xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ผ่อนผันเล่นงาน‘หัวเว่ย’ ขณะ‘การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน’เริ่มต้นขึ้นมาใหม่

เผยแพร่:   โดย: เอเจนซีส์

<i>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน (ขวา) ต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อนการประชุมทวิภาคี ข้างเคียงซัมมิตกลุ่ม จี20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในวันเสาร์ (29 มิ.ย.) </i>
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com

Trump gives Huawei reprieve as trade talks resume
By Agencies
30/06/2019

ภายหลังหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ข้างเคียงการประชุมซัมมิตกลุ่ม จี20 ที่เมืองโอซากา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะผ่อนผันคำสั่งแบนที่วอชิงตันใช้เล่นงานหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ขณะที่สหรัฐฯจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าเข้าของจีนอีกแบบไม่มีกำหนด ส่วนปักกิ่งก็เริ่มต้นซื้อสินค้าเกษตรอเมริกันในปริมาณเยอะๆ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ.ฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ตกลงเห็นพ้องกันที่จะสงบศึกในสงครามการค้าอีกครั้งหนึ่ง โดยที่เรื่องการสั่งห้าม หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ซื้อชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฮเทคจากอเมริกานั้น วอชิงตันจะชะลอการบังคับใช้บางส่วนบางประการเอาไว้เป็นการชั่วคราว เท่ากับทำให้เมฆดำทะมึนก้อนหนึ่งที่ปกคลุมเหนือเศรษฐกิจโลกได้คลี่คลายกระจายตัวไป

ตามข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้ สหรัฐฯเห็นชอบที่จะระงับไม่ขึ้นภาษีศุลกากรจากสินค้าเข้าของจีนเพิ่มเติมอีก โดยเป็นการหยุดเอาไว้อย่างชนิดไม่มีการกำหนดกรอบเวลาด้วย ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการตอบสนอง ทรัมป์บอกว่าฝ่ายจีนจะเริ่มต้นซื้อผลิตภัณฑ์การเกษตรอเมริกันในปริมาณมากๆ

จวบจนกระทั่งเมื่อผู้นำทั้งสองนั่งลงเจรจาทวิภาคีระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกันเป็นเวลา 80 นาทีในวันเสาร์ (29 มิ.ย.) ในการหารือข้างเคียงการประชุมซัมมิตกลุ่ม จี20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น วอชิงตันยังตั้งท่าที่จะเล่นงานปักกิ่งมากขึ้นด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนอีกราวๆ 300,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งปัจจุบันยังไม่ถูกเพิ่มพิกัดอัตราศุลกากร 25% หลังจากการพูดจากันทรัมป์แถลงว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้วที่จะเริ่มการเจรจาหารือกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง

“เรากำลังจะทำงานกับจีนจากจุดที่เราทิ้งเอาไว้ (หลังจากการเจรจาทางการค้าของสองประเทศหยุดชะงักไปในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา) เพื่อดูว่าเราจะสามารถทำดีลกันได้ไหม” เขากล่าวในการประชุมแถลงข่าวภายหลังการพูดจากับสี “ผมไม่ได้รีบร้อน” เขากล่าว และเรียกการเจรจาหารือระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่า “ยุ่งยากซับซ้อน”

ทรัมป์บอกว่า เขากำลังปล่อยประเด็นปัญหาเรื่องหัวเว่ยไปก่อน จนกว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะสิ้นสุดลง แต่สำหรับในตอนนี้ ยักษ์ใหญ่การสื่อสารสัญชาติ จีนรายนี้ ดูเหมือนจะได้รับการผ่อนผันโทษอย่างสำคัญทีเดียว ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่าพวกบริษัทอเมริกันสามารถส่งสินค้าไปให้หัวเว่ยได้ ถึงแม้มันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐฯได้ประทับตีตราเอาไว้ว่า มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ

