xs
xsm
sm
md
lg

Weekend Focus: 'ปูติน-สี’ กระชับมิตรคานอำนาจอเมริกา รัสเซียไฟเขียว 'หัวเว่ย' บุกเบิกเครือข่าย 5G

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.
นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองสำหรับการไปเยือนรัสเซียของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เมื่อวันที่ 5-7 มิ.ย. ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำข้อตกลงกระชับความสัมพันธ์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหาร และยังส่งสัญญาณท้าทายสหรัฐฯ ด้วยการบรรลุข้อตกลงให้ ‘หัวเว่ย’ เข้าไปพัฒนาเครือข่าย 5G ในแดนหมีขาว

รัฐบาลรัสเซียได้จัดพิธีต้อนรับ สี อย่างยิ่งใหญ่ที่ท่าอากาศยานวนูโคโวในกรุงมอสโก โดยผู้นำจีนมีกำหนดเดินทางไปยังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมทางเศรษฐกิจนานาชาติที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 6-7 มิ.ย.

สี กล่าวในงานแถลงข่าวร่วมภายหลังหารือกับผู้นำรัสเซียว่า สำหรับตนแล้ว ปูติน ถือเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง” โดยมีโอกาสได้พบปะหารือกันเกือบ 30 ครั้งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

“เราทั้งสองเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ขึ้นสู่ระดับใหม่ที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ตลอดจนเพิ่มการสนับสนุนและช่วยเหลือระหว่างกัน และส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศให้เข้าสู่ยุคใหม่” สี กล่าว

ทางด้าน ปูติน ก็กล่าวขอบคุณที่จีนให้ยืมแพนด้า 2 ตัวไปไว้ที่สวนสัตว์มอสโก พร้อมชี้ว่า “นี่คือสัญญาณของการให้ความเคารพและไว้วางใจเป็นพิเศษต่อรัสเซีย... เมื่อพวกเราพูดถึงแพนด้าก็จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของเราเสมอ”

ผู้นำจีนและรัสเซียยังได้ลงนามในคำแถลงร่วมว่าด้วยการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนกันอย่างครอบคลุม ตลอดจนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีการทหาร

ขณะเดียวกัน บริษัทรัสเซียและจีนหลายรายก็ได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น ข้อตกลงระหว่างอาลีบาบากับ Mail.ru กลุ่มกิจการอินเทอร์เน็ตรัสเซียในการร่วมกันก่อตั้ง AliExpress Russia เพื่อให้กลายเป็นผู้นำด้านอี-คอมเมิร์ซในแดนหมีขาว ขณะที่โนวาเทค (Novatek) และก๊าซปร็อมแบงก์ (GazpromBank) ของรัสเซียก็ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท ซิโนเปค (Sinopec) ของจีนเพื่อส่งก๊าซไปทำตลาดในแดนมังกร

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่น่าจับตามองเป็นพิเศษก็คือบันทึกความเข้าใจระหว่าง หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ กับ เอ็มทีเอส บริษัทโทรคมนาคมรัสเซีย ซึ่งจะปูทางให้หัวเว่ยเข้าไปพัฒนาเครือข่ายสื่อสารไร้สาย 5G ในรัสเซีย และนำร่องเปิดตัวเครือข่ายการสื่อสารยุคที่ 5 ภายในปี 2019-2020

ปูติน ยังแสดงจุดยืนสนับสนุนจีนและหัวเว่ยระหว่างการประชุมเศรษฐกิจที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. โดยเตือนว่าการที่สหรัฐฯ ใช้กลยุทธ์ก้าวร้าวต่อหัวเว่ยอาจเป็นชนวนให้เกิดสงครามการค้า หรือแม้กระทั่ง “สงครามที่แท้จริง”

“ประเทศซึ่งเคยสนับสนุนการค้าเสรีที่เน้นการแข่งขันอย่างเปิดกว้างและซื่อสัตย์ เริ่มที่จะหันมาพูดถึงสงครามการค้าและการคว่ำบาตร, การโจมตีทางเศรษฐกิจและกลยุทธ์สร้างความหวาดกลัว รวมถึงการกำจัดขู่แข่งด้วยวิธีที่ไม่อิงกลไกตลาด” ปูติน กล่าว “ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวเว่ยเป็นตัวอย่าง พวกเขาไม่เพียงพยายามกีดกัน แต่ยังต้องการขับไล่ให้พ้นไปจากตลาดโลกด้วย ในบางแวดวงเริ่มเรียกสิ่งนี้ว่าสงครามเทคโนโลยีครั้งแรกในยุคดิจิทัล”

