xs
xsm
sm
md
lg

เตหะรานตอกมะกัน'เหลว'โจมตีไซเบอร์ 'พอมเพโอ'ทัวร์อาหรับหารือตั้งกลุ่มต้านอิหร่าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯ(ซ้าย) เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองเจดดาห์ ในวันจันทร์(24มิ.ย.)
เอเจนซีส์ - อิหร่านตอบโต้ในวันจันทร์ (24 มิ.ย.) รายงานข่าวเรื่องทรัมป์สั่งโจมตีทางไซเบอร์ระบบควบคุมขีปนาวุธของตน ยอมรับเคยถูก “ก่อการร้ายทางไซเบอร์” จริง แต่อเมริกาไม่เคยโจมตีสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว ในอีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯเปิดฉากเยือนซาอุดีฯ และยูเออี เพื่อหารือสร้างแนวร่วมระดับโลกต่อต้านเตหะราน

แม้ทั้งอเมริกาและอิหร่านออกปากว่า ไม่ต้องการให้เกิดสงคราม แต่ความตึงเครียดกลับเพิ่มมากขึ้นทุกทีจากเหตุการณ์ที่เกิดตามกันมาหลายระลอก ซึ่งรวมถึงการโจมตีอย่างเป็นปริศนาต่อเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำทั้งเมื่อเดือนที่แล้วและในเดือนนี้ ที่วอชิงตันกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ตลอดจนการที่เตหะรานสอยโดรนสอดแนมอเมริกันร่วงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสฯ (20) เนื่องจากรุกล้ำเข้าไปในเขตน่านฟ้าของตน แต่วอชิงตันยืนยันว่า เครื่องบินไร้คนขับลำดังกล่าวบินเหนือน่านฟ้าสากล

วันรุ่งขึ้น (21) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งยกเลิกการโจมตีทางทหารเพื่อแก้แค้นอิหร่านในนาทีสุดท้าย โดยเขาอ้างว่าเกรงจะทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อย ต่อมาสื่ออเมริการายงานว่า ทรัมป์สั่งโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบควบคุมขีปนาวุธของอิหร่านแทน

อย่างไรก็ดี โมฮัมหมัด จาวัด อาซารี จาห์โรมี รัฐมนตรีโทรคมนาคมอิหร่าน แถลงในวันจันทร์ (24) ยืนกรานว่า ความพยายามในการโจมตีทางไซเบอร์ของอเมริกาไม่เคยประสบความสำเร็จ

เขายอมรับว่า อิหร่านเคยเผชิญ “การก่อการร้ายทางไซเบอร์” เช่น สตักซ์เน็ต หรือไวรัสที่เชื่อว่า อเมริการ่วมพัฒนากับอิสราเอลเพื่อโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปี 2010

อาซารี จาห์โรมีสำทับว่า เฉพาะปีที่ผ่านมา อิหร่านสกัดการโจมตีทั้ง 33 ล้านครั้งสำเร็จด้วยระบบป้องกันอินเทอร์เน็ตใหม่ “เดจฟา”

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันจันทร์ (24) เช่นกัน รัฐมนตรีต่างประเทศพอมเพโอ ของสหรัฐฯ เดินทางไปถึงซาอุดีอาระเบีย และเข้าเฝ้าฯกษัตริย์ซาลมานที่พระราชวังในเมืองเจดดา ในการแวะเยือนเป็นเวลา 1 วันซึ่งกำหนดขึ้นอย่างเร่งด่วนภายหลังเหตุการณ์อิหร่านสอยโดรนอเมริกา
รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ พอมเพโอ ของสหรัฐฯ (ซ้าย) ได้รับการต้อนรับจากรัฐมนตรีต่างประเทศ อิบรอฮิม อัดดุบลาซิซ อัล-อัสซาฟ ของซาอุดีอาระเบีย( กลาง) ขณะเขาเดินทางถึงเมืองเจดดา ของซาอุดีฯ เมื่อวันจันทร์ (24 มิ.ย.)
พอมเพโอให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางจากวอชิงตันโดยระบุว่า ซาอุดีฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่เขาจะแวะเยือนในวันอังคาร (25) เป็นพันธมิตรยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯในสถานการณ์ความท้าทายจากอิหร่าน และเสริมว่า จะหารือกับทั้งสองชาติเรื่องการสร้างกลุ่มพันธมิตรระดับโลก ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมแค่ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอเชียและยุโรปที่เข้าใจความท้าทายนี้ และเตรียมพร้อมตอบโต้อิหร่านที่ถือเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ดี พอมเพโอยังได้พูดย้ำข้อเสนอของทรัมป์ ที่ว่าต้องการเจรจาเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับเตหะรานโดยปราศจากเงื่อนไข

ทั้งนี้ วันเสาร์ที่ผ่านมา (22) ทรัมป์กล่าวว่า พร้อมหารือหากอิหร่านตกลงยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ อันจะทำให้อิหร่านกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่ง ถึงแม้เขาระบุด้วยว่าสหรัฐฯจะออกมาตรการแซงก์ชั่นอิหร่านเพิ่มเติมระลอกใหม่ในวันจันทร์ (24)

ด้านเตหะรานนั้นปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่โครงการพัฒนาทั้งหมดมีจุดประสงค์ด้านพลเรือน

ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ยืนยันด้วยว่า เนื่องจากอเมริกาประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ตั้งแต่เมื่อกลางปีที่แล้ว และรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรเตหะรานอย่างเข้มงวด ดังนั้นถ้าหากชาติภาคีที่เหลือคือ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี และรัสเซีย ไม่ช่วยหาทางให้เตหะรานหลีกเลี่ยงมาตรการแซงก์ชั่นตามอำเภอใจเหล่านี้และช่วยอิหร่านขายน้ำมันได้ อิหร่านก็จำเป็นต้องทยอยปลดลดข้อผูกพันในการทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์

นอกเหนือจากการเผชิญหน้าระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานแล้ว เมื่อวันจันทร์ (24) กลุ่มพันธมิตรทางทหารในเยเมนที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า กบฎฮูตีในเยเมนที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ได้โจมตีสนามบินพลเรือนทางใต้ของซาอุดีฯ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 21 คน

ซาอุดีอาระเบียกล่าวหามานานแล้วว่า อิหร่านจัดหาอาวุธไฮเทคให้กลุ่มฮูตีที่เปิดการโจมตีข้ามพรมแดนเข้าสู่ซาอุดีฯ หลายครั้ง ทว่า อิหร่านยืนยันว่า ตนเองไม่เกี่ยวข้องทั้งการส่งอาวุธให้ฮูตี ตลอดจนการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านมา

สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างอเมริกาและอิหร่านสร้างความกังวลไปทั่วโลก ในวันอาทิตย์ (23) ไมค์ มุลเลน อดีตประธานเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ ในยุคอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบารัค โอบามา ได้กล่าวในรายการสัมภาษณ์ของเครือข่ายโทรทัศน์เอบีซี แสดงความกังวลว่า หากทรัมป์หมดทางเลือกขณะที่มีการปะทะคารมกันไปมา ก็อาจนำไปสู่การสั่งโจมตีอิหร่านซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ลุกลามเกินการควบคุม

มุลเลนทิ้งท้ายว่า นักการเมืองต้องใช้แนวทางการทูตเพื่อสกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...