่วอชิงตันโพสต์ได้รับแสดงให้เห็นว่า เปียงยางมีความกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือและครอบครัวอาจถูกสอดแนมจากต่างชาติผ่านการใช้ระบบเครือของคอร์โยลิงก์ ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2008 บริษัทโอราสคอมและโคเรีย โพสต์ของเกาหลีเหนือได้มอบหมายให้หัวเว่ยพัฒนาระบบป้องกันที่เรียกว่า encryption protocol ให้กับคอร์โยลิงก์ โดยชี้ว่า ทางรัฐบาลจะสร้างอัลกอริทึมการเข้ารหัสลับ (Encryption Algorithm)ขึ้นมาเอง

และพบว่าอ้างอิงจากเอกสาร เอนคริปชัน “test bed” ถูกสร้างขึ้นที่หัวเว่ยในเมืองเซินเจิ้น

ในปี 2013 พบว่ารัฐบาลเปียงยางได้เปิดบริษัทให้บริการเครือข่ายแห่งใหม่คือ กัง ซอง (Kang Song) โดยใช้อุปกรณ์จากบริษัทโทรคมนาคมจีน ZTE ส่งผลทำให้กัง ซองสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในเกาหลีเหนือแทน คอร์โยลิงก์ ซึ่งทางบริษัทค้าร่วม CHEO Technologyได้ให้ใบอนุญาตแก่โอราสคอมในการดำเนินกิจการผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในเกาหลีเหนือปี 2015

ในปี 2011 พบว่าบริษัทโอราสคอมถูกซื้อโดยบริษัทรัสเซีย วิมเพลคอม (Vimpelcom) และในปี 2014 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งคว่ำบาตรบริษัทแพนดา ห้ามการส่งออกชิ้นส่วนที่ทำในสหรัฐฯ ไปให้บริษัทแห่งนี้ โดยอ้างว่าแพนดาเป็นตัวกลางจัดหาชิ้นส่วนให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีน หรือไปยังประเทศปลายทางที่อยู่ในรายชื่อที่ถูกสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร





Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...