xs
xsm
sm
md
lg

จวกมะกันคว่ำบาตรผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้เท่ากับปิดตายการใช้แนวทางการทูต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ – อิหร่านชี้มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของทรัมป์ ที่มีต่อผู้นำสูงสุด อายาโตเลาะห์ อาลี คามาเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน เท่ากับปิดตายแนวทางการทูตระหว่างกัน ขณะที่ความพยายามของอเมริกาในการสร้างเครือข่ายจัดการเตหะรานดูจะได้รับการตอบสนองอย่างเย็นชาจากยุโรปที่เห็นว่า มาตรการเพิ่มความกดดันสูงสุดต่ออิหร่านอาจทำให้สงครามปะทุ สอดคล้องกับความเห็นของจีนที่เรียกร้องให้วอชิงตัน-เตหะรานใช้สติและความอดกลั้น

ในวันอังคาร (25 มิ.ย.) อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านทวิตว่า การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่ไร้ผลต่อผู้นำสูงสุด อายาโตเลาะห์ อาลี คามาเนอี และโมฮัมหมัด จาวัด ซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นการยุติแนวทางทางการทูตระหว่างอิหร่านกับอเมริกาแบบถาวร

“คณะบริหารที่สิ้นหวังของทรัมป์กำลังทำลายกลไกระหว่างประเทศเก่าแก่ในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงของโลก” มูซาวีทวิต

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ (24 มิ.ย.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อตอบโต้การโจมตีโดรนอเมริกันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งวอชิงตันยืนยันว่าอยู่ในเขตน่านฟ้าสากล แต่เตหะรานยืนกรานว่า โดรนลำดังกล่าวรุกล้ำน่านฟ้าของตน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังแถลงว่า จะขึ้นบัญชีดำผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านอีก 8 คน

วอชิงตันและเตหะรานแข็งกร้าวใส่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังทรัมป์นำอเมริกาออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 ที่อิหร่านทำกับ 6 ชาติมหาอำนาจโลก และฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ขณะเดียวกัน มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์โจมตีโดรนของอเมริกา รวมถึงเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอเมริกาโทษว่าเป็นฝีมือเตหะราน

ทรัมป์ระบุว่า มาตรการนี้เป็นการตอบโต้การยั่วยุที่หนักข้อขึ้นของอิหร่านอย่างรุนแรงและสาสม อเมริกาไม่ต้องการความขัดแย้ง และมาตรการคว่ำบาตรนี้อาจสิ้นสุดลงเมื่อใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเตหะราน

การคว่ำบาตรล่าสุดพุ่งเป้าสกัดกั้นการเข้าถึงทรัพย์สินในอเมริกาและระบบการเงินสหรัฐฯ ของเหล่าผู้นำอิหร่าน โดยคาเมเนอีนั้นถือเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดของอิหร่าน

อิหร่านขู่ยกเลิกการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์บางส่วนนับจากที่อเมริกาถอนตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างซาอุฯ และอิสราเอล พยายามกดดันให้วอชิงตันจัดการกับอิหร่านอย่างก้าวร้าว

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเตือนว่า อิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวในวันอังคารขณะเยือนเยรูซาเลมว่า อิหร่านล้มเหลวในการตอบสนองข้อเสนอเจรจาของวอชิงตัน

ประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ตอกกลับว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่แสดงให้เห็นว่าอเมริกาไม่จริงใจกับข้อเสนอดังกล่าว

มาจิด ตักต์ ราวานชี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า อิหร่านตกอยู่ในสงครามเศรษฐกิจ และจะไม่ยอมเจรจากับอเมริกาขณะที่ถูกคุกคามด้วยมาตรการคว่ำบาตรแบบนี้

นอกจากนั้นในวันจันทร์ ทรัมป์ยังประกาศว่า ประเทศต่างๆ ควรเลิกคาดหวังว่า กองกำลังอเมริกันจะทำหน้าที่ตำรวจในอ่าวเปอร์เซีย แต่ต้องปกป้องเรือของตัวเอง

ซารีฟทวิตแสดงความคิดเห็นทันทีว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่มีกิจธุระในอ่าวเปอร์เซีย และการถอนกำลังออกไปจะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของอเมริกาและโลกมากที่สุด

ขณะเดียวกัน ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งผู้นำซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระหว่างเดินทางเยือนเมื่อวันจันทร์ว่า ทั้งสองประเทศควรแบ่งเบาภาระในการเฝ้าระวังทางทะเลใกล้อิหร่านมากขึ้น และอเมริกากำลังสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกเพื่อรับมือกับเตหะราน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนความพยายามของพอมเพโอจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักจากยุโรป โดยทาง คริสโตเฟอร์ เบอร์เกอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า เบอร์ลินยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากวอชิงตัน และเป้าหมายสำคัญของเยอรมนีคือการผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียด โดยระบุว่า มีการติดต่อกับอเมริกาในหลายระดับ นอกจากนั้น 3 ชาติยุโรปยังส่งผู้แทนไปหารือในเตหะรานเมื่อไม่นานนี้ 3 ชาติที่ว่าคือ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่ยังคงเป็นภาคีข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 เช่นเดียวกับรัสเซียและจีน

เมื่อวันอาทิตย์ ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี วิจารณ์ว่า กลยุทธ์ของอเมริกาในการเพิ่มการกดดันสูงสุดต่ออิหร่านเสี่ยงทำให้สงครามปะทุ ส่วนวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ที่สุดคือการทูต

เฟเดอริกา โมเกรินี กรรมาธิการนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นภาคีข้อตกลงปี 2015 เช่นกัน รวมถึงประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส เห็นด้วยกับมาส

ผู้นำทั้ง 3 ชาติยุโรปจะมีโอกาสหารือเกี่ยวกับอิหร่านกับทรัมป์โดยตรงระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มต้นในวันศุกร์ (28 มิ.ย.)

เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษและผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดี ให้สัมภาษณ์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อังกฤษยังคงเคียงข้างอเมริกา แต่จะพิจารณาคำขอการสนับสนุนทางทหารเป็นกรณีไป

ขณะเดียวกัน ยุโรปยังถูกกดดันจากอิหร่านที่ขีดเส้นตายให้เสนอเงื่อนไขที่ดีกว่าเพื่อให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ต่อไปภายในวันที่ 7 กรกฎาคม ไม่เช่นนั้นอิหร่านจะฟื้นการเสริมสมรรถะยูเรเนียมถึงระดับที่สามารถผลิตอาวุธได้

ทางด้านจีนนั้น เกิง ส่วง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ เรียกร้องระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารให้อเมริกาและอิหร่านใช้สติและความอดกลั้น การใช้มาตรการกดดันสูงสุดไม่ช่วยแก้ปัญหาแต่กลับทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางปั่นป่วนวุ่นวายมากขึ้น
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...