เขากล่าวต่อไปว่า สหรัฐฯจะจัดการประชุมหารือของฝ่ายตนในเร็ววัน เกี่ยวกับวิธีการในการดำเนินการกับหัวเว่ย ทั้งนี้บริษัทยักษ์ของจีนรายนี้ได้ถูกวอชิงตันขึ้นบัญชีดำที่เรียกว่า “entity list” ซึ่งห้ามซัปพลายเออร์ทั้งหลายขายเทคโนโลยีที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯไปให้แก่หัวเว่ยหากไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอเมริกันเสียก่อน

พวกบุคคลที่คุ้นเคยกับการหารือของฝ่ายอเมริกันเปิดเผยว่า ทางออกของเรื่องนี้ที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ก็คือ สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯกำลังตรวจสอบวิธีการต่างๆ ในการทำให้ข้อจำกัดต่างๆ ซี่งใช้เล่นงานหัวเว่ยนั้นมีขอบเขตหดแคบลงมา โดยให้โฟกัสจำกัดห้ามปรามเฉพาะการขายเทคโนโลยีสหรัฐฯซึ่งใช้ใน “จุดอุดตันต่างๆ” ที่เทคโนโลยีของหัวเว่ยอาจจะสามารถควบคุมเครือข่ายไร้สายทั้งหลายได้

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทรัมป์กำลังทำให้หัวเว่ยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการประนอมรอมชอมทางการค้าใดๆ ที่จะเกิดขึ้นมา ถึงแม้พวกที่ปรึกษาระดับสูงของเขารวมทั้งรัฐมนตรีคลัง สตีเฟน มนูชิน กล่าวยืนกรานมาโดยตลอดว่า คณะบริหารทรัมป์กำลังกันเรื่องหัวเว่ยแยกออกมาจากการเจรจาต่อรองทางการค้าก็ตามที

“เรากำลังพูดกันถึงอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีปัญหาฉุกเฉิน-แห่งชาติใหญ่โตอะไรเกี่ยวข้องกับมันด้วย” ทรัมป์บอก

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่แล้ว วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานข่าวว่า ปักกิ่งถือเรื่องการผ่อนผันโทษให้หัวเว่ย เป็นเงื่อนไขข้อหนึ่งที่ต้องกระทำกันก่อน จึงจะสามารถตกลงทำดีลทางการค้ากับวอชิงตันได้ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://apple.news/AIYOj4l-mRS-PaZfxdHKK5w)

อย่างไรก็ตาม การหมุนพวงมาลัยเลี้ยวกลับอย่างกะทันหันเช่นนี้ ย่อมเปิดช่องว่างให้ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพวกสมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครตฝ่ายค้าน ตลอดจนพวกรีพับลิกันสายเหยี่ยว ซึ่งมองหัวเว่ยเป็นภัยคุกคาม อันที่จริงแล้ว ทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ, ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารสหรัฐฯ (Federal Communications Commission Chairman) อาจิต ไพ (Ajit Pai)และคนอื่นๆ ต่างเคยพูดถึงบริษัทจีนแห่งนี้ในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน

“หัวเว่ยเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่เราสามารถใช้เป็นคานงัด เพื่อทำให้จีนยอมที่จะเล่นอย่างเป็นธรรมในเรื่องการค้า ถ้าประธานาธิบดียอมถอยฉาก อย่างที่มันดูเหมือนเขากำลังทำอยู่ นั่นก็จะตัดลดความสามารถของเราลงไปอย่างมากมาย ในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมของจีน” ส.ว.ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ซึ่งปัจจุบันก็หมายถึงผู้นำของ ส.ว. พรรคเดโมแครต ระบุในคำแถลงที่ออกมาเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (29 มิ.ย.)

