xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’โวยอีกก่อนหารือ‘อาเบะ’ช่วงซัมมิตจี20 วิพากษ์สัญญาพันธมิตรที่ใช้อยู่ ‘สหรัฐฯ’เสียเปรียบ ‘ญี่ปุ่น’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะก้าวออกจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซ วัน” ระหว่างหยุดแวะพักเติมน้ำมันเครื่องบิน ณ ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯในรัฐอะแลสกา เมื่อวันพุธ (26 มิ.ย.)  ทั้งนี้ทรัมป์กำลังเดินทางเพื่อมาเข้าร่วมประชุมซัมมิต จี20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น  </i>
รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รอบใหม่ เล่นงานสนธิสัญญาพันธมิตรความมั่นคงสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ซึ่งโตเกียวถือเป็นเสาหลักแห่งนโยบายด้านความมั่นคงของตน ก่อนหน้าที่เขาจะเจรจากับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ในการหารือข้างเคียงการประชุมซัมมิตกลุ่ม จี20 ในเมืองโอซากาปลายสัปดาห์นี้

ทรัมป์พูดเรื่องนี้ขณะตอบคำถามระหว่างให้สัมภาษณ์ทึวี ฟอกซ์ เทเลวิชั่น ในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธ (26 มิ.ย.) เกี่ยวกับข้อตกลงทวิภาคีต่างๆ ที่เขาปรารถนาจะเห็นสหรัฐฯทำกับประเทศต่างๆ หลายหลากรวมทั้งญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้โตเกียวกับวอชิงตันเวลานี้กำลังสาละวนอยู่กับการเจรจาอันยากลำบากเพื่อทำข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ขณะที่คณะบริหารทรัมป์เสาะหาหนทางเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ

“แทบจะทุกๆ ประเทศในโลกใบนี้ ต่างเอารัดเอาเปรียบสหรัฐฯอย่างมากมายมหาศาล ... อย่างเช่นแม้กระทั่งญี่ปุ่นในเรื่องสนธิสัญญาฉบับนั้น เราน่ะมีสนธิสัญญากับญี่ปุ่นนะ ถ้าญี่ปุ่นถูกโจมตี เราก็จะเข้าสู้รบทำสงครามโลกครั้งที่ 3” ทรัมป์บอก

“เราจะเข้าไป และเราจะพิทักษ์คุ้มครองพวกเขา และเราจะสู้รบด้วยชีวิตของเราและด้วยทรัพย์สมบัติของเรา เราจะสู้รบไม่ว่าต้องสิ้นเปลืองขนาดไหน ถูกไหม? แต่ถ้าเราถูกโจมตี ญี่ปุ่นไม่ต้องช่วยเหลือเราเลย พวกเขาสามารถนั่งดูมันจากโทรทัศน์โซนี่ (นั่งดู)การโจมตีสหรัฐฯนั่นแหละ”

ทางด้าน โยชิฮิเดะ ซูงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงความสำคัญทางการเมืองในระบบของแดนอาทิตย์อุทัย รวมทั้งมีหน้าที่เป็นหัวหน้าโฆษกของรัฐบาลด้วย เมื่อถูกสอบถามในวันพฤหัสบดี (27) เกี่ยวกับคำพูดนี้ของทรัมป์ เขาตอบว่ารัฐบาลของประเทศทั้งสองไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องการทบทบแก้ไขสนธิสัญญาฉบับดังกล่าว พร้อมกันนั้นเขาก็ปฏิเสธความคิดที่ว่าข้อตกลงนี้ไม่เป็นธรรม

“พันธะผูกพันของสหรัฐฯและของญี่ปุ่น ... มีความสมดุลกันในระหว่างประเทศทั้งสอง” เขาแจกแจงในที่ประชุมแถลงข่าว

