xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์พาจน! US ขาดรายได้หลายหมื่นล้าน นศ.จีนผวาศึกการค้ามุ่งหน้าเรียนต่อประเทศอื่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นักศึกษาจีนมีสัดส่วนเกือบเป็น 1 ใน 3 ของนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐฯ  แต่เนื่องจากนโยบายลักษณะกีดกันของคณะบริหารโดนัลด์ ทรัมป์  นักศึกษาจีนจึงกำลังเดินทางมาศึกษาต่อในอเมริกาลดน้อยลง
เอเอฟพี - สงครามการค้าและท่าทีอันเป็นปฏิปักษ์ของทรัมป์ ส่งผลให้นักศึกษาจีนที่มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของนักศึกษาต่างชาติในสถาบันอุดมศึกษาของอเมริกา และสร้างรายได้ให้สหรัฐฯ นับหมื่นล้านดอลลาร์ เปลี่ยนแผนไปเรียนต่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดาแทน โดยข้อมูลบ่งชี้ว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำนวนนักศึกษาจากแดนมังกรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ

ความล่าช้าในการออกวีซ่า ความกังวลว่าโครงการวิจัยจะถูกสั่งปิด และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ทำให้นักศึกษาจีนจำนวนมากเปลี่ยนแผนไปหาความรู้ในประเทศอื่นแทน ทั้งนี้ จากการสอบถามความคิดเห็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนต่อของสถาบันต่างๆ ตลอดจนถึงพ่อแม่และนักศึกษานับสิบคนโดยสำนักข่าวเอเอฟพี

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของนิว โอเรียนทัล สถาบันการศึกษาเอกชนใหญ่ที่สุดของจีน ระบุว่า อังกฤษ ออสเตรเลีย และแคนาดา ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้มากที่สุด

ผลสำรวจยังพบว่า นักศึกษาจีนบางส่วนเบนเข็มไปเรียนที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางการศึกษาของชนชั้นสูงของจีนในอดีต รวมทั้งบางประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนีและประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่ขึ้นชื่อด้านหลักสูตรวิศวกรรมมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ปรากฏการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นกลางปีที่แล้วหลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดระยะเวลาอายุวีซ่าของนักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก 5 ปีเหลือเพียง 1 ปีในบางกรณี

กู่ ฮุ่ยหนี ผู้ก่อตั้งซูม อิน ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก บอกว่า มีความไม่แน่นอนอย่างมากว่า นักศึกษาจีนจะได้เรียนในอเมริกาจนจบหรือไม่

ข้อมูลของอินสติติวท์ ออฟ อินเตอร์เนชันแนล เอดูเคชันในนิวยอร์กระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของนักศึกษาจีนราว 360,000 คนในอเมริกา เป็นพวกที่ลงเรียนในสาขาวิชาที่เรียกกันว่า “สเต็ม” (STEM) ซึ่งมาจากอักษรตัวแรกของคำภาษาอังกฤษสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์

แต่ข้อมูลจากสำนักงานบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ พบว่า จำนวนนักศึกษาที่เดินทางไปเรียนในอเมริกาลดลง 2% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับจากปี 2009

เมลิสซา จาง นักเรียนมัธยมปลายในปักกิ่ง บอกว่า ล้มเลิกแผนไปเรียนต่อที่อเมริกาหลังจากเสียเวลาไปปีเต็มๆ กับการเตรียมตัวทดสอบเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของอเมริกา และตอนนี้กำลังเรียนภาษาเยอรมัน โดยหวังว่า จะไปเรียนต่อด้านหุ่นยนต์ที่เดรสเดนแทน

“จะมีประโยชน์อะไรในการเดินทางไปสหรัฐนถ้าฉันอาจจะถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าห้องปฏิบัติการวิจัยเพียงเพราะเป็นคนจีน”

หมิงเย่ว์ แม่ของจาง สำทับว่า เสน่ห์ของ “ความฝันแบบอเมริกันชน” มอดดับหมดแล้วสำหรับนักศึกษาจีนจำนวนมาก

“ถ้าอเมริกาแสดงให้เห็นว่า ไม่เต็มใจต้อนรับ พวกเขาก็จะไปที่อื่น เด็กรุ่นนี้รู้สึกว่า ยังมีประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่พร้อมต้อนรับพวกเขา”

สมาคมนักการศึกษาระหว่างประเทศ (นาฟซา) รายงานว่า ปีที่ผ่านมา นักศึกษาจีนสร้างรายได้ให้อเมริกา 13,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ

มหาวิทยาลัยระดับท็อปของอเมริกา อาทิ เยล และสแตนฟอร์ด ต่างร้องเรียนว่า สงครามการค้าส่งผลต่อการรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

ราฟาเอล รีฟ ประธานสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตส์ (เอ็มไอที) เขียนในจดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 25 มิถุนายนว่า นักศึกษาจีนในเอ็มไอทีรู้สึกว่า ถูกตรวจสอบและตีตราอย่างไม่เป็นธรรม และกังวลอย่างมาก

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแก้ต่างว่า การเพิ่มมาตรการตรวจสอบมีขึ้นหลังพบนักศึกษาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งร่วมมือกับหน่วยงานข่าวกรองต่างชาติ ขณะเรียนในอเมริกา

อิริก หวัง นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเพอร์ดิวในรัฐอินดีแอนา บอกว่า กังวลที่ต้องต่อวีซ่าทุกปี ซึ่งทำให้วางแผนโครงการวิจัยระยะยาวได้ยาก หรือกระทั่งคิดเรื่องการคบหากับแฟนจริงๆ จังๆ ก็ลำบากแล้ว

ทรัมป์พยายามคลายความกังวลของนักศึกษาจีนโดยบอกว่า จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ระหว่างการเจรจาสงบศึกการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งเสนอยกเว้นเป็นกรณีพิเศษสำหรับนักศึกษาที่มีสติปัญาเป็นเลิศที่จะได้รับกรีนการ์ดและพำนักในอเมริกาเป็นการถาวร

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้

ในอีกด้านหนึ่ง เดือนที่แล้ว รัฐบาลจีนเตือนพลเมืองให้ระวังความปลอดภัยในอเมริกา โดยระบุปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนและการปล้นจี้ ขณะที่สื่อของรัฐประโคมข่าวอาชญากรรมในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนมัธยมปลายและพ่อแม่ชาวจีนกังวลอย่างมาก

หลี่ เส้าเหวิน ผู้จัดทัวร์สำรวจสถานศึกษาต่างแดนเผยว่า ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่ผ่านมามีลูกค้ากว่า 250 ครอบครัวไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในยุโรปและอังกฤษ แต่มีเพียง 75 ครอบครัวที่เลือกไปอเมริกา

ทั้งนี้ นักศึกษาจีนและพ่อแม่มักค้นหามหาวิทยาลัยที่ต้องการไปเรียนก่อนเส้นตายในการรับสมัคร 2-3 ปี

โดโรธี เม ที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อในปักกิ่ง ทิ้งท้ายว่า จำนวนนักศึกษาจีนที่จะสมัครเรียนต่อในอเมริกาจะลดลงอีกหลายปี
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...