ทางด้าน ส.ว.มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) ของพรรครีพับลิกัน ข่มขู่ว่าจะผลักดันออกกฎหมายเพื่อคงแรงกดดันต่อหัวเว่ยเอาไว้

“ถ้าในทางเป็นจริง ประธานาธิบดีกำลังต่อรองเพื่อถอยออกมาจากการใช้ข้อจำกัดต่างๆ ที่ได้นำมาใช้กับหัวเว่ยเมื่อเร็วๆ นี้แล้ว เราก็จำเป็นต้องทำให้ข้อจำกัดเหล่านี้กลับคืนเข้าที่เข้าทางใหม่โดยผ่านการออกเป็นกฎหมาย” รูบิโอโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ “และมันจะผ่านออกมาได้ด้วยเสียงข้างมากท่วมท้นชนิดพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถต่อต้านการวีโต้ (ของประธานาธิบดี) ได้”

แต่สำหรับพวกกลุ่มธุรกิจต่างๆ แล้ว พวกเขาต่างแสดงการยกย่องชมเชยที่มีการรื้อฟื้นการเจรจาขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขายืนยันว่าการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีนอีก 300,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่ข่มขู่กันไว้นั้น จะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค

“การถอยออกมาจากปากขอบเหวของการบานปลายขยายตัวต่อไปอีกในเรื่องภาษีศุลกากรนั้น เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพวกธุรกิจขายปลีกและบรรดาลูกค้าของพวกเขา” เดวิน เฟรนช์ (David French) รองประธานอาวุโสด้านความสัมพันธ์กับรัฐบาลของสมาคมขายปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation) บอก

ขณะที่ เจย์ ทิมมอนส์ (Jay Timmons) ประธานบริหารของสมาคมโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตแห่งชาติ (National Association of Manufacturers) กล่าวว่า “การทำดีลทางการค้า ไม่ใช่การทำสงครามการค้า คือสิ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหลายเรียกร้องสนับสนุนกันจริงๆ ตลอดช่วงระยะหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา และการพบปะเจรจากันในวันนี้นำเราให้ขยับเข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าว”

ไมรอน บริลเลียนต์ (Myron Brilliant) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของหอการค้าสหรัฐฯ (U.S. Chamber of Commerce) บอกว่า ถ้าจีนให้คำมั่นผูกพันที่จะปรับสนามแข่งขันให้เป็นธรรมสำหรับพวกบริษัทสหรัฐฯแล้ว คณะบริหารทรัมป์ก็ควรยกเลิกการขึ้นภาษีศุลกากรจากสินค้าเข้าของจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ที่ได้ทำไปแล้วโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง แทนที่จะยังคงภาษีเอาไว้เพื่อค้ำประกันว่าจะมีการทำตามสัญญา เขากล่าวว่าอัตราพิกัดศุลกากรที่เก็บกันในเวลานี้ “กำลังสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต, เกษตรกร, และผู้บริโภคของสหรัฐฯ”

ระหว่างการแถลงข่าวในวันเสาร์ (29 มิ.ย.) ทรัมป์ได้พูดถึงสี ว่าเป็น “คนฉลาดหลักแหลม” และเป็นหนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นทรัมป์ยังยอมรับกล่าวถึงความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนในแง่ดีงาม ในลักษณะที่เป็นการสะท้อนคำพูดของสี ที่บอกว่า ทั้งสองประเทศเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (strategic partner)

นี่เป็นการกล่าวที่แตกต่างออกไปจากวลีซึ่งระบุเอาไว้ในเอกสาร “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ” (National Security Strategy) เมื่อเดือนธันวาคม 2017 ของคณะบริหารทรัมป์ ซึ่งประทับตราจีนว่าเป็น “คู่แข่งทางยุทธศาสตร์” (strategic competitor) และเป็น “มหาอำนาจนักลัทธิแก้” (revisionist power)