ตามสนธิสัญญาความมั่นคงสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นฉบับนี้ที่ใช้บังคับกันมานมนานหลายสิบปีแล้ว สหรัฐฯให้คำมั่นสัญญาที่จะพิทักษ์ปกป้องญี่ปุ่น ผู้ซึ่งได้ประกาศสละสิทธิที่จะทำสงครามหลังจากตนเองพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ทางฝ่ายญี่ปุ่นตอบแทนด้วยการให้วอชิงตันเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศของตน ซึ่งก็คือทำให้อเมริกามีแสนยานุภาพทางทหารล่วงลึกเข้ามาภายในทวีปเอเชีย เป็นต้นมา ที่เกาะโอกินาวะ ซึ่งกลายเป็นแหล่งรวมกำลังทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯจำนวนมากที่สุดซึ่งอยู่นอกประเทศสหรัฐฯ และที่ฐานทัพเรือโยโกซุกะ ใกล้ๆ กรุงโตเกียว ซึ่งถูกใช้เป็นฐานส่วนหน้าของหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของอเมริกา
<i>(ภาพจากแฟ้มถ่ายเมื่อ 28 พ.ค. 2019)  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จับมือกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาะเบะ ของญี่ปุ่น ระหว่างที่ทรัมป์ไปกล่าวปราศรัย ณ ฐานทัพเรือโยโกซุกะ ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว  ตอนที่ผู้นำสหรัฐฯไปเยือนญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา </i>
ในระหว่างการประชุมซัมมิตกลุ่มจี20 ที่เมืองโอซากา วันศุกร์ (28) และวันเสาร์ (29) นี้ นอกจากทรัมป์มีกำหนดหารือข้างเคียงทวิภาคีกับอาเบะแล้ว เขายังมีนัดหมายเจรจาสองฝ่ายกับผู้นำอื่นๆ อีก 8 นัด โดยที่ได้รับความสนใจมากที่สุดได้แก่ นัดที่เขาจะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และนัดหมายกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย

ถ้าหากสายสัมพันธ์วอชิงตัน-โตเกียวเลวร้ายลง จนส่งผลทำให้มีการยุติสนธิสัญญาความมั่นคงฉบับดังกล่าว ที่นำเอาญี่ปุ่นเข้าอยู่ใต้ร่มอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯมาอย่างยาวนานแล้ว ก็อาจบีบบังคับให้วอชิงตันต้องถอนกำลังทหารที่มีอยู่ในเอเชียของตนออกไปกว่าครึ่งหนึ่ง ในจังหวะเวลาที่แสนยานุภาพทางทหารของจีนกำลังเติบโตขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

ในเวลาเดียวกันก็จะเป็นการบีบบังคับให้ญี่ปุ่นต้องแสวงหาทางสร้างพันธมิตรใหม่ๆ ขึ้นในภูมิภาคนี้ รวมทั้งเพิ่มพูนขยายกำลังกลาโหมของตนเอง ซึ่งย่อมก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคที่มีความตึงเครียดในเรื่องนี้อยู่แล้ว

เมื่อตอนที่ทรัมป์เยือนญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประมุขอเมริกันผู้นี้กล่าวว่า เขาคาดหวังให้กองกำลังด้านการทหารของญี่ปุ่นเข้ามาเสริมกำลังให้แก่กองทัพสหรัฐฯ ในตลอดทั่วทั้งเอเชียและที่อื่นๆ ขณะที่โตเกียวเองก็กำลังทำท่าเพิ่มพูนความสามารถของกองกำลังอาวุธของตนให้สามารถออกปฏิบัติการไกลออกไปจากเขตชายฝั่งของตนเองได้

อาเบะ ผู้ซึ่งได้พากเพียรบ่มเพาะสายสัมพันธ์อันสนิทแนบแน่นกับทรัมป์ตั้งแต่ที่ผู้นำสหรัฐฯคนนี้ขึ้นครองตำแหน่ง ได้ให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างการกลาโหมของญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นเขายังต้องการทบทวนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใฝ่สันติที่ญี่ปุ่นใช้อยู่นับแต่หลังสงคราม เพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่ฐานะอันกำกวมคลุมเครือของกำลังทางทหารของญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่ใช้คำว่ากองทัพ แต่หลีกเลี่ยงไปใช้คำว่ากองกำลังป้องกันตนเอง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...