xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ชูประเด็นการค้าในซัมมิต G20 ส่วน ‘สี จิ้นผิง’ เหน็บ ‘ลัทธิกีดกันการค้า’ บั่นทอนศก.โลก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุชัดเจนวันนี้ (28 มิ.ย.) ว่าจะยกการค้าเป็นประเด็นสำคัญอันดับหนึ่งในการมาร่วมประชุมซัมมิตกลุ่ม G20 ที่นครโอซากาของญี่ปุ่น ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนชี้ ‘ลัทธิกีดกันการค้า’ บั่นทอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก ส่วนผู้นำอินเดีย, ญี่ปุ่น และรัสเซียต่างแสดงจุดยืนปกป้องระบบการค้าแบบพหุภาคี

ระหว่างหารือนอกรอบกับผู้นำชาติพันธมิตร เช่น นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ทรัมป์ ระบุว่าตนเองเล็งเห็นทิศทางแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจอเมริกัน โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเขาเพิ่งจะวิจารณ์สนธิสัญญาความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น และเรียกร้องให้นิวเดลียกเลิกการเก็บภาษีแก้แค้นอเมริกา

“ผมเชื่อว่าเราคงจะได้แถลงบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่โต ข้อตกลงการค้าที่ยิ่งใหญ่ เรากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกับอินเดียในแง่ของการค้าและการผลิต” ทรัมป์ กล่าวขณะที่เริ่มพูดคุยกับ โมดี

ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดจะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในวันพรุ่งนี้ (29) ยังกล่าวพาดพิงถึงความกังวลที่สหรัฐฯ มีต่อ หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมแดนมังกร โดยที่ผ่านมาสหรัฐฯ พยายามอ้างถึงภัยความมั่นคงและความเสี่ยงในการถูกจารกรรมข้อมูลเป็นเหตุผลโน้มน้าวให้ประเทศพันธมิตรกีดกันหัวเว่ยออกจากโครงการพัฒนาเครือข่าย 5G

“เราส่งออกชิ้นส่วนหลายอย่างให้กับหัวเว่ย... ดังนั้น เราคงจะมาหารือกันในประเด็นนี้ และดูว่าอินเดียจะมีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้าง” ทรัมป์ กล่าว

ในส่วนของญี่ปุ่นนั้น ทรัมป์ ได้กล่าวกับ อาเบะ ว่า “รู้สึกซาบซึ้งที่คุณส่งโรงงานผลิตรถยนต์ไปตั้งฐานในมิชิแกน โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย และนอร์ทแคโรไลนา” ซึ่งล้วนแต่เป็นรัฐสำคัญที่ส่งผลต่อการรั้งเก้าอี้ประธานาธิบดีของ ทรัมป์ ในปี 2020

ฌ็อง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกมาเตือนถึงผลลัพธ์ที่ร้ายแรงของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

“ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก และมีส่วนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกซบเซาลงด้วย” ยุงเกอร์ ระบุในงานแถลงข่าวที่นครโอซากา

นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ กล่าวต้อนรับการมาเยือนของทรัมป์ และย้ำว่าการพบปะกันอยู่บ่อยๆ นั้น “คือข้อพิสูจน์ถึงความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น”

อาเบะ เรียกร้องให้ผู้นำกลุ่ม G20 แสดงออกอย่างแน่วแน่ว่าสนับสนุนระบบการค้าที่เสรีและเป็นธรรม พร้อมเตือนว่าความตึงเครียดในด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

ด้านนายกรัฐมนตรีอินเดียได้เอ่ยถึงการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย วิจารณ์ความพยายามทำลายหรือลดบทบาทของ WTO ว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่สร้างสรรค์”

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนกล่าววิจารณ์สหรัฐฯ แบบอ้อมๆ โดยระบุว่ามีชาติที่พัฒนาแล้วบางประเทศใช้นโยบายกีดกันการค้าจนนำไปสู่ข้อพิพาทและการปิดกั้นทางเศรษฐกิจ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกขาดเสถียรภาพ

“สิ่งเหล่านี้กำลังทำลายระเบียบการค้าสากล ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ที่ประเทศของเรามีร่วมกัน ตลอดจนบดบังสันติภาพและเสถียรภาพทั่วโลก” สี กล่าวระหว่างประชุมคู่ขนานร่วมกับผู้นำกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้

ผู้นำจีนยังเรียกร้องให้ 5 ประเทศในกลุ่ม BRICS “เสริมความยืดหยุ่นและศักยภาพในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก”

ก่อนที่จะเดินทางถึงญี่ปุ่น ทรัมป์ ระบุว่าจีนนั้นกระตือรือร้นที่จะขอสงบศึกการค้ากับสหรัฐฯ เนื่องจากเศรษฐกิจกำลัง “ดิ่งเหว” มิหนำซ้ำยังขู่จะรีดภาษีศุลกากรจากสินค้าจีนอีก 325,000 ล้านดอลลาร์หากการพูดคุยกับ สี ไม่เป็นผล

อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ค่อนข้างจะสงบปากสงบคำ หลังการประชุมซัมมิตได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ (28)

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่ามีโอกาสน้อยมากที่จีน-สหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างเต็มรูปแบบในเวที G20 และอย่างมากก็คงจะเป็นเพียงข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวเพื่อไม่ให้วอชิงตันรีดภาษีสินค้าจีนเพิ่ม ซึ่งจะกระพือสถานการณ์ให้ตึงเครียดยิ่งขึ้นไปอีก

กระนั้นก็ดี แม้แต่ข้อตกลงสงบศึกก็ยังไม่สามารถการันตีได้ เพราะมีรายงานจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์เนิลเมื่อวานนี้ (27) ว่าปักกิ่งจะไม่ยอมทำความตกลงใดๆ ทั้งสิ้นกับสหรัฐฯ จนกว่าวอชิงตันจะยกเลิกคำสั่งแบนหัวเว่ย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...