xs
xsm
sm
md
lg

อาเบะโดนฝ่ายค้านโจมตี กรณีรายงานเงินบำนาญคนญี่ปุ่นไม่พอใช้หลังเกษียณ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านในวันพุธ (19 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานออกมาเตือนว่า ผู้เกษียณอายุหลายคนจะไม่สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยเงินบำนาญเพียงอย่างเดียว

อาเบะได้ทำการปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ เพื่อรับมือกับเรื่องประชากรสูงอายุ และหดตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรญี่ปุ่น

แต่ความไม่พอใจต่อรายงานดังกล่าว แถมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "ทาโร อาโซะ" ยังปฏิเสธที่จะยอมรับเรื่องนี้ ได้สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลของอาเบะก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสภาสูง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรีอาจเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดโดยหวังจะคุมสภาล่างได้มากขึ้น

รายงานในเดือนนี้ที่ออกโดยที่ปรึกษาและถูกส่งให้หน่วยงานบริการด้านการเงิน (FSA) ระบุว่า ในกรณีตัวอย่าง คู่รักคู่หนึ่งจำเป็นจะต้องมีเงินอีก 185,000 ดอลลาร์ นอกเหนือจากเงินบำนาญของพวกเขา หากพวกเขาต้องใช้ชีวิตต่ออีก 30 ปี หลังจากเกษียณ

รายงานดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเน้นถึงความจำเป็นในการวางแผนล่วงหน้าเพื่อการเกษียณอายุ แต่กลับกลายเป็นกระสุนให้ฝ่ายค้านใช้โจมตีรัฐบาลของอาเบะ

"สิ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากโกรธก็คือคุณกำลังเน้นความมั่นคง (ของระบบ) และไม่พูดถึงความวิตกกังวลของพวกเขา" ยูกิโอะ อิดาโนะ หัวหน้าพรรค CDP ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กล่าวกับอาเบะ ขณะอภิปรายในรัฐสภา

อาเบะ ระบุว่า รายงานดังกล่าวทำให้เกิด "ความเข้าใจผิด" และย้ำถึงจุดยืนของรัฐบาลที่เน้นการปฏิรูประบบบำนาญที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2004 เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความยั่งยืน

พรรค LDP ของอาเบะ ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วงปี 2007 ในการเลือกตั้งครั้งแรกของเขาในฐานะนายกรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งโกรธเรื่องประวัติบำนาญที่หายไป จนทำให้อาเบะลาออกในอีก 2 เดือนถัดมา

ฝ่ายรัฐบาลของอาเบะนั้น ไม่น่าจะสูญเสียเสียงส่วนใหญ่ของสภาสูง แต่ความยุ่งยากได้ลดทอนการสนับสนุนของเขา และผลงานที่ย่ำแย่จะขัดขวางความพยายามในการรักษาอำนาจของฝ่ายรัฐบาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทาโร อาโซะ ในวัย 78 ปี ทายาทเศรษฐีของตระกูลการเมืองชนชั้นสูง ระบุว่า เขาไม่เคยกังวลเกี่ยวกับการสนับสนุนตัวเองเมื่ออายุมากขึ้น และไม่รู้ว่าเขาจะได้รับเงินบำนาญหรือไม่

ผู้เกษียณอายุหลายคนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญเพียงอย่างเดียว และการใช้ชีวิตอยู่นานเกินกว่าที่เงินออมจะจ่ายไหว เป็นหนึ่งในความลับอันเลวร้ายที่ญี่ปุ่นเก็บงำไว้ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาเบะพิจารณาเรื่องเพิ่มอายุเกษียณ

"FSA ได้ทำสิ่งที่ควรจะทำอย่างแน่นอน อย่ากลัวที่จะเปิดเผยความจริงที่ทำให้ลำบากใจ" กล่าวโดย เจสเปอร์ คอลล์ ซีอีโอของบริษัทจัดการสินทรัพย์ WisdomTree Japan

ยูอิชิโระ ทามากิ แกนนำพรรคฝ่ายค้าน DPP ระบุว่า การที่อาโซะปฏิเสธรายงานดังกล่าว ทำให้ประชาชนไม่สบายใจอย่างลึกซึ้ง

"การระงับรายงาน การซุกซ่อน หรือแม้แต่การปลอมแปลงข้อมูล เพียงเพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามา จะไม่ช่วยให้ประชาชนไว้วางใจรัฐบาลหรือระบบบำนาญ" เขาบอกกับอาเบะ

อายุขัยของญี่ปุ่นสูงที่สุดในบรรดาชาติสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ด้วยตัวเลข 87.1 ปีสำหรับผู้หญิงและ 81 ปีสำหรับผู้ชาย ซึ่งภายในงานประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม" เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการทำนายว่า ชายญี่ปุ่นอาจจะมีอายุยืนยาวเกินกว่าที่เงินออมจะจ่ายไหวถึง 15 ปี ส่วนผู้หญิงนั้นนานถึง 2 ทศวรรษ

ประมาณ 54% ของชาวญี่ปุ่นที่ได้รับเงินบำนาญสาธารณะ ล้วนพึ่งพาเงินดังกล่าวเป็นรายได้หลักหลังเกษียณอายุ จากข้อมูลเมื่อปี 2015 ของรัฐบาลญี่ปุ่น

บรรดาพรรคฝ่ายค้านได้ใช้รายงานของ FSA เพื่อตั้งคำถามเล่นงานรัฐบาลอีกครั้ง เกี่ยวกับความยั่งยืนของระบบบำนาญสาธารณะ

เมื่อปี 2004 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการปฏิรูประบบบำนาญ โดยบอกว่าจะทำให้ระบบมีความยั่งยืนไปอีก 100 ปี ซึ่งนั่นสร้างความคลางแคลงใจและเกิดคำถามจากบรรดานักเศรษฐศาสตร์ ส.ส.ฝ่ายค้าน รวมถึงประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วไป

"ผู้คนรู้ดี แม้กระทั่งก่อนที่จะมีการเปิดเผยรายงานด้วยซ้ำ ว่าจะเจอปัญหาทางเศรษฐกิจมากมายหลังจากเกษียณอายุ ผมไม่ต้องการให้พวกเขาปิดบังความจริงต่อสาธารณชน" ยู นากาฮิกาชิ นักธุรกิจวัย 40 ปีกล่าว
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...