ทางด้าน สี ก็ได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านบวกเกี่ยวกับความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน โดยกล่าวว่าประเทศทั้งสองจะ “ธำรงรักษาการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันในทุกๆ ระดับ” และทำงานด้วยกันเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าวซินหวา ของทางการจีน
<i>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นำคณะเข้าร่วมการประชุมทวิภาคี ข้างเคียงซัมมิตกลุ่ม จี20 ที่เมืองโอซากา วันเสาร์ (29 มิ.ย.) </i>
ซิลิคอนแวลลีย์ “รู้สึกมีกำลังใจ”

แต่ถึงแม้มีแรงกดดันทางการเมืองในวอชิงตันที่ต่อต้านคัดค้านหัวเว่ยอย่างแรงกล้าไม่ใช่เล่น ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ซึ่งอนุญาตให้ขายเทคโนโลยีสหรัฐฯแก่บริษัทยักษ์ใหญ่เทเลคอมจีนรายนี้ ก็น่าที่จะได้รับความชื่นชมสนับสนุนจากซิลิคอนแวลลีย์

จอห์น นีฟเฟอร์ (John Neuffer) ประธานของสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Industry Association) บอกว่า สมาคมของตน “รู้สึกมีกำลังใจที่การเจรจาต่างๆ กำลังเริ่มต้นกันขึ้นมาใหม่ ส่วนการขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มเติมถูกชะลอเอาไว้ก่อน” ถึงแม้เขาบอกว่ายังจำเป็นต้องได้รับรายละเอียดมากขึ้นว่า ตอนนี้สมาชิกสมาคมของเขาจะขายอะไรให้หัวเว่ยได้บ้าง

สำหรับฝ่ายจีน นักการทูตผู้หนึ่งได้ออกมาย้ำจุดยืนของปักกิ่งที่ว่า หัวเว่ยเป็นแค่เพียงบริษัทเอกชนรายหนึ่งซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ในตลาดโลก “ถ้ามันสามารถกระทำให้ออกมาตามที่ให้คำมั่นคราวนี้ เราก็ยินดีต้อนรับ” หวัง เสี่ยวหลง (Wang Xiaolong) ผู้แทนพิเศษสำหรับกิจการ จี20 ณ กระทรวงการต่างประเทศของจีน พูด โดยเขาหมายถึงคำกล่าวต่างๆ ของทรัมป์ในเรื่องหัวเว่ย

การผ่อนคลายความตึงเครียดครั้งนี้ยังได้รับการต้อนรับอย่างยินดีจากพวกผู้นำระดับโลกคนอื่นๆ ซึ่งไปร่วมการประชุมที่โอซากา โดยผู้นำเหล่านี้ต่างกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนกำลังส่งผลกระทบกระเทือนเศรษฐกิจโลก “อันดับแรกก่อนอื่นใดเลย ผมเชื่อว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับสำหรับทุกๆ คน” ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส บอก

ในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้ยังสร้างความโล่งใจให้พวกบริษัทอเมริกันในจีน ผู้ซึ่งวิตกว่าพวกเขาจะตกเป็นเป้าหมายแห่งการลงโทษแก้แค้นจากปักกิ่ง ถ้าการสู้รบขัดแย้งทางการค้ายิ่งดุเดือดขึ้นอีก รัฐบาลจีนเองก็ได้เพิ่มความกังวลเช่นนี้ให้พุ่งพรวดจากการประกาศว่า กำลังจัดทำบัญชีดำของฝ่ายตนขึ้นมาเหมือนกัน โดยจะเป็นบัญชีรายชื่อพวกธุรกิจและบุคคลต่างชาติที่ไม่สามารถไว้วางใจเชื่อถือได้ (unreliable entities)

การหยุดยิงครั้งนี้ “เป็นการส่งความแน่นอนบางประการซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมาก ให้เข้ามาสู่ความสัมพันธ์ที่กำลังค่อยๆ เสื่อมทรุดเลวร้ายลงไปทุกที” เจค็อป พาร์เกอร์ (Jacob Parker) รองประธานของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน (US-China Business Council) ในกรุงปักกิ่ง ให้ความเห็น “ตอนนี้ก็มาถึงงานหนักงานยากในการแสวงหาฉันทามติในประเด็นปัญหายากลำบากที่สุดทั้งหลาย”