ผู้นำหมีขาวยังวิพากษ์วิจารณ์อเมริกาว่าใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเครื่องมือบีบคั้นชาติอื่น และเรียกร้องให้ทบทวนบทบาทของเงินสกุลนี้ในระบบการเงินโลก

ในส่วนของ สี นั้นเลือกใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวลกว่า โดยเรียกร้องให้มหาอำนาจทั่วโลกร่วมกันปกป้องระบบการค้าแบบพหุภาคี ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าการแตกหักโดยสิ้นเชิงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้น “เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้”

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ย่ำแย่ลงจากหลายปัจจัย เช่น วิกฤตในยูเครน, สงครามซีเรีย และการที่ทำเนียบเครมลินถูกครหาว่าพยายามแทรกแซงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 ขณะที่จีนเองก็พัวพันยุ่งเหยิงในสงครามการค้ากับวอชิงตัน โดยมีกรณีหัวเว่ยเป็นหนึ่งในปมพิพาทบาดหมางที่รุนแรงที่สุดในเวลานี้

สำหรับหัวเว่ยนั้นถือเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 รองจากซัมซุง และยังก้าวล้ำแซงหน้าคู่แข่งในเรื่องเทคโนโลยี 5G

สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย โดยอ้างว่าบริษัทแห่งนี้เป็นภัยต่อความมั่นคง และอาจถูกรัฐบาลจีนใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม โดยคำสั่งของ ทรัมป์ นั้นมีผลทำให้บริษัทอเมริกันไม่สามารถจำหน่ายหรือถ่ายโอนอุปกรณ์และเทคโนโลยีไฮเทคให้แก่หัวเว่ยได้ และแม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะประกาศชะลอคำสั่งแบนออกไป 3 เดือน ทว่าบริษัทอเมริกันส่วนใหญ่ก็เริ่มที่จะตีตัวออกห่างหัวเว่ย โดยเฉพาะ ‘กูเกิล’ ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนทั่วโลก

ในส่วนของรัสเซียก็เผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกซึ่งมีขึ้นหลังการผนวกคาบสมุทรไครเมียเมื่อปี 2014 จนเป็นเหตุให้มอสโกต้องเบนเข็มมากระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะกับจีนซึ่งความสัมพันธ์อันดีได้ผลิดอกออกผลเป็นมูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 25% เป็น 108,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของปูติน ยกย่องจีนว่าเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย” ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ กาบูเอฟ หัวหน้าโครงการเอเชียของ คาร์เนกี มอสโก เซ็นเตอร์ ชี้ว่าจีนได้กลายมาเป็นทั้งเจ้าหนี้รายใหญ่และนักลงทุนรายสำคัญของรัสเซีย ในช่วงเวลาที่นักลงทุนจากประเทศอื่นๆ พากันเบือนหน้าหนี

ฟร็องซัวส์ ดูฟูร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนและผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา DCA Chine-Analyse ในฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับ France 24 ว่า เป้าหมายของ ปูติน ในการพบปะหารือครั้งนี้คือทำให้จีนเห็นว่ารัสเซียเป็นหุ้นส่วนการค้าที่น่าไว้วางใจมากกว่าสหรัฐฯ ทว่าในมุมมองของจีนแล้ว รัสเซียก็ยังเป็นได้แค่หุ้นส่วนที่ “ดีมากเป็นอันดับ 2” รองจากอเมริกาอยู่นั่นเอง และหากปักกิ่งมีทางที่จะหลีกเลี่ยงการพึ่งพามอสโกในทางเศรษฐกิจได้ พวกเขาก็จะทำ เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ดูฟูร์ เชื่อว่าอิทธิพลของรัสเซียในทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงทำให้ สี จิ้นผิง เห็น ปูติน เป็น “เพื่อนที่ดีที่สุด” จะใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ ซึ่งคงไม่ปรารถนาที่จะเห็นปักกิ่งกับมอสโกร่วมมือใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...