ทรัมป์นั้นกล่าวโน้มน้าวว่า การที่จีนแสดงความปรารถนาจะซื้อสินค้าการเกษตรสหรัฐฯในปริมาณมากๆ คือผลประโยชน์ใหญ่ข้อหนึ่งของการสงบศึกคราวนี้ เขาบอกอีกว่าจีนจะเริ่มต้นการซื้อสินค้าอเมริกันในทันที และจะ “จับจ่ายใช้เงินทองแม้กระทั่งในระหว่างที่มีการเจรจากันอยู่”

เมื่อวันศุกร์ (28) ซึ่งก็คือก่อนหน้าทรัมป์กับสีจะนั่งลงเจรจากันด้วยซ้ำ จีนก็ได้สั่งซื้อถั่วเหลืองในปริมาณสูงถึง 544,000 เมตริกตัน ทั้งนี้ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ

ในเวลาที่พวกผู้เจรจาด้านการค้าของทรัมป์หลายรายบอกกันว่า พวกเขากำลังโฟกัสไปที่การกดดันให้จีนยอมเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง เป็นต้นว่า ยุติการกดดันพวกบริษัทสหรัฐฯให้ต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีแก่เหล่าคู่แข่งขันชาวจีนของพวกเขา ตัวทรัมป์เองกลับเน้นย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าต้องการเห็นสินค้าอเมริกันส่งออกได้มากขึ้น ประมุขสหรัฐฯผู้นี้ต้องพึ่งพาอาศัยภาคชนบทของอเมริกาในฐานะที่เป็นฐานเสียงอันมั่นคงที่สนับสนุนตน ขณะที่เกษตรกรอเมริกันคือผู้ที่ได้รับผลลบอย่างจังๆ จากการขึ้นภาษีศุลกากรแก้เผ็ดทั้งของจีนและของประเทศอื่นๆ ซึ่งออกมาเพื่อตอบโต้มาตรการทำนองเดียวกันของสหรัฐฯ

ที่ผ่านมาคณะบริหารทรัมป์ได้ประกาศงบประมาณมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าชดเชยให้แก่บรรดาเกษตรกรที่สินค้าขายไม่ออกหรือขายได้น้อยลงเนื่องจากมาตรการตอบโต้กันไปมาเหล่านี้ ในที่ประชุมแถลงข่าวคราวนี้ ทรัมป์ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวยกย่องสรรเสริญเกษตรกรอเมริกันว่าเป็น “สีเขียวผู้รักชาติ” (green patriots)

ในการอ่อนข้ออีกอย่างหนึ่งให้แก่ความวิตกห่วงใยของฝ่ายจีน ทรัมป์พูดว่าเขายินดีต้อนรับพวกนักศึกษาจีนที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสหรัฐฯ และวาดหวังว่าพวกเขาจำนวนมากจะยังคงอยู่ในสหรัฐฯต่อไปภายหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว เขายังพูดถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ข้อยกเว้นสำหรับบุคคลผู้ฉลาดปราดเปรื่อง” ซึ่งอาจช่วยเหลือให้นักศึกษาต่างชาติที่เก่งๆ ได้รับสิทธิพำนักอาศัยอย่างถาวรในสหรัฐฯ

ท่าทีเช่นกันก็เป็นการหันหัวเลี้ยวกลับอีกอย่างหนึ่งของวอชิงตัน หลังจากที่ในสหรัฐฯระยะหลังๆ มีกระแสกล่าวโทษโจมตีนักวิชาการและนักศึกษาจีนว่า เป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ และบรรดานักศึกษาและนักวิชาการเหล่านี้ต่างบอกว่า ประสบความยากลำบากขึ้นมากในการขอวีซ่าเพื่อเข้าศึกษาเข้าทำงานวิจัยในสหรัฐฯ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...